ตอนที่ 138
บทที่ 138 มีคนอยากจัดการหวงเหวินหลินงั้นหรือ?
October 31, 2026
บทที่ 138 มีคนอยากจัดการหวงเหวินหลินงั้นหรือ?
เป็นเวลาสองวันติดต่อกันที่สวี่หยางสร้างยันต์ป้องกันขั้นสูงระดับหนึ่งสามใบกับยันต์โจมตีขั้นสูงระดับหนึ่งสามใบ
เมื่อเทียบกันแล้ว ยันต์โจมตีสร้างยากกว่าและใช้เวลานานกว่ายันต์ป้องกันเล็กน้อย
ด้วยเหตุนี้ สวี่หยางจึงมีความมั่นใจมากขึ้น
หลังจากบอกลาภรรยาทั้งสอง สวี่หยางก็ทะยานไปที่เมืองเป่ยไห่เพื่อไปพบหลินหวั่นชิง
คาดไม่ถึงว่าสวี่หยางจะได้รับการติดต่อจากหลินหวั่นชิงหลังจากเดินทางได้เพียงครึ่งทาง นางบอกให้เขาใช้หน้ากากปกปิดใบหน้าก่อนเข้าเมืองเป่ยไห่
แต่ไม่ได้อธิบายอะไรมากนัก
สวี่หยางจึงสวมหน้ากากจำแลงกายที่หลินหวั่นชิงมอบให้
ในตอนนี้ เขาดูเหมือนชายหนุ่มธรรมดาติดไปทางอัปลักษณ์นิด ๆ สวมเสื้อคลุมขั้นกลางระดับหนึ่ง ซึ่งนับว่าไม่สูงเท่าไหร่นัก
ส่วนการบำเพ็ญอยู่ที่ขอบเขตกลั่นลมปราณระดับแปด
เมื่อมาถึงท่าเรือเมืองเป่ยไห่
สวี่หยางก็เข้าใจทันทีว่าเหตุใดหลินหวั่นชิงถึงขอให้เปลี่ยนรูปลักษณ์
ปรากฏว่าหลินหวั่นชิงอยู่กับคนจากตระกูลหวง ซึ่งหนึ่งในนั้นไม่ใช่ใครอื่นนอกจากหวงเหวินหลิน
“สามี หวงเหวินหลินบอกว่าเขาจะไปด้วย ผู้นำตระกูลกับลุงใหญ่ต่างเห็นชอบด้วย ข้าจึงไม่อาจปฏิเสธคำขอปุบปับเช่นนี้ได้”
หลินหวั่นชิงลอบส่งกระแสจิตถึงสวี่หยาง น้ำเสียงของนางจนใจยิ่ง
สวี่หยางยังคงสงบเพื่อแสดงว่าเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น
“คุณหนูหลิน”
สวี่หยางเดินเข้ามาด้วยความเคารพ เพราะตอนนี้เขาเป็นเพียงสมาชิกผู้น้อยของตระกูลหลินเท่านั้น
“นี่คือทาสที่สหายเต๋าหลินพูดถึงงั้นหรือ…”
หวงเหวินหลินมองสวี่หยางก่อนจะหัวเราะแผ่วเบา
“ใช่แล้ว ชื่อของเขาคือจางจ่างเฟิง อยู่ขอบเขตกลั่นลมปราณระดับแปด คราวนี้ข้าจะออกไปล่าสัตว์อสูร ต้องไปสถานที่ไม่คุ้นเคย แต่จางจ่างเฟิงคุ้นเคยกับมันดี ข้าจึงให้เขามาช่วยนำทางน่ะ”
หลินหวั่นชิงตอบอย่างไม่ใส่ใจ
หวงเหวินหลินยิ้มคลี่ยิ้ม “อย่างนี้นี่เอง สหายเต๋าจางจ่างเฟิง ข้ามาจากตระกูลหวง นามว่าหวงเหวินหลิน”
“นับถือ นับถือ”
สวี่หยางหัวเราะพลางเอ่ยถาม “ครั้งนี้คุณชายหวงจะออกเดินทางด้วยใช่หรือไม่?”
“อื้ม บังเอิญว่าข้าจะออกไปล่าสัตว์อสูรพอดี ข้าอยากรู้ว่าจะสามารถหาลูกสัตว์อสูรเพื่อนำกลับมาเลี้ยงได้หรือไม่ แล้วก็…”
เขามองหลินหวั่นชิงด้วยสายตาลึกซึ้ง “ข้าได้ยินมาว่าคุณหนูหลินหวั่นชิงมีพรสวรรค์ล้ำเลิศ ข้าจึงนับถือในตัวนางยิ่งนัก ดังนั้นข้าจึงอยากติดตามนางเพื่อออกล่าสัตว์อสูรด้วย”
เขาเอ่ยอย่างตรงไปตรงมา
เนื่องจากครั้งนี้หลินหวั่นชิงต้องการขัดเกลาด้วยประสบการณ์ จึงไม่ใช่เรื่องดีที่จะคนมามากเกินไป
ด้วยเหตุนี้ พวกเขาทั้งสามก็ออกเดินทาง
…
หลายวันต่อมา
เรือเหาะของหลินหวั่นชิงพาสวี่หยางกับหวงเหวินหลินบินเข้าไปในป่า เบื้องหน้าคือภูเขาสีเขียวไกลสุดลูกลูกตา
หลินหวั่นชิงสวมชุดสีเขียวดูสง่างามกำลังควบคุมเรือเหาะอยู่ด้านหน้า
ส่วนสวี่หยางอยู่ด้านหลังท่าทางสงบยิ่ง แต่ความจริงแล้ว เขากำลังลอบสื่อสารกับหลินหวั่นชิง
สวี่หยางเหลือบมองหวงเหวินหลินขณะชั่งใจ เขาตั้งใจจะใช้โอกาสนี้เพื่อโจมตีและสังหารอีกฝ่าย
“ฆ่าเขาหรือ?”
หลินหวั่นชิงยิ่งกังวล “ถึงอย่างไรหวงเหวินหลินก็เป็นอัจฉริยะของตระกูลหวง หากเขาตายระหว่างออกไปกับข้า มันจะทำให้เกิดปัญหากับตระกูลหลินเอาได้”
หลินหวั่นชิงย่อมอยากสังหารหวงเหวินหลิน แต่ผลที่ตามมานั้นหนักหนาเกินไป
ส่วนจะสามารถจัดการกับหวงเหวินหลินได้หรือไม่ นางค่อนข้างมั่นใจพอสมควร
ทั้งสองมียันต์แสงทองอยู่ในมือ ไพ่ตายก็ไม่ใช่น้อย
ท้ายที่สุด ทั้งสองตกลงกันว่าจะรอโอกาสที่ดีกว่านี้ในการลงมือสังหารหวงเหวินหลิน
ใช่แล้ว แม้วิธีนี้จะมีความเสี่ยงมากกว่า แต่ก็เป็นแนวทางปลอดภัยที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย
ทันทีที่หวงเหวินหลินตาย เรื่องกังวลทั้งหมดก็จะหายไป
ส่วนตระกูลหวงจะตอบโต้หรือไม่ก็ไม่จำเป็นต้องกังวลแต่อย่างใด
แม้ตระกูลหวงจะมียอดฝีมือขอบเขตจินตาน แต่พวกเขาอยู่ไกลจากที่นี่ จึงไม่อาจส่งผู้บำเพ็ญจำนวนมากมาที่นี่ได้อย่างทันท่วงที
อีกอย่าง ตระกูลหวงยังมีศัตรูจำนวนไม่น้อย ดังนั้นไม่จำเป็นต้องลงทุนลงแรงในเรื่องของหวงเหวินหลินขนาดนั้น
แต่หลินหวั่นชิงไม่มีแรงจูงใจในการฆ่าหวงเหวินหลิน!!
นี่คือจุดที่สำคัญที่สุด
สวี่หยางกับหลินหวั่นชิงลอบมองหน้ากัน แล้วในที่สุดก็พยักหน้าเล็กน้อย ถือว่าเป็นการตกลงในการร่วมมือครั้งนี้
หลังจากสนทนาสักพัก ทันใดนั้นสวี่หยางก็นึกบางอย่างขึ้นได้ก่อนจะลอบหัวเราะออกมา “หวั่นชิง ไม่รู้ทำไมข้าถึงรู้สึกขบขันนิดหน่อย”
“เจ้าหัวเราะอะไร?” หลินหวั่นชิงส่งกระแสจิตกลับด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“เจ้าคิดว่าบทสนทนาเมื่อครู่เหมือนกับคู่รักตัวร้ายวางแผนฆ่าคนหรือเปล่า?”
หลินหวั่นชิงไม่คาดคิดว่าความคิดของสวี่หยางจะบรรเจิด ทำเอานางพูดไม่ออกอยู่พักใหญ่
ทว่าเมื่อคิดตามคำพูดของสวี่หยาง นางก็พลันตระหนักบางอย่างขึ้นมาได้
เพราะนางคิดถึงคำพูดที่ไม่ค่อยดีขึ้นมา
ยกตัวอย่างเช่น ‘ชายหญิงสำส่อน คู่รักเหี้ยมโหด พัวกิมเน้ย*[1] และซีเหมิน ชิ่ง*[2]…’
อื้ม ในโลกเซียนก็ยังมีนวนิยายกับคำพูดเกี่ยวกับโลกมนุษย์อยู่ด้วย
แม้นางกับสวี่หยางจะไม่ได้ข้องเกี่ยวกับพัวกิมเน้ยและซีเหมิน ชิ่ง แต่ความจริงที่พวกเขาเป็นพวกสารเลวที่สมคบคิดกันทำร้ายผู้อื่นก็สามารถย้ำเตือนผู้อื่นให้นึกถึงเรื่องนั้นได้ดี
หลังจากพึมพำว่าตัวเองไม่ใช่พวกสารเลว นางก็อธิบาย “พวกเราทำแบบนี้ก็เพื่อปกป้องตัวเอง สหายเต๋าสวี่ อย่าคิดมากเลย”