ตอนที่ 165
บทที่ 165 ฟ้าดินมิเคยเรียบง่าย
October 31, 2026
บทที่ 165 ฟ้าดินมิเคยเรียบง่าย
เทพธิดาเซียวเหยาไม่คาดคิดว่าจะได้พบคนรู้จักที่นี่
ทว่านางค่อนข้างอายเกินกว่าจะปรากฏตัวในสถานที่เช่นนี้
แม้นางจะขายศิลป์หาใช่ร่างกาย แต่สุดท้ายก็ยังโคจรอยู่ในสถานที่แห่งการล่อลวง เมื่อคิดได้ดังนี้ ตนเองจึงไม่ตั้งใจที่จะกล่าวทักทายสวี่หยาง แต่เลือกที่จะเตรียมการแสดงอย่างเร่งรีบ
ทว่าสิ่งที่ทำให้ประหลาดใจก็คือสวี่หยางเป็นฝ่ายติดต่อหานางก่อน
“สหายเต๋าหลิน คาดไม่ถึงว่าจะได้มาพบเจ้าที่นี่”
หลินไห่ถังตกตะลึงชั่วขณะ สีหน้าของนางเผยความประหลาดใจ “เจ้าหาข้าเจอได้อย่างไร?”
นางมีสมบัติแปลกประหลาดบนร่างกายที่สามารถปกปิดปราณได้เป็นอย่างดี
นางคิดว่ามันสมบูรณ์แบบแล้ว แต่สวี่หยางก็ยังมองออกได้ในทันที
สวี่หยางหัวเราะแผ่วเบา “เจ้าเดาสิ”
“เฮ้อ ในเมื่อเจ้ารู้แล้วก็รู้ไป ข้าว่าจะชวนไปดื่มหลังจากนี้อยู่พอดี ว่าอย่างไร?”
“เยี่ยมเลย ข้าอยากชื่นชมการแสดงของสหายเต๋าหลินอยู่พอดี”
สวี่หยางไม่คาดฝันว่าหลินไห่ถังแห่งสำนักชิงหยางจะมีอาชีพเสริมเช่นนี้
มันช่างเป็นเรื่องที่อุกอาจนัก
แต่พอมาคิดอย่างถ้วนถี่ในตอนนี้ มันก็มีสิ่งแปลกประหลาดมากมายเกี่ยวกับหลินไห่ถังจริง ๆ
ยกตัวอย่างเช่น นางมีพื้นเพธรรมดา ถึงกระนั้นก็ยังเป็นนักปรุงยา
ต้องทราบก่อนว่าแม้นักปรุงยาจะดูมีอนาคต แต่หากต้องการเริ่มตั้งตัวก็ต้องมีทรัพยากรสนับสนุนจำนวนมาก
หาไม่แล้ว แค่เตากลั่นยาเพียงอย่างเดียว ตระกูลธรรมดาส่วนใหญ่ก็ไม่สามารถซื้อได้
จากนั้นในช่วงแรก เมื่อนักปรุงยาเรียนรู้การกลั่นยา อัตราความล้มเหลวจะค่อนข้างสูง หากไม่ระวัง วัตถุดิบสมุนไพรชั้นดีจำนวนหนึ่งอาจจะถูกผลาญโดยสูญเปล่า
ดังนั้นในโลกเซียนจึงมีสุภาษิตเกี่ยวกับนักปรุงยา
เบื้องหลังนักปรุงยาที่ประสบความสำเร็จทุกคน ย่อมมีโอสถที่ถูกทิ้งกองเป็นภูเขา
จากสุภาษิตนี้ ไม่ว่าใครก็มองออกว่านักปรุงยาเติบโตยากเพียงใด
เขาจำได้ว่าหวงเสี่ยวเหมยเคยบอกว่าหลินไห่ถังมีภูมิหลังธรรมดาและไม่มีพ่อแม่
ในตอนนั้น เขาสงสัยว่าหลินไห่ถังพึ่งพาอะไรในการสนับสนุนเส้นทางการเป็นนักปรุงยาของตัวเอง
“จุ๊จุ๊ คณิกาชั้นสูง!”
สวี่หยางถอนหายใจ
จากนั้นเขามองกลุ่มบุรุษที่ตื่นเต้นรอบข้างก่อนจะหัวเราะออกมา
เพราะคนกลุ่มนี้ยอมจ่ายไปมากเพียงเพื่อจะได้สนทนากับหลินไห่ถัง ส่วนเขาไม่ต้องเสียสักแดง
“ถ้าคนพวกนี้รู้เข้า เกรงว่าพวกเขาคงโกรธแค้นข้ามากกระมัง??”
ในตอนนี้
หลินไห่ถังกำลังถือผีผาก่อนจะเริ่มทำการบรรเลง
ร่างกายร่ายรำพลิ้วไหว เสียงเพลงอันไพเราะลอยล่องไปทั่ว
สวี่หยางก็ค้นพบความงดงามของบทเพลงนี้เช่นกัน เขารู้สึกเหมือนกับอยู่ในป่าเขียวขจีที่มีแสงอาทิตย์อบอุ่นสาดส่องลงมาสู่ผืนดิน ทำให้ผู้คนรู้สึกผ่อนคลายและยินดี
เบื้องหน้าคือเทพธิดาสวมผ้าคลุมหน้าผู้กำลังเล่นสนุกกับตนอยู่กลางพงไพร
มันช่างงดงามและน่าดูชมจนให้ความรู้สึกเหมือนกับสายลมวสันต์
ความเหนื่อยล้าก่อนหน้านี้ถูกขจัดออกไปสิ้น
“เดี๋ยวก่อน นี่คือ…”
สวี่หยางพบว่าดนตรีนี้เต็มไปด้วยพลังแปลกประหลาด
มันไม่ใช่จิตเทวะหรือพลังวิญญาณ
เขารู้สึกเหมือนกับว่าจิตวิญญาณทั้งหมดกำลังล่องลอยไป!!
“จิตวิญญาณ นี่คือพลังจิต”
สวี่หยางรู้สึกประหลาดใจ
ผู้บำเพ็ญมนุษย์ทุกคนต่างครอบครองพลังจิต
ทว่าต่อให้ครอบครองก็ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถใช้มันได้
เหมือนกับที่ทุกคนมีจิตเทวะ แต่ไม่รู้วิธีใช้งาน
ในทำนองเดียวกัน แม้เขาจะครอบครองพลังจิต แต่ก็ไม่รู้วิธีควบคุมมัน
ยามนี้ห้องโถงที่เดิมมีเสียงดังเซ็งแซ่พลันตกอยู่ในความเงียบงัน ทุกคนซึมซับความงดงามของมัน
อย่าว่าแต่บุรุษเลย แม้กระทั่งสตรีในห้องโถงก็ไม่ต่างกัน
ไม่นาน บทเพลงก็สิ้นสุดลง
หลินไห่ถังคำนับเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยอย่างอ่อนโยน “ขอบคุณทุกท่านที่ให้การสนับสนุน”
“แปะ แปะ แปะ…”
ฝูงชนพากันปรบมือ
จากนั้น หลินไห่ถังก็ทำการแสดงต่อไป
หลังจากได้ฟังหนึ่งครั้ง สวี่หยางก็รู้สึกว่ามันช่างคุ้มค่าเหลือเกิน
ท่วงท่าการร่ายรำกับดนตรีอันงดงามคือสิ่งที่หาชมได้ยากในโลก
ในที่สุด มันก็ถึงเวลาที่ต้องเชิญใครสักคนขึ้นไปสนทนาเกี่ยวกับประสบการณ์การบำเพ็ญกับหลินไห่ถังแล้ว
สิ่งที่ทำให้สวี่หยางประหลาดใจก็คือยังไม่ทันเริ่มประมูล เถ้าแก่เนี้ยก็มาหาสวี่หยางแล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ผู้อาวุโส เทพธิดาเซียวเหยาให้มาเชิญท่าน”
ทุกคนมองสวี่หยางด้วยความไม่อยากเชื่อ
“เถ้าแก่เนี้ย เหตุใดเทพธิดาเซียวเหยาถึงเชิญเขาหรือ?”
“นั่นสิ ยังไม่เริ่มการประมูลเลยไม่ใช่หรือ?”
“แม้เขาจะรูปหล่อกว่าข้า แต่เพราะหล่อกว่าก็เลยได้ขึ้นไปหรือ? มันไม่ยุติธรรมเลย”
เสียงตะโกนดังระงม
“สหายเต๋า ข้า หลี่เฟิง เดินทางมาที่นี่น้อยครั้ง ข้าหวังว่าจะได้มีโอกาสสนทนากับเทพธิดาเซียวเหยาเกี่ยวกับประสบการณ์การบำเพ็ญ ข้าหวังว่าท่านจะทำให้เรื่องมันง่ายและยอมไว้หน้าข้า อย่าได้มาแก่งแย่งอะไรกันอีก”
น้ำเสียงโกรธเคืองดังก้องไปทุกแห่งหน
สวี่หยางเหลือบมอง เขาฟังจากน้ำเสียงทุ้มต่ำก็ทราบในทันทีว่าคนผู้นี้เป็นทายาทสายตรงของตระกูลหลี่
‘ไม่แปลกใจเลยที่พวกเขาจะมั่นใจเพียงนี้ ตระกูลหลี่ทรงพลังมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา พวกเขาได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในกองกำลังสูงสุดขอบเขตจินตาน’
สวี่หยางคิดอยู่ในใจ
เขาไม่คาดคิดว่าในเวลาอันสั้นก็ต้องถูกผลักไปแถวหน้าเสียแล้ว!