ตอนที่ 126
บทที่ 126 น้องสาวของเกาหยวนขอความช่วยเหลือ
October 31, 2026
บทที่ 126 น้องสาวของเกาหยวนขอความช่วยเหลือ
“ใช่แล้วผู้อาวุโสสูงสุด ยิ่งกว่านั้น หลังจากสืบดู ข้าพบว่าหนึ่งในศิษย์ชายคือศิษย์หน่วยรักษาการณ์แห่งสำนักชิงหยาง หวังสวี่เฉียง!”
จางฉางหลิ่งกล่าวด้วยความเคารพ
“อืม อย่างนี้นี่เอง ศิษย์สำนักชิงหยางมาทำอะไรที่นี่ในเวลาแบบนี้? เขาอยากสนับสนุนหลินหวั่นชิงอย่างนั้นหรือ?”
ใบหน้าของหลินเวยบิดเบี้ยวเมื่อคิดถึงเรื่องนี้
“ดูท่าว่าข้าต้องขอให้ลูกชายเร่งสร้างบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์เสียแล้ว”
เขาโบกมือ “เจ้าออกไปก่อน”
หลังจากจางฉางหลิ่งจากไป หลินเวยก็ไปที่ห้องลับทันที
ในห้องลับดังกล่าว ปราณวิญญาณเข้มข้นหนาแน่น หลังจากเดินผ่านทางเดิน หลินเวยก็ตะโกนไปที่ประตูหิน “ลูกชาย”
“ท่านพ่อ เหตุใดท่านถึงมาที่นี่?”
ประตูห้องหินเปิดออก แล้วผู้บำเพ็ญชายผู้มีใบหน้าหล่อเหลากับสายตาเย็นชาก็เดินออกมา
ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากลูกชายของหลินเวย หลินสยงสวี่
หลินเวยมีลูกชายหลายสิบคน
เนื่องจากลูกชายคนอื่น ๆ ล้วนมีความสามารถดาษดื่น จนกระทั่งเขาอายุมากจึงให้กำเนิดบุตรชายที่มีพรสวรรค์พอรับได้
แม้พรสวรรค์จะไม่ธรรมดา แต่ความเข้าใจอยู่ในระดับดาษดื่น ต้องขอบคุณสถานะผู้อาวุโสสูงสุดของหลินเวย เขาจึงสามารถเข้าถึงทรัพยากรจำนวนมากของตระกูลหลินได้
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงสามารถไปถึงขอบเขตกลั่นลมปราณระดับเก้าในเวลาอันสั้นได้
หลังจากหลินเวยบอกข้อมูลที่เพิ่งได้รับมา หลินสยงสวี่ก็เผยสีหน้าเย็นชา “สวี่หยางผู้นี้มีเส้นสายมากมาย ข้าดูถูกเขาเกินไป”
“ด้วยสถานะของสำนักชิงหยาง พวกเราจึงไม่สามารถแตะต้องเขาได้สักพัก หากศิษย์หน่วยรักษาการณ์แห่งสำนักชิงหยางเข้ามายุ่ง อาจมีปัญหาใหญ่ตามมาได้!”
หลินสยงสวี่เดินรอบห้องลับโดยเอามือไพล่หลัง ดวงตาของเขายิ่งทอประกายคมปลาบ “ท่านพ่อ ช่วงนี้ปราณของหลินหวั่นชิงแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ข้ารู้สึกว่าผู้นำตระกูลตั้งใจจะสนับสนุนนาง”
“เจ้าก็มองออกเหมือนกันสินะ”
หลินเวยหรี่ตา “เพราะงั้นข้าถึงได้กังวล ความได้เปรียบของพวกเราน้อยลงทุกที ทำให้หลายคนเริ่มเอนเอียงไปทางฝั่งของผู้อาวุโสสาม ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องดี! ดังนั้นข้าจึงมาหาเจ้าเพื่อให้เตรียมจัดการกับสัตว์อสูรที่บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์แล้วทำการยึดเกาะหลิงถังมา ข้าได้แผนที่ทั้งหมดมาแล้ว ข้าจะให้เจ้าไปที่นั่นเพื่อจัดการกับสัตว์อสูรด้วยตัวเอง เพื่อสร้างความดีความชอบครั้งใหญ่ต่อตระกูล”
“ท่านพ่อ สัตว์อสูรที่นั่นถูกคุ้มกันโดยลิงกลุ่มหนึ่ง ซึ่งราชาลิงก็มีความแข็งแกร่งไปถึงระดับสอง เกรงว่าถ้าข้าไปคนเดียวมันจะไม่เป็นอันตรายเอาหรือ?”
หลินสยงสวี่ดูกังวลอยู่บ้าง
หลินเวยผิดหวังเล็กน้อยกับท่าทีของลูกชาย ไม่ทันไรก็สูญสิ้นความกล้าเสียแล้ว
ทว่าถึงอย่างไร อีกฝ่ายก็เป็นลูกชายที่มีพรสวรรค์ดีที่สุด เขาจึงทำได้เพียงปลอบใจ “ไม่กี่วันก่อนข้าจับคนที่รู้สถานการณ์บนเกาะหลิงถังมาได้สองคน ในกลุ่มลิงมีอสูรลิงระดับสองอยู่สองตัว เป็นตัวผู้กับตัวเมียอย่างละหนึ่ง พวกมันมีเพียงร่างกายแข็งแกร่ง เจ้าน่าจะสามารถรับมือได้”
“ท่านพ่อ หากท่านไปที่นั่นด้วยมันจะไม่ปลอดภัยกว่าหรือ?” หลินสยงสวี่ยังคงกังวลเล็กน้อย
ประสบการณ์ศึกของเขาไม่ดีนัก ดังนั้นตนเองจึงกังวลว่าจะเกิดเรื่องเหนือความคาดหมาย
“สมาชิกในตระกูลจะเชื่อฟังเจ้าได้อย่างไรหากข้าไปที่นั่นด้วย?”
“เรื่องนี้…”
“อย่าลืมเป็นอันขาด ตามกฎของตระกูลแล้ว หากมีการค้นพบเกาะใหม่ มันก็จะตกเป็นของผู้ค้นพบ หากเจ้าสามารถไปเกาะหลิงถังได้ เจ้าก็จะกลายเป็นเจ้าของเกาะทันที ทั้งยังมีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้บำเพ็ญมนุษย์อย่างมาก ด้วยรากฐานนี้ ย่อมทำให้มีผู้คนมากมายมาขอความช่วยเหลือ แล้วเจ้าก็จะกลับมาได้เปรียบอีกครั้ง!! ไม่อย่างนั้น หากข้ายึดเกาะหลิงถังมาให้เจ้า ผู้คนก็จะพากันบอกว่าเจ้าเอาแต่พึ่งข้า แบบนั้นมันจะไม่เป็นผลดีเอาได้!!”
หลินสยงสวี่เผยสีหน้าจนใจออกมา “ท่านพ่อ ข้าเข้าใจแล้ว ข้าจะไปที่นั่นเอง”
…
พวกหวงเสี่ยวเหมยอยู่ที่นี่เพียงหนึ่งวัน จากนั้นจึงออกเดินทางต่อ คาดว่าน่าจะแยกย้ายกันไปทำธุระ
สวี่หยางส่งพวกเขาที่ท่าเรือขณะมองส่งพวกเขาจากไป
กิจการในร้านเสื้อผ้าช่วงนี้เป็นไปด้วยดี สินค้าชุดใหม่ขายหมดอย่างรวดเร็ว
ในตอนแรก เขาคิดว่าเป็นเพราะเสื้อคลุมมีคุณภาพดีราคาถูก แต่ภายหลังจึงทราบว่าพวกมันส่วนใหญ่มาจากสมาคมหู่เวย
ว่ากันว่าเป็นเพราะอวี๋ซื่อหลินผู้ดำรงตำแหน่งรองผู้นำสมาคมหู่เวยที่แนะนำให้ลูกน้องไปซื้อเสื้อคลุมที่ร้านนี้
ดูท่าว่ามันจะเป็นหนึ่งในวิธีการซื้อใจเขา
แม้เรื่องนี้จะทำให้สวี่หยางประหลาดใจ แต่การซื้อใจเช่นนี้ก็นับเป็นเรื่องดี ดังนั้นเขาจึงไม่คิดอะไรให้มากความ
หลังจากเสื้อคลุมหมด เขาก็กำลังจะไปซื้อสินค้ามาลงร้านเพิ่ม
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงพาใบ้น้อยฟางหลินเซวียนไปเมืองเป่ยไห่
ฟางหลินเซวียนมีความชำนาญเรื่องการดูคุณภาพเสื้อคลุมเป็นอย่างดี ดังนั้นสวี่หยางมักพานางออกมาตอนเลือกซื้อสินค้า
ครึ่งชั่วยามต่อมา สวี่หยางนำเด็กน้อยขี้กลัว ฟางหลินเซวียน เข้าสู่พื้นที่คึกคักของเมืองเป่ยไห่
หลังจากตรวจสอบพื้นที่รอบข้างด้วยจิตเทวะเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครตามมาแล้ว พวกเขาทั้งสองจึงก้าวเดินสู่ถนน
ครั้งนี้ สวี่หยางเปลี่ยนรูปลักษณ์ เพราะเขาตั้งใจมาซื้อของทั่วไปจึงไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้น
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฟางหลินเซวียนมาเมืองเป่ยไห่ แต่นางยังคงระแวดระวัง เอาแต่เดินก้มหน้า ห่อไหล่หลังค่อม มันทำให้สวี่หยางรู้สึกขบขันไม่น้อย
“ฟางหลินเซวียน หลังจากนี้เจ้าจะต้องเป็นผู้บำเพ็ญหญิงแล้ว ในแง่ของมนุษย์ เจ้าไม่ต่างจากเทพ! ยืดหลังให้ตรง จะได้รู้สึกมีชีวิตชีวาขึ้นมาบ้าง!”