ตอนที่ 152
บทที่ 152 ภรรยาตื่นเต้น
October 31, 2026
บทที่ 152 ภรรยาตื่นเต้น
“การมียันต์ศักดิ์สิทธิ์ย่อมหมายความว่าสามารถจัดการกับผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตจินตานได้”
สวี่หยางสัมผัสได้ว่ายันต์ศักดิ์สิทธิ์นี้มีชื่อว่ายันต์ศักดิ์สิทธิ์พิรุณโปรย แม้ชื่อจะฟังดูธรรมดา แต่พลังของมันกลับร้ายกาจกว่ายันต์แสงทองหลายร้อยเท่า
สวี่หยางยกยิ้ม ตอนนี้ทั้งสี่ชีวิตในครอบครัวของเขาปลอดภัยมากขึ้นแล้ว
“สามี เจ้าตื่นแล้วสินะ เมื่อครู่กำลังคิดอะไรอยู่หรือ สีหน้าดูมีความสุขไม่น้อย”
ดวงตากลมโตน่ารักของหลินอวี้ลืมขึ้นแล้วถามด้วยรอยยิ้ม
“อื้ม ข้ากำลังคิด… เรื่องที่เจ้าน่าจะรู้”
ว่าแล้วก็หลุบตามองเนินอกขนาดน่ารักของหลินอวี้
หลินอวี้เตือน “ให้ตายเถอะ นี่ยังเช้าอยู่นะ ข้าต้องไปทำอาหารเช้าก่อน ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวได้สายจริง ๆ แน่”
ตอนนี้มันค่อนข้างสายมากแล้ว แต่พวกเขายังไม่ได้เปิดร้านเลย
แน่นอนว่าเมื่อคืนนี้หลินอวี้ตกใจมาก แถมตอนนี้นางกำลังสั่นสะท้านเมื่อเห็นส่วนนั้นของสวี่หยาง…
“ไม่เห็นต้องรีบเลย!”
สวี่หยางคว้าอีกฝ่ายไว้พลางเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ข้ามีของดีจะให้เจ้า”
“หืม มันคืออะไรล่ะ??”
หลินอวี้เผยท่าทีสนใจ นางกระเถิบไปหาถุงเก็บของของสวี่หยางอย่างระมัดระวัง เพื่อทำการตรวจสอบด้วยความอยากรู้ว่ามีอะไรอยู่ข้างใน
“มันคือหุ่นเชิด หุ่นเชิดใหม่เอี่ยม!” สวี่หยางสวมกอดหลินอวี้ขณะบรรจงจุมพิตลงบนใบหน้าเนียนของภรรยา
หลินอวี้เอ่ยอย่างเขินอาย “หุ่นเชิดตัวใหม่ ว้าว เยี่ยมไปเลย มันคืออะไรหรือ ถ้าดีเทียบเท่ากับเทพีหมายเลขหนึ่งก่อนหน้าก็คงดีไม่น้อย”
สวี่หยางโบกมือ “เทพีหมายเลขหนึ่งอะไรกัน? ของข้าดีกว่าเยอะ”
หลินอวี้รู้สึกขบขันนัก
นางเม้มปากกลั้นยิ้ม “สามี ข้าพอใจมากที่เจ้าใส่ใจข้าถึงขนาดนี้ แต่หุ่นเชิดมันพังง่ายและพวกเราก็ซ่อมเองไม่ได้ ไม่เห็นจำเป็นต้องซื้อของแพงมาเลย”
น้ำเสียงอ่อนโยนของหลินอวี้ทำให้ในใจของสวี่หยางคล้ายกับได้สัมผัสกับความซาบซึ้งอันอ่อนโยน
ในบรรดาภรรยาทั้งสาม หลินอวี้เป็นคนอ่อนโยนที่สุดแล้ว
“แน่นอนว่าข้าต้องการหาของที่ดีที่สุดและแพงที่สุดให้กับเจ้า!”
สวี่หยางเอ่ยชมอย่างไม่หวงแหน “หุ่นเชิดตัวนี้ดีกว่าเทพีหมายเลขหนึ่งอย่างแน่นอน… ไม่สิ มันดีกว่าเทพีหมายเลขหนึ่งสิบตัวรวมกันเสียอีก”
เมื่อรู้ว่าสวี่หยางไม่ได้พูดเล่น หลินอวี้ก็ยิ่งประหลาดใจ “ดีกว่าเทพีหมายเลขหนึ่งสิบตัวรวมกัน แสดงว่าเป็นหุ่นเชิดระดับสองใช่หรือไม่ ไปได้มันมาจากไหนกัน?”
สวี่หยางยิ้มโดยไม่เอ่ยอะไร
“สามี บอกข้าที บอกข้าที!” หลินอวี้จับมือของสวี่หยางพลางทำหน้ามุ่ย
“ได้ ข้าจะบอก แต่เจ้าต้อง…”
สวี่หยางโน้มตัวเข้ามากระซิบข้างหูหลินอวี้
หลินอวี้กลอกตา แต่ถึงกระนั้นนางก็ยังมุดเข้าไปใต้ผ้าห่ม
ผ่านไปสักพัก หลินอวี้ก็เช็ดปากแล้ววิ่งออกไปข้างนอกพร้อมกับสวี่หยาง
“จงออกมา”
ตูม!!
เสียงคำรามดังขึ้น ทำให้หนูสุ่ยหลิงสะดุ้งตกจากคานบ้าน
เมื่อมันกลับมามีสติก็พบวัตถุขนาดใหญ่ยืนอยู่ตรงหน้า
กลายเป็นว่ามันคือหุ่นเชิดรูปร่างคล้ายมนุษย์ในชุดเกราะทองแดงที่มีความสูงมากกว่าสองหมี่
แม้บอกว่ารูปร่างคล้ายมนุษย์ แต่โครงสร้างของมันเอนไปทางลิงเสียมากกว่า
หน้าอกด้านหน้าปูดโปนประหนึ่งมัดกล้าม ส่วนแขนมีขนาดใหญ่และหนา ติดกระบอกปืนสีดำเรียงกันเป็นแถว
โดยเฉพาะมือของมันที่ถือตรีเพชร
ขาทั้งสองประหนึ่งตอไม้ปักลงพื้น ทำให้บริเวณที่ยืนไม่อาจทานทนต่อแรงกดดันดังกล่าวได้ ส่งผลให้เกิดการกระตุ้นกับค่ายกลป้องกันภายในบ้านทันที ขณะเดียวกันปราณวิญญาณก็ได้กระจายไปตามพื้น
หากไม่ใช่เพราะการป้องกันของค่ายกล พื้นคงแหลกไปแล้ว
“หุ่นเชิดวานรทองแดงอาจจะตัวเล็กกว่าเทพีหมายเลขหนึ่ง แต่ในด้านวัสดุกับความแข็งแกร่งก็สามารถฆ่าเทพีหมายเลขหนึ่งได้ภายในไม่กี่ลมหายใจ” สวี่หยางกระซิบข้างหูของหลินอวี้ “ระดับของมันคือขั้นสูงระดับสอง!!”
หลินอวี้อ้าปากเล็กน้อยขณะมองหุ่นเชิดด้วยความประหลาดใจ
เทียบได้กับขอบเขตสร้างรากฐานขั้นปลาย!!!
ใช่แล้ว หุ่นเชิดเช่นนั้นสามารถเทียบได้กับขอบเขตสร้างรากฐานขั้นปลาย
คลิก!!
สวี่หยางเปิดหน้าอกด้านหน้าของหุ่นเชิด คู่มือการใช้งานด้านในก็ถูกดึงออกมา
อื้ม สิ่งที่เรียกว่าคู่มือการใช้งานคือแผ่นหยก
“สมกับเป็นหุ่นเชิดระดับสอง แม้แต่คู่มือการใช้งานยังแตกต่างจากหุ่นเชิดตัวอื่นเลย”
สวี่หยางยิ้ม
เขาตรวจสอบภายในแผ่นหยกก่อนจะพบว่าไม่เพียงมีข้อมูลเท่านั้น แต่ยังมีคำแนะนำในการควบคุมอีกด้วย
นอกจากนี้ ภายในแผ่นหยกยังมีวิญญาณศัสตราขนาดเล็กที่สามารถเข้าไปในหุ่นเชิดได้ หากมีสิ่งนี้ก็จะสามารถทำการควบคุมได้อย่างสมบูรณ์ ต่อให้หุ่นเชิดจะตกอยู่ในมือของศัตรู แต่ด้วยตัวตนของวิญญาณศัสตรา จึงไม่มีทางที่หุ่นเชิดจะถูกแย่งชิงไปได้
อีกอย่าง เพราะตัวตนของวิญญาณศัสตรา หุ่นเชิดตัวนี้จึงสามารถต่อสู้เองได้อย่างอิสระ
เพียงถ่ายทอดคำสั่งไปยังวิญญาณศัสตรา แล้วมันก็จะสามารถดำเนินการด้วยสติปัญญาของมันเอง
แน่นอนว่ามันคือสิ่งที่เจ้าของจำเป็นต้องสอนสั่ง
สวี่หยางอธิบายวิธีการให้หลินอวี้ฟัง “วิญญาณศัสตรานี้สามารถเติบโตได้ ต่อให้หุ่นเชิดจะถูกทำลาย แต่มันก็สามารถถ่ายโอนเข้าสู่หุ่นเชิดตัวอื่นได้”
หลินอวี้เอ่ยด้วยความประหลาดใจ “นี่มันแข็งแกร่งเกินไปแล้ว มันช่างทรงพลังสำหรับข้านัก”
“อื้ม จากนี้ไป เจ้าต้องสื่อสารกับวิญญาณศัสตราแล้วสอนวิธีจัดการกับสถานการณ์ต่าง ๆ อื้ม แล้วก็ตั้งชื่อให้มันด้วย”
หลินอวี้พยักหน้า จากนั้นจึงทำการสื่อสารกับวิญญาณศัสตราภายในแผ่นหยก
นางไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร
แต่ผ่านไปสักพัก แผ่นหยกก็เรืองแสงออกมา
วิญญาณศัสตราลอยออกมา กลุ่มหมอกสีส้มอมเหลืองเรืองรองเพียงสองอึดใจ จากนั้นก็พุ่งเข้าสู่ศีรษะของวานรทองแดง