ตอนที่ 160
บทที่ 160 ผู้บำเพ็ญมารน่าสะพรึง
October 31, 2026
บทที่ 160 ผู้บำเพ็ญมารน่าสะพรึง
“ฆ่า!!”
ผู้บำเพ็ญตระกูลลู่ทุกคนโถมการโจมตีใส่ค่ายกล
ภายในค่ายกล ผู้บำเพ็ญตระกูลหลินที่คอยคุ้มกันพยายามต้านทานอย่างสุดความสามารถ ส่วนบริเวณดวงตาของค่ายกล ผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตสร้างรากฐานจำนวนมากพยายามควบคุมอย่างสุดกำลัง
ทว่าเมื่อการโจมตียิ่งทวีความรุนแรง ไม่เพียงพลังของค่ายกลจะถูกผลาญไปอย่างรวดเร็วเท่านั้น พลังวิญญาณของพวกเขาก็ถูกสูบออกไปอย่างคลุ้มคลั่งด้วย
ต้องทราบก่อนว่าตระกูลลู่ยังมีผู้บำเพ็ญขอบเขตจินตานที่ยังไม่ได้ออกโรงอยู่เบื้องหลัง หากอีกฝ่ายลงมือขึ้นมา ค่ายกลอาจจะไม่สามารถต้านทานเอาไว้ได้
…
ในตอนนี้ ลู่หลีกำลังเฝ้ามองอย่างใจเย็น
การปรากฏตัวของเขาเป็นการเพิ่มขวัญกำลังใจให้สมาชิกคนอื่น ๆ ค่อนข้างมาก
เขาจะลงมือเอง ก็ต่อเมื่อมั่นใจว่าค่ายกลไม่ทำงานแล้ว
ถึงอย่างไร แม้ตอนนี้ตระกูลหลินจะอ่อนแอ แต่ก็ยังเหลือยอดฝีมือขอบเขตจินตานอีกหนึ่งคน ดังนั้นเขาคิดว่าอีกฝ่ายจะต้องมีไพ่ตายเป็นแน่
เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้แผนการล่มเพราะความประมาท เขาจึงไม่บุ่มบ่ามลงมือ
“ท่านประมุข พวกเราเพิ่งได้ข่าวว่าหลินอี้เตา หลินซวี่จือกับหลินเสวี่ยตันนำหลินหวั่นชิงกับสมาชิกอาวุโสคนอื่น ๆ ออกจากที่นี่ไปแล้ว”
“หืม?” ลู่หลีขมวดคิ้วแล้วแค่นเสียงเย็น “คนอื่นปล่อยไปได้ แต่จะปล่อยสองคนนี้ไปไม่ได้!! เอาเถอะ ยึดที่นี่ก่อน แล้วค่อยจับคนมาเค้นข้อมูลก็ยังไม่สาย”
สีหน้าของลู่หลีหมองหม่นด้วยความไม่ยินดีเล็กน้อย
เหตุผลที่เขาวิตกกังวลจนต้องรีบจับตระกูลหลินในครั้งนี้ก็เพราะได้ยินข่าวลือบางอย่าง
นั่นก็คือหลังจากสำนักฮ่าวชี่ชุนหยางยึดตระกูลหยวนแล้ว ดูเหมือนพวกเขาจะเริ่มแทรกซึมเข้าไปในตระกูลขนาดเล็กอื่น ๆ โดยรอบ
ไม่เพียงแค่นั้น ตระกูลถังยังเริ่มมีความขัดแย้งกับสองกองกำลังสูงสุดก็เพราะการกระทำของสำนักฮ่าวชี่ชุนหยาง
ในฐานะกองกำลังที่อยู่ใกล้ผู้บำเพ็ญเซียนแห่งตระกูลถังมากที่สุด พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับการล่อลวงของสองกองกำลังสูงสุด
เขาย่อมเข้าใจว่าต่อให้เข้าร่วมกองกำลังใด ตนเองก็อาจจะต้องเผชิญหน้ากับการกำราบจากอีกกองกำลัง
ดังนั้น เขาจึงอยากยึดตระกูลหลินเพื่อย้ายสมาชิกตระกูลส่วนใหญ่มาที่นี่
เมื่อคิดได้เช่นนี้ ทันใดนั้นเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
“เจ้าเป็นใคร บุกรุกเข้ามาในค่ายคิดจะ… อ๊าก…”
“อย่าฆ่าข้า… อ๊าก…”
คาดไม่ถึงว่าคนที่บุกเข้ามาจะสังหารทุกคนในพริบตาโดยไม่มีการปกปิดปราณแม้แต่น้อย อีกทั้งไม่เก็บเรื่องที่มียอดฝีมือขอบเขตจินตานมาคิดจริงจัง
ลู่หลีเดือดดาล เขาทะยานออกจากกระโจม มองไปทางที่เกิดการสังหาร
ในตอนนี้ คนในตระกูลได้ล้อมคนที่บุกเข้ามาไว้แล้ว
“หืม??”
ลู่หลีหรี่ตาเมื่อเห็นผู้มาเยือน
เพราะเขาพบว่าคนตรงหน้ามีผมเผ้ายุ่งเหยิง เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง เห็นได้ชัดว่าทรงพลังมาก แต่ปราณกลับเบาบางประหนึ่งขอทานผู้น่าสังเวช
เพียงแต่เมื่อครู่ ผู้คนจำนวนมากถูกอีกฝ่ายสังหารในพริบตา ไม่เว้นแม้กระทั่งศิษย์ในขอบเขตสร้างรากฐานขั้นต้น
“เจ้าเป็นใคร แล้วรู้หรือไม่ว่าข้าเป็นใคร?”
ลู่หลีปลดปล่อยปราณขอบเขตจินตานออกมาเพื่อพยายามข่มขู่อีกฝ่าย
น่าเสียดายที่เขาถูกลิขิตให้ต้องผิดหวัง
แทนที่จะแสดงความหวาดกลัว อีกฝ่ายพลันเงยหน้าแล้วยิ้มกว้างจนเผยให้เห็นฟันสีดำคล้ำ
ภายใต้แสงจันทร์ คนแปลกประหลาดผู้นี้ดูน่ากลัวยิ่งนัก
ลู่หลีระแวดระวังเพราะพบว่าแม้ปราณนี้จะคล้ายกับปั่นป่วน แต่บางครั้งความผันผวนของปราณกลับแก่กล้ายิ่งจนรู้สึกถึงการคุกคาม
ยิ่งไปกว่านั้น หากมองใบหน้าอย่างละเอียด ลู่หลีก็พลันตระหนักได้ว่าคนผู้นี้ช่างดูคุ้นเคยนัก
เหมือนจะ… เคยเห็นมาก่อน
น่าเสียดายที่มันผ่านมาเนิ่นนานแล้ว ต่อให้เขาเป็นยอดฝีมือขอบเขตจินตานทรงพลังและมีความทรงจำอันเป็นเลิศ แต่เขาก็นึกไม่ออก
“ได้ยินมาว่าเจ้าอยากฆ่าหลินอี้เตาสินะ!!” คนแปลกหน้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงไร้อารมณ์
ลู่หลีไม่ตอบแต่ถามกลับ “เจ้าเป็นอะไรกับหลินอี้เตา?”
“ข้าสนใจในตัวเขา เขาเป็นของข้า”
“จริงสิ ข้าจับเป็นมันให้เจ้าได้ แต่จำต้องทำลายค่ายกลเสียก่อน”
ลู่หลีตอบกลับด้วยสัญชาตญาณ เขาไม่อยากเป็นศัตรูกับบุคคลลึกลับผู้นี้
“ไม่ ไม่ ไม่…”
คาดไม่ถึงว่าคนแปลกประหลาดจะส่ายหน้า และจ้องลู่หลีด้วยสายตาราวกับปลาตาย มันไม่ต่างกับกำลังมองก้อนเนื้อ “หลินอี้เตาเป็นของข้า ข้าไม่สนใจจะร่วมมือกับเจ้า! หากถอยเสียตอนนี้ ข้าอาจจะยอมปล่อยเจ้าไปก็ได้”
หลังจากเลียริมฝีปาก ของเหลวคล้ายกับน้ำลายก็ไหลออกมา
“เจ้าช่างรนหาที่ตายนัก!!”
แม้ลู่หลีอยากสนทนาอย่างเป็นมิตร แต่ตอนนี้เขาก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป
เขาชักดาบยาวออกมา!
ขั้นกลางระดับสอง!
“ดาบเกล็ดมังกร จงฟันมันเพื่อข้า!”
เมื่อปราณของขอบเขตจินตานระเบิดออกมา ผู้บำเพ็ญรอบข้างก็รีบถอยหนี
ทว่าทันทีที่ปราณขอบเขตจินตานทรงพลังกระจายออกไป ปราณที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าของบุคคลลึกลับก็บดขยี้กลับไปทันที
“ได้ยังไง… ขอบเขตจินตาน… ขั้นปลาย!”
ลู่หลีกลืนน้ำลายหนึ่งครั้ง ดาบที่ลอยอยู่กลางอากาศก็ถูกบดขยี้ลงกับพื้นดิน จิตวิญญาณสลายไปทันที
“เป็นแค่เจ้าหนูขอบเขตจินตาน กล้าดีอย่างไรถึงมาทำตัวโอหังต่อหน้าข้า!”
คนแปลกประหลาดตรงหน้าส่งเสียงหัวเราะเสียดหู
“อ๊ากก…”
หมอกทมิฬกระจายออกไปรอบทิศ ตระกูลลู่ทุกคนก็ล้มลงฉับพลัน โลหิตระเบิดออกจากร่างจนกลายเป็นชิ้นเนื้อชุ่มเลือด
ลู่หลีตกตะลึง “ผู้บำเพ็ญมาร!!”
เห็นได้ชัดว่าวิชายุทธ์แปลกประหลาดตรงหน้าเป็นของผู้บำเพ็ญมาร
ผู้บำเพ็ญมารขอบเขตจินตานขั้นปลาย!!
สวรรค์ ยอดฝีมือเช่นนี้มีมาตั้งแต่เมื่อไหร่?
เท่าที่เขาทราบ เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา แม้ผู้บำเพ็ญมารจะปรากฏตัวบ่อยครั้ง แต่คนเหล่านั้นล้วนเป็นกลุ่มคนขอบเขตกลั่นลมปราณเท่านั้น
“ถอย!!”
ไม่ว่าอย่างไร หากเผชิญหน้ากับศัตรูเช่นนี้ก็ทำได้เพียงหนีเท่านั้น
เขาสั่งให้ทุกคนอพยพอย่างไม่ลังเล
ในเวลาเดียวกัน เขาดึงกระดานค่ายกลกับกล่องสี่เหลี่ยมสีดำออกมา
“ไป!!”
กล่องทรงสี่เหลี่ยมก่อตัวเป็นกรงเหล็กสีดำขนาดใหญ่ จากนั้นจึงปกคลุมคนแปลกประหลาดเอาไว้