ตอนที่ 83
ตอนที่ 83 การเปลี่ยนแปลง
October 31, 2026
ยามดอกวสันต์ผลิบาน – ตอนที่ 83 การเปลี่ยนแปลง “เป็นเจ้า!” โจวเสาจิ่นยิ้มกล่าว “ขออภัยด้วย ข้าจำคนไม่ค่อยได้สักเท่าไหร่นัก…”
หญิงสาวหัวเราะขึ้นมา กล่าวอธิบายแทนนางว่า “ข้ารู้ คุณหนูตระกูลอู๋สร้างความเดือดร้อนให้เจ้า…เจ้าในเวลานั้นคงจะไม่ทันได้สังเกตุเห็นผู้อื่น…” นางเอ่ยถามขึ้นว่า “เจ้ามากับผู้ใดหรือ ส่วนข้ามากับท่านย่าของข้า ท่านปู่ของข้าเคยเป็นนักเรียนของตระกูลกู้มาก่อน แล้วพวกเจ้าเล่า?”
โจวเสาจิ่นเล่าเรื่องของตนให้ฟังอย่างรวบรัด
มีคนตะโกนเรียกนางขึ้นมาว่า “คุณหนูรองตระกูลโจว!”
โจวเสาจิ่นหันศีรษะไป เห็นอู๋เป่าจางกำลังมุ่งหน้าเดินมาทางนาง
คุณหนูซุนรีบก้มศีรษะลง ให้ความรู้สึกเหมือนต้องการหลบเลี่ยงอู๋เป่าจางอยู่เล็กน้อย
ความสนใจทั้งหมดของอู๋เป่าจางอยู่ที่โจวเสาจิ่น จึงไม่ได้สังเกตเห็นคุณหนูซุน
“คุณหนูรองตระกูลโจว” นางยิ้มร่าขณะย่อเข่าลงคาราวะโจวเสาจิ่น พลางกล่าว “เรื่องในครั้งก่อนล้วนเป็นข้าที่ทำไม่ถูก กล่าววาจาเลื่อนลอยตามคำเล่าลือโดยไร้หลักฐาน จึงขอให้เจ้าอย่าได้เก็บไปใส่ใจ เจ้าคือคนที่ข้ารู้จักเป็นคนแรกนับตั้งแต่ที่เดินทางมาถึงเมืองจินหลิง ข้าหวังว่าพวกเรายังคงสามารถเป็นดังเช่นก่อนหน้านี้ เป็นสหายที่ดีต่อกัน เจ้าสามารถยกโทษให้ข้าได้หรือไม่”
น้ำเสียงช่างจริงใจเป็นอย่างยิ่ง
โจวเสาจิ่นพบว่าผู้คนโดยรอบต่างก็กำลังเงี่ยหูฟังอยู่
นางอดไม่ได้ที่จะแสยะยิ้มเย็นอยู่ในใจ
เมื่อเห็นว่าคำหลอกลวงใช้ไม่ได้ผล จึงเปลี่ยนกลยุทธ์โดยแสร้งทำเป็นรู้สึกผิดอย่างไม่สบายใจแทนอย่างนั้นหรือ
ไม่ว่าสิ่งที่อู๋เป่าจางกล่าวออกมาจะเป็นเรื่องจริงหรือเท็จ แต่หากนางปฏิเสธคำขอโทษของอู๋เป่าจางในสถานการณ์นี้ ก็คงจะทำให้ผู้คนคิดได้ว่าตนไม่มีความเมตตาต่อผู้อื่นและมีจิตใจที่คับแคบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ในเมื่อต้องการประชันความใจกว้าง เช่นนั้นก็มาดูว่าใครจะใจกว้างได้มากกว่ากัน!
โจวเสาจิ่นเพียงกล่าวยิ้มๆ ว่า “คุณหนูอู๋กล่าวหนักเกินไปแล้ว! ข้าไม่เคยกล่าวโทษเจ้าเลย แล้วเหตุใดถึงกล่าวคำพูดว่า ยกโทษ ได้เล่า? เรื่องราวผ่านไปแล้วก็ให้แล้วไป ยังขอให้คุณหนูอู๋อย่าเก็บมาใส่ใจ ในทุกๆ วันนอกจากเรียนหนังสือและคัดพระธรรมแล้ว ก็ทำงานเย็บปัก หากคุณหนูอู๋มีเวลาว่างก็ไปนั่งเล่นที่จวน ข้ายินดีต้อนรับคุณหนูอู๋มาเป็นเป็นแขกยิ่งนัก”
“เช่นนี้ก็ดียิ่งนัก!” อู๋เป่าจางผ่อนลมหายใจยาวออกมาครั้งหนึ่ง ด้วยท่าทางราวกับจิตใจที่แขวนอยู่บนตะขอเกี่ยวที่สุดท้ายก็ได้ผ่อนคลายลง กล่าวยิ้มๆ ว่า “ข้าได้แต่เป็นกังวลมาโดยตลอดว่าเจ้าจะกล่าวโทษข้า พอมาคิดดูอีกทีแล้ว กลับเป็นข้าเองที่คิดมากเกินไป” ขณะที่นางพูด ก็ก้าวออกมาสองสามก้าว ปรารถนาจะไปดึงแขนของโจวเสาจิ่น
โจวเสาจิ่นแสร้งทำเป็นมองไม่เห็น หมุนกายไปดึงแขนของคุณหนูซุน พลางกล่าวยิ้มๆ ว่า “คุณหนูซุน ท่านนี้คือบุตรสาวของไต้เท้าอู๋ผู้เป็นท่านเจ้าเมืองของจินหลิง เมื่อตอนงานวันเกิดของท่านผู้นำจวนรองในคราวก่อน พวกเจ้าก็เคยพบหน้ากันมาก่อน เจ้ายังจำได้หรือไม่”
มีเสียงกระซิบกระซาบเบาๆ ดังขึ้นอยู่รอบๆ
คุณหนูซุนทักทายอู๋เป่าจางอย่างฝืนๆ
อู๋เป่าจางกระตือรือร้นเป็นอย่างยิ่ง เอ่ยถามถึงเหตุการณ์หลังจากที่ทั้งสองแยกจากกันแล้วขึ้นมา
คุณหนูซุนตอบอย่างติดๆ ขัดๆ อยู่สองสามประโยค ก็หันไปส่งสายตาขอความช่วยเหลือให้โจวเสาจิ่น
โจวเสาจิ่นกำลังจะช่วยคุณหนูซุนออกจากสถานการณ์อึดอัดนั้น ทันใดนั้นกลุ่มคนที่ออกันอยู่ที่หน้าประตูของคุณหนูสิบหกตระกูลกู้ก็แยกออกเป็นสองข้างราวกับถูกชะล้างด้วยน้ำหลาก ฮูหยินใหญ่ตระกูลกู้เดินออกมาพร้อมกับคนจากตระกูลสามีของคุณหนูสิบหกตระกูลกู้
คุณหนูซุนกระซิบที่ข้างหนูของโจวเสาจิ่นว่า “ท่านย่าของข้าไม่ให้ข้าเล่นกับคนของตระกูลอู๋”
โจวเสาจิ่นประหลาดใจ
คุณหนูซุนเปลี่ยนหัวข้อสนทนา โดยชี้ไปที่ห้องนอนของคุณหนูสิบหกตระกูลกู้พลางกล่าว “คุณหนูรอง เจ้าดูสิ”
โจวเสาจิ่นมองไป
ในวันที่อากาศร้อนเช่นนี้ ฮูหยินคนที่ฮูหยินใหญ่ตระกูลกู้กำลังเดินมาพร้อมกันนี้สวมเอาไว้ด้วยชุดของฮูหยินขั้นสาม ปิ่นปักผมดอกไม้และต้นไม้เปล่งประกายระยิบระยับอยู่ภายใต้แสงอาทิตย์
งานสำคัญอย่างงานแต่งงาน การเชิญบุคคลที่มีตำแหน่งสำคัญที่สุดในบ้านมาร่วมด้วย ก็เป็นเรื่องที่ปกติเป็นอย่างยิ่ง!
โจวเสาจิ่นไม่เห็นว่าจะมีอะไรที่ผิดปกติ
คุณหนูซุนถอนหายใจอย่างซาบซึ้ง “หญิงสาวของตระกูลกู้ล้วนแล้วแต่ได้แต่งงานเป็นอย่างดี ตอนงานแต่งของคุณหนูสิบสี่ในครั้งก่อน ถึงแม้ว่าผู้ที่มาปักปิ่นให้จะไม่มียศตำแหน่ง แต่ก็สวมเอาไว้ด้วยลูกประคำข้อมือสิบแปดเม็ดที่ทำจากหยกมันแพะเส้นหนึ่ง ท่านย่าของข้าบอกว่า เป็นของที่ตกทอดกันมาแต่โบร่ำโบราณ มีมูลค่าที่ประเมินมิได้…”
โจวเสาจิ่นหัวเราะขึ้นมา กล่าวเสียงเบาว่า “วางใจเถอะ เจ้าก็จะได้เช่นนั้นเหมือนกัน”
คุณหนูซุนหน้าแดงด้วยความขัดเขิน
อู๋เป่าจางที่อยู่ข้างๆ เอ่ยเย้าแหย่คุณหนูซุนขึ้นมาว่า “ดูแล้วคุณหนูซุนคงใกล้จะได้แต่งงานแล้วใช่หรือไม่”
คุณหนูซุนได้ยินเช่นนั้นแล้วประเดี๋ยวก็หน้าแดง ประเดี๋ยวก็หน้าซีดเผือด ผ่านไปครู่ใหญ่กว่าจะกล่าวออกมาว่า “คุณหนูอู่ช่างแปลกคนยิ่งนัก เป็นสาวเป็นนาง แต่กลับมาพูดจาเช่นนี้กับข้าได้…ข้าไม่รู้จะตอบว่าอย่างไรเสียจริงๆ!”
ใบหน้าของอู๋เป่าจาง เห่อ แดงขึ้นมา
นางที่เติบโตอยู่ที่บ้านเดิมมาตั้งแต่เล็กๆ ระหว่างพี่สาวน้องสาวด้วยต่างก็มักจะเย้าแหย่กันเช่นนี้…
“ข้า…ข้าเพียงล้อเจ้าเล่นเท่านั้น!” หน้าผากของอู๋เป่าจางซึมไปด้วยเหงื่อ
คำพูดเช่นเดียวกัน โจวเสาจิ่นพูดได้ แต่นางกลับพูดไม่ได้
ตอนที่อยู่ที่ตระกูลเฉิงในครั้งนั้น ไม่ได้เป็นเช่นนี้
นางเป็นคนฉลาด จึงเข้าใจสาเหตุของเรื่องนี้เป็นอย่างดี
มารดาเลี้ยงลงโทษกักบริเวณนาง นำคัมภีร์เล่มหนาเล่มหนึ่งมาให้นางคัด ยังกล่าวอย่างสละสลวยว่าต้องการให้นางชำระล้างจิตใจและทบทวนตนเอง ให้เสมือนกับว่าอยู่ในวัด ในแต่ละวันให้นางทานอาหารได้แค่สองมื้อ หลังจากมื้อเที่ยงไปแล้วไม่อนุญาตให้ทานอีก นางหิวจนเป็นลมไปหลายครั้ง หากว่าไม่ได้พี่ชายที่แอบส่งอาหารมาให้นาง นางก็คงจะไม่ได้มีชีวิตอยู่จนได้พบและหว่านล้อมบิดา แต่เหตุผลที่บิดายอมให้นางออกงานสังคมพร้อมกับมารดาเลี้ยง ก็เพียงเพราะคิดจะให้นางแต่งใครสักคนที่สามารถส่งเสริมตำแหน่งหน้าที่การงานให้กับเขาก็เท่านั้น…นางกับคุณหนูเหล่านี้ไม่เหมือนกัน พวกเนางทำผิดก็ยังมีคนคอยปกป้อง แต่ถ้านางทำผิด กลับมีเพียงถนนแห่งความตายเส้นเดียวเท่านั้น!
“คุณหนูซุน” อู๋เป่าจางอดไม่ได้ที่จะจับแขนของคุณหนูซุนเอาไว้ “ข้า…ข้าไม่ได้ตั้งใจจริงๆ…” ในตาของนางเผยสายตาวิงวอนออกมาให้เห็นอย่างช่วยไม่ได้
คุณหนูซุนไม่ใช่เด็กสาวที่ใจร้าย เมื่อเห็นอู๋เป่าจางวางสถานตัวเองลงต่ำขนาดนั้น ก็กระวนกระวายขึ้นมาเล็กน้อย รีบกล่าวขึ้นว่า “เจ้าอย่าเช่นนั้นเลย ข้าไม่ได้กล่าวโทษเจ้า…”