ตอนที่ 566
ตอนที่566 ทําให้ขุ่นเคืองใจ
October 31, 2026
เพียงแต่ว่าต่อให้นอนหลับสนิทดีเพียงไร พรุ่งนี้ก็เป็นพิธีครบรอบขวบปีของอวิ้นเกอเอ๋อร์ แล้ว โจวเสาจิ่นไม่อาจนอนอยู่บนเตียงต่อไปได้อีก นางเห็นว่ายังไม่ถึงเวลาเที่ยงดี จึงล้างหน้าล้างตาครั้งหนึ่งแล้วไปที่ลานทิงเซียง ฮูหยินผู้เฒ่ากัวกําลังเล่นวงแหวนปริศนาเป็นเพื่อนอวิ้นเกอเอ๋อร์อยู่ อวิ้นเกอเอ๋อร์ทําอย่างไรก็คลายวงแหวนปริศนานั่นไม่ได้เสียที โมโหจนดึงวงแหวนปริศนา นั้นไว้ร้องไห้แงเสียงดัง เห็นมารดาเข้ามา นํ้าตายิ่งไหลเผาะๆ กางแขนพุ่งมาหาโจวเสาจิ่นร้อง เรียก “ท่านแม่” ไม่หยุด โจวเสาจิ่นเห็นเขาออดอ้อนโดยที่ในมือยังถือวงแหวนปริศนานั่นเอาไว้แน่น อดไม่ได้เม้ม ปากกลั้นยิ้ม หลังจากทําความเคารพฮูหยินผู้เฒ่ากัวแล้ว จึงอุ้มบุตรชายไว้ในอ้อมแขน ถามเขา เสียงอบอุ่นว่า “อวิ้นเกอเอ๋อร์ของพวกเราเป็นอะไรหรือ ขุ่นเคืองใจด้วยเรื่องอะไร” อวิ้นเกอเอ๋อร์เรียกคนเป็นเร็วก็จริง แต่ใกล้จะหนึ่งขวบปีในอีกไม่ช้าแล้ว ทว่ายังพูดได้ เพียงสองคําเท่านั้น เขายัดวงแหวนปริศนาในมือเข้ากับหน้าอกของโจวเสาจิ่น กล่าวอย่างทุกข์ระทมว่า “เขา เสีย” โจวเสาจิ่นและคนอื่นๆ พากันหัวเราะฮ่าออกมา อวิ้นเกอเอ๋อร์ยิ่งโศกสลดมากขึ้น โจวเสาจิ่นจึงดึงให้อวิ้นเกอเอ๋อร์ดูอย่างละเอียดหนึ่งครั้ง
5243
อวิ้นเกอเอ๋อร์จําขั้นตอนก่อนหน้าได้สองสามขั้น ทว่าจําขั้นตอนหลังอีกสองสามขั้นไม่ได้ จากนั้นก็เลยโมโหขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง โยนวงแหวนปริศนาทิ้งลงบนพื้น โจวเสาจิ่นเก็บขึ้นมา ด้านหนึ่งสอนอวิ้นเกอเอ๋อร์ดึงวงแหวนปริศนาต่อไป อีกด้านหนึ่ง เอ่ยถึงเรื่องหยิบของเสี่ยงทายในวันพรุ่งนี้กับฮูหยินผู้เฒ่ากัวไปด้วยว่า “…ผู้อาวุโสให้ท่านอารอง นั่งเป็นเพื่อนที่โถงรับรองของเรือนชั้นนอก เตรียมเพียงพวกนํ้าชาเท่านั้น ส่วนนายหญิงผู้เฒ่าสอง สามท่านจะพามาพูดคุยกับท่านที่ลานทิงเซียง จัดให้อาจารย์หญิงมาขับขานนิทาน แขกบุรุษคน อื่นๆ อยู่ที่ห้องหนังสือของเรือนชั้นนอก สตรีอยู่ที่โถงนั่งเล่นในสวนดอกไม้ ด้านหนึ่งเล่าเรื่องตลก ขบขัน อีกด้านหนึ่งร้องงิ้ว พิธีหยิบของเสี่ยงทายจัดที่โถงใหญ่ คนที่อยากมาดูพิธีก็เข้ามาดูได้ คน ที่ไม่อยากมาดูพิธีก็นั่งพูดคุยชมการแสดงต่อไปได้” ผู้อาวุโสล้วนไม่ชอบเสียงดังวุ่นวาย คาดว่าย่อมจะไปดูอวิ้นเกอเอ๋อร์หยิบของเสี่ยงทาย “เจ้าจัดเตรียมเช่นนี้เหมาะสมยิ่งแล้ว” ฮูหยินผู้เฒ่ากัวพยักหน้ายิ้มๆ ความสนใจกลับอยู่ ที่อวิ้นเกอเอ๋อร์ “ครั้งนี้มีบัณฑิตทรงภูมิมาร่วมพิธีหยิบของเสี่ยงทายของอวิ้นเกอเอ๋อร์หลายท่าน ต้องจัดการให้ดี หากอวิ้นเกอเอ๋อร์ผูกวาสนาด้วยได้สักคนหนึ่งก็ถือว่าไม่เลว ทางด้านโน้นข้าเชิญ ใต้เท้าอู๋ของสํานักฮั่นหลินมาอยู่เป็นเพื่อน เจ้าจึงไม่ต้องสนใจแล้ว สนใจดูแลเพียงพิธีหยิบของ เสี่ยงทายของอวิ้นเกอเอ๋อร์ก็พอ” แม่สามีและบุตรสะใภ้ทั้งสองคนพูดคุยกันกว่าครึ่งค่อนวัน อวิ้นเกอเอ๋อร์คลายวงแหวน ปริศนาไปได้อย่างราบรื่น เขาถือวงแหวนปริศนามาให้ฮูหยินผู้เฒ่ากัวและโจวเสาจิ่นดูอย่างดีใจ ฮูหยินผู้เฒ่ากัวลูบศีรษะของเขายิ้มๆ ส่วนโจวเสาจิ่นหอมที่แก้มของบุตรชายไปสองฟอด กล่าวชมว่า “อวิ้นเกอเอ๋อร์ของพวกเราช่างเก่งกาจจริงๆ”5244
เห็นได้ชัดว่าอวิ้นเกอเอ๋อร์ชื่นชอบการให้กําลังใจเช่นนี้ของมารดาเป็นอย่างยิ่ง จึง เลียนแบบโจวเสาจิ่นโดยชะโงกหน้าไปตรงหน้าโจวเสาจิ่นและหอมแก้มโจวเสาจิ่นไปสองฟอด ด้วยเช่นกัน จากนั้นรู้สึกว่ายังไม่หนําใจ จึงวิ่งไปข้างๆ ฮูหยินผู้เฒ่ากัวอยากจะหอมแก้มฮูหยินผู้ เฒ่ากัวด้วยตลอดชีวิตที่ผ่านมาฮูหยินผู้เฒ่ากัวยังไม่เคยถูกคนหอมแก้มเช่นนี้มาก่อน ตะลึงงันไปกว่าครึ่งค่อนวันถึงได้สติกลับมา เมื่อได้สติกลับมาแล้วจึงกอดอวิ้นเกอเอ๋อร์ไว้ในอ้อมแขนอย่างห้ามไม่อยู่ กล่าวกับโจวเสาจิ่นว่า “ไม่รู้ว่าเด็กคนนี้เหมือนใคร พ่อของเขากับข้าล้วนเอาใจคนเช่นนี้ไม่เป็น เขาก็ดี เห็นผู้ใดก็ปากหวานไปเสียหมด”ต้องเหมือนนางเป็นแน่!โจวเสาจิ่นคิดอยู่ในใจ ทว่าไม่กล้าพูดออกมาเด็กผู้ชายชอบเอาใจผู้อื่นด้วยคําหวานมิใช่เรื่องดีอะไรนักแต่เด็กเช่นนี้ก็ทําให้ผู้คนโปรดปรานมากจริงๆโจวเสาจิ่นครุ่นคิดว่าควรบอกเฉิงฉือสักหน่อยหรือไม่ทว่ากว่าเฉิงฉือจะกลับมาก็ถึงเวลาจุดโคมไฟแล้ว“กินข้าวมาหรือยังเจ้าคะ” โจวเสาจิ่นถามเขาตอนที่ช่วยผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ให้เขา “ในครัวยังไม่ได้ปิดเตาเจ้าค่ะ”นานๆ การงานก็ทําให้เฉิงฉือกลับช้าบ้างเป็นครั้งคราวเหมือนวันนี้เช่นกัน กลับมาถึงช้าโดยที่ไม่ได้ส่งคนมาแจ้งข่าวสักคํา มีสองครั้งที่กินอะไรลวกๆ ณ ที่ทําการแล้วถึงได้กลับมา5245
“ไม่อยากกินอะไรเลย” เฉิงฉือกล่าวเสียงเรียบ โจวเสาจิ่นถึงได้สังเกตเห็นว่าแววตาของเขาเย็นชายิ่ง สีหน้าก็ดูเคร่งขรึมเล็กน้อยนางไม่เห็นเขาเป็นเช่นนี้มานานแล้วโจวเสาจิ่นนึกถึงว่าอากาศค่อยๆ ร้อนขึ้นแล้ว จะใช้นํ้าแข็งก็ยังเร็วไปสักหน่อย แต่ถ้าไม่ใช้นํ้าแข็งก็รู้สึกหดหู่ไม่สดชื่นเล็กน้อย กล่าวอย่างครุ่นคิดว่า “ข้าให้ในครัวทําบะหมี่มาให้ท่านสักชามดีหรือไม่ ใส่พริกน้อยๆ และฝานแตงกวาเป็นเส้นเล็กๆ ใส่ลงไปด้วย…”ยังไม่มีแตงกวาขายที่ตลาดในจิงเฉิง แต่ที่เฟิงไถมีคนปลูกแตงกวาในเรือนกระจกและซื้อขายเป็นผลไม้ เฉิงฉือชอบกิน ในบ้านจึงซื้อมามิได้ขาดเฉิงฉือครุ่นคิดแล้วพยักหน้ากระทั่งโจวเสาจิ่นย้อนกลับมาจากการไปสั่งการ เฉิงฉือก็นั่งดื่มชาอยู่บนเตียงเตาตัวใหญ่ข้างหน้าต่างแล้วอวิ้นเกอเอ๋อร์รั้งอยู่กับฮูหยินผู้เฒ่ากัวที่ลานทิงเซียง โจวเสาจิ่นหยิบเข็มและด้ายออกมาจากใต้โต๊ะบนเตียงเตาเย็บไปสองสามฝีเข็ม กล่าวกับเฉิงฉือว่า “เหตุใดวันนี้ถึงกลับเย็นเพียงนี้เจ้าคะ พิธีหยิบของเสี่ยงทายของอวิ้นเกอเอ๋อร์ในวันพรุ่งนี้ ท่านจะได้อยู่บ้านหรือไม่”พรุ่งนี้มิใช่วันหยุดโจวเสาจิ่นคิดว่าเฉิงฉือน่าจะขอลาหยุดอยู่บ้าน ทว่าดูจากตอนนี้แล้วกลับไม่กล้ารับประกันแล้วเฉิงฉือกล่าว “ข้าขอลาหยุดกับที่ทําการเอาไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ แล้ว พรุ่งนี้ย่อมจะอยู่บ้าน!”เช่นนั้นก็มิได้ขุ่นเคืองใจด้วยเรื่องงานแล้ว!5246โจวเสาจิ่นลอบมองสํารวจเฉิงฉือเงียบๆเฉิงฉือมองแล้วก็หัวเราะออกมา ยื่นมือข้ามโต๊ะไปลูบศีรษะของโจวเสาจิ่น กล่าวว่า “คิดอะไรอยู่ มีอะไรก็พูดเถิด! ข้าสอนให้เจ้ารู้จักมองสีหน้าของข้าก่อนทําเรื่องต่างๆ ตั้งแต่เมื่อใดกัน”โจวเสาจิ่นหัวเราะอย่างกระดากอาย กล่าวขึ้นว่า “มิใช่เพราะข้ากลัวว่าท่านจะขุ่นเคืองใจหรอกหรือ”“ขุ่นเคืองใจก็ไม่ถึงกับชักสีหน้าให้เจ้าเห็น” เฉิงฉือกล่าว “เจ้าอยากรู้ว่าเหตุใดข้าถึงไม่สบายใจใช่หรือไม่”โจวเสาจิ่นพยักหน้าจี๋เสียงกํากับสาวใช้เด็กสองสามคนยกบะหมี่เข้ามา