ตอนที่ 145
บทที่ 145 ผู้คนกำลังจับตาดูอยู่
October 31, 2026
บทที่ 145 ผู้คนกำลังจับตาดูอยู่
“โจวตงไฉ!”
หวงเสี่ยวเหมยสูดหายใจเข้าโดยที่สีหน้าไม่แปรเปลี่ยน
หลังจากสวี่หยางชี้ทางสว่างให้เมื่อครู่ นางก็ตระหนักได้เช่นกันว่ามันไม่เหมาะสมนักที่จะขอให้พ่อของเขามาช่วยกลั่นยาสร้างรากฐานด้วยเงื่อนไขที่ยอมออกไปล่าสัตว์อสูรร่วมกับโจวตงไฉ
นางตัดสินใจทิ้งทางเลือกนี้และกำลังจะหานักปรุงยาคนใหม่เพื่อขอความช่วยเหลือ
ดังนั้นนางจึงไม่มีหนักใจแต่อย่างใดเมื่อได้พบกับโจวตงไฉอีกครั้ง
“สหายเต๋าผู้นี้ใช่คนที่หวงเสี่ยวเหมย…”
เมื่อเห็นอีกฝ่ายถามเกี่ยวกับตัวเอง สวี่หยางจึงชิงตอบตามตรง “ข้าคือสหายของหวงเสี่ยวเหมย ไม่ใช่ลูกพี่ลูกน้อง”
“นึกแล้วเชียว…”
เส้นเลือดปูดโปนบนหน้าผากของโจวตงไฉ “หวงเสี่ยวเหมย เจ้ามีอะไรจะพูดอีกหรือไม่ เจ้าโกหกข้า บอกว่าจะกลั่นยาสร้างรากฐานให้ลูกพี่ลูกน้อง!!”
สวี่หยางเกือบจะบันดาลโทสะ พวกเจ้าสองคนไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรต่อกัน ไยถึงรีบด่วนสรุปเช่นนี้
สวี่หยางเอ่ยตามตรง “ใช่แล้ว หวงเสี่ยวเหมยแค่ต้องการช่วยข้า นอกจากนี้เจ้าก็ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับนาง ข้าหวังว่าเจ้าจะไม่พูดจาด้วยน้ำเสียงเช่นนั้นอีก”
“นี่เจ้ากำลังสั่งสอนข้างั้นหรือ?”
“ช่างกล้านัก!”
“เหอะเหอะ เชื่อหรือไม่ ขอเพียงข้าไปบอกพ่อ เขาก็จะไม่ช่วยเจ้ากลั่นยาสร้างรากฐานให้อย่างแน่นอน!”
สวี่หยางพยักหน้า “ตามสบาย ข้าไม่ต้องการอยู่แล้ว”
“ฮ่าฮ่า ไม่ต้องการหรือ?”
โจวตงไฉหัวเราะทันทีราวกับได้เห็นสิ่งน่าเหลือเชื่อ
“พ่อของข้าคือหนึ่งในผู้กลั่นยาสร้างรากฐานมากที่สุดและมีอัตราความสำเร็จสูงที่สุด เจ้าแน่ใจหรือว่าไม่ต้องการ?”
ก่อนสวี่หยางจะทันได้เอ่ยอะไร โจวตงไฉก็สูดหายใจเข้าขณะมองมาทางหวงเสี่ยวเหมย “หวงเสี่ยวเหมย เอาแบบนี้แล้วกัน ข้าจะยกโทษเรื่องที่เจ้าโกหกข้าก็ได้ ขอเพียงเจ้าไปล่าสัตว์กับข้า ข้ารับปากว่าพ่อจะยังคงกลั่นยาสร้างรากฐานให้ดังเดิม”
แม้ภายนอกจะเอ่ยเช่นนั้น แต่เขากำลังคิดว่าจะได้ตัวหวงเสี่ยวเหมยมาอย่างไรหลังจากได้อยู่ข้างนอกกับนาง
แม้จะมีศิษย์พี่ทั้งหลายร่วมทางไปด้วย แต่คนเหล่านั้นล้วนอยู่ข้างเขา
ต้องขอบคุณความสัมพันธ์ของผู้เป็นพ่อที่ทำให้มีคนประจบประแจงรอบตัวเขามากขนาดนี้
เมื่อเวลานั้นมาถึง เขาจะวางยาเพื่อทำให้หวงเสี่ยวเหมยกลายเป็นผู้หญิงของตน…
แค่คิดก็รู้สึกดีแล้ว
ส่วนเรื่องการกลั่นยาสร้างรากฐานให้คนผู้นี้
ถึงตอนนั้นเขาสามารถขอให้พ่อใช้อุบายบางอย่างเพื่อทำการกลั่นยาสร้างรากฐานไม่สมบูรณ์ให้ จากนั้นก็ส่งอีกฝ่ายกลับไป เมื่อใดที่เด็กคนนี้สร้างรากฐาน มันจะต้องเจ็บปวดทรมานอย่างแน่นอน
ขณะกำลังคิดว่าจะจัดการกับสวี่หยางอย่างไรนั้น คาดไม่ถึงว่าสวี่หยางจะปฏิเสธ “ต้องขอโทษด้วย พวกข้าไม่ต้องการให้เจ้าช่วยกลั่นยาสร้างรากฐาน ดังนั้นหวงเสี่ยวเหมยจะไม่ไปล่าสัตว์อสูรกับเจ้า”
“เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใคร หวงเสี่ยวเหมยยังไม่ได้พูดอะไรเลย!”
โจวตงไฉขมวดคิ้วขณะหันมามองหวงเสี่ยวเหมย เขามั่นใจว่านางน่าจะรู้ถึงความสำคัญของผู้เป็นพ่อที่มีต่อสำนักอย่างแน่นอน
น่าเสียดายที่ฟ้ากำหนดให้เขาต้องผิดหวัง เพราะหวงเสี่ยวเหมยกลับเอ่ยว่า “สวี่หยางพูดถูก พวกข้าไม่ต้องการให้พ่อของเจ้ากลั่นยาอีกแล้ว”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ดี หวงเสี่ยวเหมย ลืมมันเสียเถอะ แต่ข้าหวังว่าเจ้าจะไม่เสียใจทีหลัง”
หลังจากทำเสียงฮึดฮัด โจวตงไฉก็เดินตึงตังจากไป
“หากทำให้คนผู้นี้ขุ่นเคือง มันจะไม่เป็นไรหรือ?”
สวี่หยางมองแผ่นหลังของโจวตงไฉพลางขมวดคิ้ว
“ไม่ต้องห่วง ข้าไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของพ่อเขา ปกติก็แทบไม่ได้ยุ่งเกี่ยวอะไรกันอยู่แล้ว”
หวงเสี่ยวเหมยส่ายหน้าเพื่อยืนยันว่าไม่เป็นไรจริง ๆ
สวี่หยางพอจะจินตนาการได้ว่านางอาจจะเผชิญกับความขัดแย้งในอนาคต
แต่มันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ นี่คือกฎที่ไม่พูดถึง
ต่อให้ไม่มีเขา โจวตงไฉก็คงใช้วิธีอื่นอยู่ดี
เพราะผู้คนกำลังจับตาดูอยู่
หลังจากเดินเล่นสักพัก หวงเสี่ยวเหมยก็จากไป
เช้าวันรุ่งขึ้น
สวี่หยางมาถึงสำนักชิงหยาง หวงเสี่ยวเหมยก็แนะนำเขาให้รู้จักกับนักปรุงยาแซ่ฟาง
คาดไม่ถึง ขณะทั้งสองกำลังสนทนา นักปรุงยาฟางก็หยิบยันต์สื่อสารออกมาดูแล้วขมวดคิ้ว
“ต้องขอโทษหวงเสี่ยวเหมยกับสหายน้อยสวี่หยางด้วย เกรงว่าครั้งนี้ข้าคงไม่สะดวกที่จะกลั่นยาให้”
นักปรุงยาฟางเหลือบมองทั้งสองอย่างไม่ใส่ใจ
หวงเสี่ยวเหมยกับสวี่หยางมองหน้ากันด้วยความประหลาดใจ
สิ่งที่พวกเขาเพิ่งสนทนาเป็นไปได้ด้วยดี ในความเห็นของสวี่หยาง แม้ราคาจะแพงไปหน่อย แต่มันก็คุ้มค่า
แต่คาดไม่ถึงว่าหลังจากได้รับข้อความบางอย่าง เขาจะปฏิเสธ
“มีใครพูดบางอย่างกับท่านอย่างนั้นหรือ?” หวงเสี่ยวเหมยลอบคาดเดาพลางเอ่ยถาม
นักปรุงยาฟางไม่ปกปิดสิ่งใด “โจวฝูไห่นับเป็นศิษย์พี่ข้าครึ่งหนึ่ง เขา… เฮ้อ หวงเสี่ยวเหมย เจ้าไม่ควรทำให้นักปรุงยาโจวขุ่นเคืองนะ พูดตามตรง นักปรุงยาโจวแค่บอกกับข้าว่าขอเพียงเจ้าขอโทษลูกชายแล้วกลับมาคืนดีกัน เขาก็จะกลั่นยาให้ด้วยตัวเอง!”
สิ้นคำ นักปรุงยาฟางก็มองไปทางสวี่หยางแล้วเอ่ยเสียงเย็น “ส่วนเจ้า หลังจากกลั่นยาสร้างรากฐานเสร็จแล้ว ข้าหวังว่าเจ้าจะหยุดรบกวนหวงเสี่ยวเหมย ในฐานะผู้บำเพ็ญธรรมดา เจ้าไม่มีคุณสมบัติที่จะยุ่งเกี่ยวกับนางด้วยซ้ำ แม้นางจะยังเยาว์วัย แต่ถ้าเข้าใจเรื่องผลประโยชน์ในอนาคตขึ้นมา เจ้าคิดว่าตัวเองยังจะมีโอกาสอยู่อีกหรือ?”
“นักปรุงยาฟาง สวี่หยางเป็นสหายของข้า หากท่านไม่ต้องการช่วยก็ไม่เป็นไร แต่ไม่เห็นจำเป็นต้องพูดจารุนแรงเช่นนี้เลย”
หวงเสี่ยวเหมยขึ้นเสียงด้วยความไม่พอใจ
“ข้าก็แค่พูดความจริงเท่านั้น”
นักปรุงยาฟางเอ่ยพลางยกถ้วยชาขึ้นจิบ
เป็นนัยว่าส่งแขก
ทั้งสองไม่มีทางเลือกนอกจากออกมา เมื่อเดินมาถึงเส้นทางอันเงียบสงัดได้สักพัก หวงเสี่ยวเหมยก็ถอนหายใจ “สวี่หยาง ข้าขอโทษ นึกไม่ถึงว่านักปรุงยาฟางจะปฏิเสธเช่นนี้”