ตอนที่ 149
บทที่ 149 ศัตรูแปลกประหลาด
October 31, 2026
บทที่ 149 ศัตรูแปลกประหลาด
สวี่หยางหยุดอยู่กลางกองหินพลางครุ่นคิดสักพัก จากนั้นจึงส่ายหน้า “ข้าอาจจะไม่ไป”
“ทำไมล่ะ? หลังจากสร้างรากฐานแล้ว พวกเราต้องคิดถึงการเข้าสู่ขอบเขตจินตานในอนาคต มีสมุนไพรมากมายในดินแดนลับธารทมิฬที่สามารถสนับสนุนการเข้าสู่ขอบเขตจินตานได้ เหตุใดเจ้าไม่ลองพิจารณาดูอีกรอบเล่า?”
หลินไห่ถังโน้มน้าวสวี่หยางมากเช่นนี้ก็เพราะตนเองคิดจะสร้างรากฐานในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ถึงตอนนั้นนางก็มีโอกาสที่จะเดินทางไปดินแดนลับธารทมิฬค่อนข้างมาก หากสวี่หยางร่วมทางไปด้วยก็จะมีหลักประกันเรื่องความปลอดภัย
น่าเสียดายที่สวี่หยางคล้ายไม่เต็มใจ
“ข้าเพิ่งสร้างรากฐาน ความแข็งแกร่งยังต่ำต้อย ไว้ค่อยคุยกันทีหลัง” สวี่หยางไม่อธิบายให้มากความเกินไป
เขายังคงไม่เต็มใจที่จะเสี่ยงหากไม่ถึงคราวจำเป็น
หลังจากมองรอบข้าง สวี่หยางก็ปริปาก “ใกล้ถึงเวลาแล้ว ขอบคุณสหายเต๋าทั้งสามมากที่มาส่ง”
“อื้ม อย่าลืมเขียนจดหมายมาเล่า พวกข้าจะไปร่วมงานฉลองการสร้างรากฐานของเจ้าอย่างแน่นอน”
หวังสวี่เฉียงเอ่ยอย่างสุภาพ
สวี่หยางยิ้มพลางพยักหน้า จากนั้นจึงกล่าวลาทั้งสาม
“สหายเต๋าสวี่มีจิตใจดี แต่เขาระมัดระวังมากเกินไป” หลินไห่ถังเอ่ยด้วยความเสียดาย
…
ครึ่งวันต่อมา
สวี่หยางควบคุมเรือเหาะชิงเหลียนก่อนจะแวะที่เมืองเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง
เนื่องจากเป็นช่วงดึก เขาจึงตามหาสถานที่พักผ่อนก่อน
ไม่ช้า เขาก็พบโรงเตี๊ยม
เมื่อเข้าไปข้างใน เขาก็ได้ยินคนมากินอาหารทั้งหลายกำลังสนทนากันเสียงดัง
“ช่วยไม่ได้ ความไม่สงบในสำนักฮ่าวชี่ชุนหยางส่งผลกระทบค่อนข้างมาก กองกำลังจำนวนไม่น้อยซึ่งอยู่ที่นั่นต่างได้รับผลกระทบ ผู้บำเพ็ญตระกูลหยวนทุกคนทราบกันดี! ไม่นานมานี้ ปรมาจารย์หยวนเฉียวเข้าร่วมงานฉลองของหลินหวั่นชิงที่ตระกูลหลิน หลังจากกลับไปได้ไม่นาน เขาก็ถูกผู้อาวุโสสองคนจากสำนักฮ่าวชี่ชุนหยางล้อมโจมตีจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ว่ากันว่าชีวิตของปรมาจารย์หยวนเฉียวตกอยู่ในอันตราย!”
“แม้ไม่ทราบเลยว่าเทียนสิงผู้เป็นประมุขสำนักฮ่าวชี่ชุนหยางอยู่ที่ใด แต่มีข่าวลือว่าเขาถูกฆ่าแล้ว”
“นี่แสดงว่าสำนักในตอนนี้แบ่งออกเป็นหลายฝ่ายน่ะสิ ว่ากันว่าที่ผู้อาวุโสสองคนสังหารปรมาจารย์หยวนเฉียวก็เพราะเขากับประมุขสำนักฮ่าวชี่ชุนหยางมีความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น การกระทำเช่นนี้สร้างความหวาดกลัวให้กับผู้ที่ยืนอยู่ข้างเดียวกับประมุขสำนักกันถ้วนหน้า”
“ทุกวันนี้ กองกำลังน้อยใหญ่ที่นั่นต่างก็แตกตื่นกันหมดแล้ว”
“ข้าได้ยินมาว่าตระกูลขนาดเล็กบางส่วนวางแผนจะย้ายออกมาแล้ว พวกเขาไม่เต็มใจที่จะข้องเกี่ยวกับความขัดแย้งภายในของสำนักฮ่าวชี่ชุนหยางที่กำลังจะลุกเป็นไฟ”
“สงครามกลางเมืองระหว่างมหาอำนาจ หากไม่ระวังก็จะนำหายนะมาสู่ตระกูล การกระทำของผู้คนเหล่านั้นเป็นสิ่งที่เข้าใจได้”
“ใช่ไหมล่ะ ตอนนี้ข้าได้ยินมาว่าพวกตระกูลถังกับสำนักชิงหยางต้องการออกมาตรวจสอบสถานการณ์ นั่นก็เพื่อป้องกันไม่ให้แดนเซียนตอนเหนือถูกทำลาย”
“ใช่ หากการต่อสู้นี้ทำให้ความแข็งแกร่งโดยรวมของแดนเซียนตอนเหนือตกต่ำ มันก็ไม่ใช่เรื่องดีนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อกองกำลังในตงไห่ที่พยายามจะรุกล้ำฝั่งพวกเรา สำนักฮ่าวชี่ชุนหยางตั้งอยู่บนพรมแดนนี้ หากมีเรื่องเกิดขึ้นกับพวกเขา มันจะต้องดึงดูดกองกำลังภายนอกจากตงไห่อย่างแน่นอน”
เสียงสนทนาของผู้คนทั้งหลายย่อมดึงดูดความสนใจของสวี่หยาง
แดนเซียนตอนเหนือคือแผ่นดินหลักที่มีแดนดินสำคัญสองแห่งอยู่ใกล้กัน
บนชายฝั่งตะวันออกซึ่งอยู่ติดกับพื้นที่หลายพันลี้คือตงไห่ ซึ่งมีผู้บำเพ็ญแข็งแกร่งกว่าเล็กน้อย
เนื่องจากพื้นที่ทะเลแถบนั้นกว้างขวาง ประกอบกับตงไห่อยู่ใกล้กับเมืองหลวงโบราณของราชวงศ์หนานทางตอนใต้ซึ่งมีสมบัติล้ำค่าจำนวนมาก ทำให้ปราณวิญญาณดีกว่า
ทางตะวันตกมีภูเขาทอดยาวหลายพันลี้
สถานที่แห่งนั้นถูกเรียกว่าแดนเซียนตะวันตก ซึ่งมีกลุ่มผู้บำเพ็ญเซียนป่าเถื่อนไร้อารยธรรมอาศัยอยู่
แม้บอกว่าเป็นผู้บำเพ็ญเซียน แต่พวกเขาคือผู้บำเพ็ญมนุษย์ในแดนเซียนตะวันตกที่ฝึกฝนวิชาอันป่าเถื่อนยิ่ง ผู้คนที่นั่นศรัทธาในเซียนและเทพชั่วร้ายแปลกประหลาด แม้กระทั่งพลังบำเพ็ญก็แปลกประหลาดเล็กน้อย
หากมองในมุมของผู้บำเพ็ญมนุษย์วิถีคุณธรรม ผู้บำเพ็ญมนุษย์ที่นั่นจะถูกจัดอยู่ในกลุ่มผู้บำเพ็ญมารกับผู้บำเพ็ญชั่วร้าย
นอกจากนี้ สภาพแวดล้อมที่นั่นยังโหดร้ายและมีเส้นชีพจรวิญญาณที่เหมาะแก่การอยู่อาศัยน้อยนิด ส่วนพื้นที่รอบนอกล้วนเป็นสถานที่ที่ปราณวิญญาณผสมผสานกับพิษ
นอกจากนี้ สภาพแวดล้อมโหดร้ายดังกล่าวยังสร้างแมลงและสัตว์ร้ายมีพิษขึ้นมา สัตว์ร้ายจำนวนมากไปถึงขอบเขตจินตานกับขอบเขตวิญญาณแรกกำเนิดด้วยซ้ำ ดังนั้นแม้แต่ผู้บำเพ็ญมนุษย์ก็ยังยากที่จะเอาชีวิตรอดในสถานที่เช่นนั้นได้ ยิ่งคนธรรมดายิ่งไม่ต้องเอ่ยถึง
เพราะงั้นจึงมีการกล่าวกันว่าไม่มีมนุษย์อาศัยอยู่ที่นั่น เพราะพวกเขาจะถูกมองว่าอ่อนแอจนถูกผู้บำเพ็ญมนุษย์ทอดทิ้งทันที
เรื่องนี้เป็นเพียงข่าวลือ ซึ่งสวี่หยางไม่รู้ว่ามันเรื่องจริงหรือไม่
แต่ไม่ว่าอย่างไรก็มีคำกล่าวว่าเขาแล้งธารเหือดก่อให้เกิดผู้คนอำมหิต ดังนั้นผู้บำเพ็ญมนุษย์ที่นั่นจึงมีความโหดเหี้ยมยิ่ง ทำให้ผู้คนจากโลกเซียนอีกสามแห่งไม่อยากเข้าไปจัดการกับอีกฝ่าย
ต่อให้ทราบว่ามาจากแดนเซียนตะวันตก ผู้คนจากโลกเซียนอื่นก็จะทำการโจมตีอยู่ดี
ดังนั้นผู้บำเพ็ญจากแดนตะวันตกจึงมักถูกมองว่าเป็นอากาศธาตุ
นอกจากนี้ยังเป็นเพราะภูเขายาวหลายพันลี้คอยแยกแดนเซียนตะวันตกออกจากทางฝั่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นฝั่งไหนก็ยากที่จะผ่านภูเขาลูกนี้ซึ่งกลายเป็นกำแพงธรรมชาติขวางกั้นระหว่างทั้งสองแดนดินเอาไว้
นี่คือภาพรวมของสี่ดินแดนใหญ่ในโลกเซียน
โดยรวมแล้ว ผู้บำเพ็ญเซียนจะถือเมืองหลวงโบราณของราชวงศ์หนานเป็นศูนย์กลาง
ดังนั้นเมืองหลวงโบราณของราชวงศ์หนานจึงมีผู้บำเพ็ญเซียนที่แข็งแกร่งที่สุด
ตามมาด้วยแดนเซียนตงไห่
แดนเซียนตอนเหนือที่สวี่หยางอยู่รองลงมา
สิ่งที่น่ารำคาญที่สุดก็คือแดนเซียนตะวันตกซึ่งไม่ได้รับการยอมรับจากโลก
แดนเซียนตอนเหนือสามารถรักษาความเจริญรุ่งเรืองในปัจจุบันไว้ได้ก็เพราะมีสามกองกำลังสูงสุดอย่างสำนักฮ่าวชี่ชุนหยาง สำนักชิงหยางและตระกูลถังซึ่งคอยต่อต้านการรุกรานของผู้บำเพ็ญจากแดนเซียนตงไห่
หากมีปัญหากับสามกองกำลังสูงสุดนี้ เรื่องราวย่อมบานปลายโดยง่ายแน่
…
“ไม่คิดเลยว่าจะมีบางอย่างเกิดขึ้นกับปรมาจารย์หยวนเฉียว” สวี่หยางพึมพำ
ทุกสิ่งในโลกเซียนกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลง!!
ไม่นานมานี้ ปรมาจารย์หยวนเฉียวเข้าร่วมงานฉลองของหลินหวั่นชิง อีกทั้งยังช่วยชี้แนะวิถียันต์ให้กับพวกเขาด้วย
ทำให้หน้าต่างระบบของเขาส่องแสง
“แบบนี้แย่แน่”
สวี่หยางขมวดคิ้ว
ปรมาจารย์หยวนเฉียวคือยอดฝีมือขอบเขตจินตาน และช่วยดูแลตระกูลหลินมาโดยตลอด!
หาไม่แล้ว ตระกูลหลินที่มีเพียงขอบเขตสร้างรากฐานขั้นปลาย จะไปเทียบเคียงกับกองกำลังตระกูลขอบเขตจินตานที่อยู่ใกล้เคียงได้อย่างไร?
สวี่หยางคาดเดาได้ว่าตระกูลหลินอาจตกเป็นเป้าหมายรายต่อไป
เขาส่ายหน้าอย่างจนใจ หลังจากรับประทานอาหารเสร็จแล้วก็ขึ้นไปพักผ่อนชั้นบน
เช้าวันรุ่งขึ้น
เขารับฟังข่าวสารเพิ่มเติมจากคนรอบข้างก่อนจะเดินทางต่อ
หลังจากออกไปได้ไม่นาน จิตเทวะของเขาก็สัมผัสได้ว่ามีใครบางคนกำลังไล่ตามมา
บนทะเลทรายโกบีที่แห้งแล้ง สวี่หยางพลันหยุดนิ่ง
เพราะเขาพบว่าคนที่ไล่ตามมาอยู่ขอบเขตกลั่นลมปราณระดับแปดเท่านั้น พละกำลังค่อนข้างต่ำ สวมเครื่องแบบของสำนักชิงหยาง ตะโกนมาจากไกล ๆ