ตอนที่ 158
บทที่ 158 รักภรรยาเท่าชีวิต
October 31, 2026
บทที่ 158 รักภรรยาเท่าชีวิต
“ลวี่ตงตายแล้วจริง ๆ”
ภายในค่ายกล เฉินหู่รู้สึกตื่นเต้นอย่างอธิบายไม่ถูก เขาควบคุมค่ายกล ใช้กระบี่ห้าเล่มสังหารผู้บำเพ็ญขอบเขตสร้างรากฐานที่ได้รับบาดเจ็บ
ทางฝั่งของลู่ต้าเถียน ปราณจากยันต์กำลังต้านทานการกัดกร่อนของปราณชั่วร้ายสีดำอย่างสุดความสามารถ
แรงกดดันของมันมากขึ้นเรื่อย ๆ จนลู่ต้าเถียนกัดฟันแน่น เพราะภายในหมอกสีดำ กระแสอากาศสองสายเคลื่อนออกมาทะลวงโล่อากาศ กระแทกเข้าที่หัวใจของเขา
“อ๊าก!”
ลู่ต้าเถียนทนไม่ไหวอีกต่อไปก่อนจะหันหลังแล้วตะโกน “หนีเร็ว”
“ว่าอะไรนะ? ถอยงั้นหรือ!!”
กลุ่มลูกน้องพากันสับสน ผู้บำเพ็ญขอบเขตสร้างรากฐานระดับสามกลับถูกสวี่หยางที่อยู่เพียงขอบเขตสร้างรากฐานระดับหนึ่งเล่นงาน
แต่ในไม่ช้า ผู้บำเพ็ญที่มีสายตาเฉียบแหลมก็สังเกตเห็นว่ามีรูเลือดสองรูบริเวณหัวใจของลู่ต้าเถียน พร้อมกับโลหิตที่ทะลักหลากออกมาอย่างต่อเนื่อง
ลู่ต้าเถียนกินโอสถขณะวิ่งอยู่ ทำให้สามารถหยุดบาดแผลไว้ได้
แน่นอนว่าสวี่หยางไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายหนีไป
เขารีบเข้าไปในปราณสีดำชั่วร้าย แล้วปราณทั้งหมดในกายก็เข้าห่อหุ้มตัวเป็นโล่ทรงกลม
ด้านหนึ่ง เป็นการเร่งความเร็วในการไล่ตาม ส่วนอีกด้าน มันสามารถปกป้องเขาจากการถูกทำร้ายได้อีกด้วย
จากนั้น การไล่ล่าก็เริ่มต้นขึ้น
“ฟ่าว!!”
หมอกสีดำเข้าปกคลุมผู้บำเพ็ญที่อยู่รอบข้างทั้งหมด
“อ๊าก…”
“นี่มันบ้าอะไรกัน?”
“พี่ลู่ ช่วยด้วย”
ผู้บำเพ็ญรุ่นเยาว์ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ตอนนี้ตกอยู่ในหมอกสีดำอย่างสมบูรณ์ เขาส่งเสียงกรีดร้องได้เพียงไม่กี่อึดใจ ก็กลายเป็นศพแห้งเหี่ยวตกลงไปในน้ำไม่ต่างจากลวี่ตง
เมื่อลู่ต้าเถียนเห็นเช่นนั้น เขาก็ยิ่งรู้สึกสิ้นหวัง
สวี่หยางผู้นี้น่าหวาดกลัวยิ่งนัก พละกำลังน่าจะแข็งแกร่งที่สุดในบรรดารุ่นเยาว์ของตระกูลหลินด้วยซ้ำ!
ช่างไร้สาระที่พวกเขาคิดว่าผู้แข็งแกร่งที่สุดในรุ่นเยาว์ของตระกูลหลินคือ หลินหวั่นชิงกับหลินอี้เตา
เขาต้องกลับไปเพื่อแจ้งข่าวให้ตระกูลทราบ
ตู้ม!
แต่ทันใดนั้น เสียงคำรามสะเทือนสวรรค์ก็มาจากด้านหลัง
ลู่ต้าเถียนสัมผัสได้ว่าวิญญาณของตนสั่นไหว ลมปราณเดือดพล่าน หัวใจเจ็บปวดพร้อมกับร่างกายที่แข็งทื่อชั่วขณะ
ดวงตาของสวี่หยางประหนึ่งสายฟ้าขณะใช้เคล็ดวิชามังกรขับขาน
เขาอาศัยจังหวะนี้ทำการโจมตีอย่างรุนแรง พลางส่งปราณสีดำชั่วร้ายปกคลุมอีกฝ่าย
“ไม่…”
ลู่ต้าเถียนระดมพลังยุทธ์เพื่อต้านทานปราณชั่วร้ายอย่างสิ้นหวัง แต่ด้วยพละกำลังที่เขามี จึงยากที่จะเอาชีวิตรอดได้
ปราณชั่วร้ายเริ่มกัดกินร่างกาย ร่างของเขาแห้งเหี่ยวอย่างรวดเร็วจนสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
ลู่ต้าเถียนตกอยู่ในสภาพสับสน เขาทราบดีว่าพลังชีวิตกำลังเหือดหายอย่างรวดเร็ว ความรู้สึกที่กำลังมองดูตัวเองกำลังสิ้นใจทีละน้อยไม่ใช่เรื่องที่น่ายินดีเท่าใดนัก
ตอนนี้ต่อให้ไม่มีปราณสีดำชั่วร้าย ร่างกายของเขาก็ไม่ต่างจากชายชราเหี่ยวย่น
“ไม่…”
สิ้นเสียงคำรามครั้งที่สอง ลู่ต้าเถียนก็ตกลงไปในทะเลด้วยความไม่เต็มใจ
…
ทางด้านเฉินหู่ทำการโจมตีผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตกลั่นลมปราณที่กำลังหลบหนี
“ฆ่ามัน!!”
เขาคำรามขณะนำคนของสมาคมหู่เวยไล่ตามไป
ผ่านไปสักพัก เฉินหู่ก็กลับมาหาสวี่หยางพร้อมกับชัยชนะ
ในตอนนี้ สวี่หยางก็วางแผนที่จะกลับไป
“พี่สวี่ เจ้าหลอกข้าจนเชื่อสนิทเลย ข้าถึงกับคิดว่าพวกเราต้องตายอยู่ที่นี่ นึกไม่ถึงว่าเจ้าจะทรงพลังขนาดนี้!!”
เฉินหู่ประสานมืออย่างเคร่งขรึมด้วยความเคารพ
สวี่หยางเอ่ย “ข้าก็ลำบากใจเหมือนกันที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ ข้าไม่ได้ตั้งใจจะปกปิดเอาไว้”
“เข้าใจ เข้าใจ”
“ตอนนี้ข้าขอตัวกลับเมืองเป่ยไห่ก่อน” สวี่หยางเอ่ยเสียงทุ้ม
“หา? เจ้าจะไปที่นั่นหรือ!”
“ใช่แล้ว ข้าต้องการช่วยผู้หญิงของข้า ข้าต้องแจ้งข่าวว่าผู้นำตระกูลลู่จะลงมือด้วยตัวเอง”
แน่นอนว่าเฉินหู่เข้าใจ ผู้หญิงที่สวี่หยางกำลังพูดถึงย่อมไม่ใช่ใครอื่นนอกจากหลินหวั่นชิง
เขาอดชื่นชมไม่ได้
ต้องทราบก่อนว่าตอนนี้ศัตรูกำลังล้อมเมืองเป่ยไห่ หากปล่อยให้เวลาผ่านไปทั้งอย่างนี้ เป็นไปได้มากว่าพวกเขาจะถูกค้นพบ
นี่ยังไม่รวมเรื่องที่พวกเขาอยู่ภายใต้สายตาของยอดฝีมือขอบเขตจินตานอีก
เฉินหู่กังวลว่าอาจจะมีบางอย่างเกิดขึ้นกับสวี่หยาง เขาจึงปลอบอีกฝ่าย “พี่สวี่ คุณหนูหลินหวั่นชิงได้รับการคุ้มกันจากค่ายกลระดับสามในที่พักของตระกูลหลิน นางไม่เป็นไรหรอก เจ้าไม่ต้องกังวลใจไป”
“อื้ม ข้ารู้แล้ว แต่ข้าก็ยังอยากไปดูอยู่ดี”
สวี่หยางไม่อยากเสี่ยง
ทว่าผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตจินตานลงมือด้วยตัวเอง ดังนั้นเขาจึงต้องไปที่นั่น เมื่อถึงเวลา เขาสามารถใช้ยันต์ศักดิ์สิทธิ์เพื่อสร้างบาดแผลกับอีกฝ่ายได้
แน่นอนว่าหากมันเป็นความเสี่ยง สวี่หยางก็มีต้นทุนที่จะช่วยชีวิตตัวเองเอาไว้
เขามีแผนเอาตัวรอดมากมาย
อย่างแรก เขาสามารถปลอมเป็นผู้บำเพ็ญตระกูลลู่แฝงตัวเข้าไปได้
ด้วยความสามารถในการปกปิดปราณ ย่อมไม่ง่ายที่คนอื่นจะตรวจจับได้
อย่างที่สอง เขาครอบครองยันต์ศักดิ์สิทธิ์ ผู้บำเพ็ญขอบเขตจินตานจะต้องเรียกเขาว่าพี่หลังจากได้เห็นมันอย่างแน่นอน
อย่างที่สามก็คือเรือส่านหลิงเฟยซึ่งอยู่ขั้นสูงระดับสอง
เรือเหาะลำนี้มีความสามารถทั้งโจมตีและป้องกัน อีกทั้งยังมีความเร็วมหาศาล ผู้บำเพ็ญขอบเขตจินตานธรรมดาย่อมไม่สามารถตามความเร็วของมันได้ทัน