ตอนที่ 170
บทที่ 170 ถูกสงสัยว่าหวังฉวยโอกาสกับเจ้า
October 31, 2026
บทที่ 170 ถูกสงสัยว่าหวังฉวยโอกาสกับเจ้า
“สหายเต๋าเยี่ย รับรองความปลอดภัยในการหลบหนีได้หรือไม่”
หลินอีหลุนมองหน้าเยี่ยฉิงพลางถาม
“ยากจะบอก ข้าบอกได้แค่การคุ้มกันแน่นหนามาก เรามียอดฝีมือขอบเขตจินตานสามคนจากหอสังคีตสวรรค์ ผู้นำตระกูลหลินย่อมไม่ต้องห่วง สามารถติดต่อกับกองกำลังอื่นเพื่อหารือกันได้”
เยี่ยฉิงยิ้ม
หลินอีหลุนพึมพำ “ยอดฝีมือขอบเขตจินตานสามคน…”
“ใช่แล้ว แม้จะเทียบโจวหลี่ไม่ได้ อย่างน้อยพวกเขาก็มีกำลังพอจะต้านทาน อีกทั้งหากต้องสู้จริง ๆ ทุกคนสามารถอาศัยจังหวะชุลมุนเพื่อหลบหนีได้ ผู้บำเพ็ญขอบเขตวิญญาณแรกกำเนิดทรงพลังมากก็จริง แต่เขาจะไล่ล่ากลุ่มคนมากมายไหวหรือ”
หลินอีหลุนลอบปรึกษากับสวี่หยาง
สวี่หยางบอกว่าแผนการตอนนี้ ทำได้เพียงหลบหนีไปพร้อมกับกลุ่มหอสังคีตสวรรค์
แน่นอนว่ามีรายงานว่ากองกำลังอื่น ๆ ก็ติดต่อและเตรียมการหลบหนีเช่นกัน
ทว่าในหมู่พวกเขามีผู้ที่แข็งแกร่งน้อยนัก
ตระกูลผู้บำเพ็ญเซียนหวง และตระกูลผู้บำเพ็ญเซียนหลี่ แม้กระทั่งตระกูลสวี่ และตระกูลอื่น ๆ ก็ยังไม่มีผู้บำเพ็ญขอบเขตจินตานสักคน
คะเนดูแล้ว ในเมืองเซียนมีผู้บำเพ็ญขอบเขตจินตานอยู่เพียงเจ็ดแปดคน
ส่วนใหญ่เป็นสมาชิกตระกูลถังและสำนักฮ่าวชี่ชุนหยาง
ทั้งสองกองกำลังแทบจะถูกควบคุมโดยผู้บงการเบื้องหลังเหตุการณ์นี้ จะไว้ใจได้อย่างไร
ดังนั้นจึงเหลือผู้บำเพ็ญขอบเขตจินตานแค่สามคนในกองกำลังย่อยอื่น ๆ
พวกเขาต่างอยู่ในขอบเขตจินตานขั้นต้น พลังมีอยู่จำกัด
ด้วยเหตุนี้ หลังทั้งสองปรึกษากันครู่หนึ่ง ในที่สุดก็ตัดสินใจได้ว่าจะหนีไปพร้อมกับหอสังคีตสวรรค์
หลินอีหลุนก้าวออกไปเอ่ยบางอย่าง
เยี่ยฉิงพยักหน้า “ฉลาดมาก แล้วพวกท่านมีกันกี่คน”
“รวมข้ากับสวี่หยาง ทั้งหมดสี่สิบสามคน”
“มีคนเยอะขนาดนี้ ราคาไม่ใช่น้อย อย่างน้อยต้องลดจำนวนคนลงครึ่งหนึ่ง”
เยี่ยฉิงเอ่ยเสียงไร้อารมณ์
ในฐานะผู้นำตระกูลหลิน หลินอีหลุนย่อมไม่สามารถทอดทิ้งสมาชิกในตระกูลได้
อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงเวลาเสียสละเพื่อปกป้องทุกคน เขาก็พยักหน้าเอ่ย “ข้าทิ้งได้แค่ยี่สิบสามคน ต้องจ่ายเท่าไร”
“อืม หนึ่งแสนหินวิญญาณ ยันต์ระดับสองยี่สิบแผ่น และโอสถวิญญาณระดับสองสิบเก้าชิ้น… ศัสตราศักดิ์สิทธิ์ระดับสองอีกสามชิ้น…”
แม้รู้ว่าราคาที่ต้องจ่ายคราวนี้จะไม่น้อย ทว่าเมื่อได้ยินแล้วหลินอีหลุนก็ยังใจเต้นผิดจังหวะ
หินวิญญาณแสนก้อน แม้จะมีปัญญาจ่าย ทว่าก็ตึงมือมากทีเดียว ถึงอย่างไรมันก็เป็นรายได้ของตระกูลตลอดสามถึงห้าปี
ต่อมายังมียันต์ระดับสองยี่สิบแผ่น
ส่วนโอสถวิญญาณระดับสอง ไม่ต้องกล่าวถึงศัสตราศักดิ์สิทธิ์ระดับสอง…
สิงโตอ้าปากกว้างชัด ๆ!*[1]
อย่างไรก็ตาม หากพวกเขาไม่ยอม อาจต้องติดอยู่ที่นี่ทั้งหมด
มันจะเป็นผลร้ายต่อตระกูลหลินยิ่งกว่า
“ตกลง ข้าจ่ายไหว แต่ข้าเอาทุกคนไปด้วยกันได้หรือไม่”
เยี่ยฉิงเอ่ยหลังครุ่นคิด “ให้สมาชิกตระกูลท่านที่เหลือตามไปทีหลังได้”
“แน่นอน” หลินอีหลุนถอนหายใจโล่งอก จิตสำนึกของเขาคงไม่ถูกประณามหยามเหยียดแล้ว
หารือกันเสร็จสิ้น ทั้งสามก็กลับไป
“สวี่หยาง ข้าขอตัวกลับก่อน เจ้ากับแม่นางหลินพูดคุยกันเถิด ถึงเวลานั้นก็ให้นางตามกลุ่มไป”
หลินอีหลุนตบบ่าสวี่หยาง แล้วหันกายจากไป
…
ภายในห้องอาหาร
หลินไห่ถังเก็บของในถุงเก็บของ
สวี่หยางเห็นว่านางเป็นถึงนักปรุงยาและยอดบุปผาแห่งหอสังคีตสวรรค์ แต่กลับไม่ได้ร่ำรวยนัก
หลังเก็บของนางก็ถอนหายใจ “ข้าหวังว่าถึงตอนนั้นจะปลอดภัย”
“เก็บสิ่งนี้ไว้กับตัว ข้ายังต้องการให้ช่วยกลั่นยาสร้างรากฐานในภายหลัง”
เขายื่นเครื่องรางป้องกันระดับหนึ่งให้นางสองชิ้น
“ขอบคุณเจ้ามาก สหายเต๋าสวี่”
หลินไห่ถังยกยิ้ม รับเครื่องรางมาอย่างไม่เกรงใจ “สหายเต๋าสวี่ มีบางอย่างที่ข้าต้องการพูดมานานแล้ว เพียงแต่ข้าเขินอาย”
“แต่มันไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว”
“ต่อไปข้าอยากให้เราอยู่ร่วมห้องกัน”
สวี่หยางไม่ได้ฝันกลางวัน แม้เขาจะหล่อเหลาและเอาใจเก่ง แต่ก็ไม่ถึงขั้นที่หลินไห่ถังจะเสนอตัวก่อน
ทว่าเขากลับนึกบางอย่างได้ “คิดว่ามันปลอดภัยกว่าหรือ”
“ไม่เลว สหายเต๋าสวี่ยังฉลาดเช่นเคย เราเผชิญหน้ากับผู้บำเพ็ญมารมาหลายวันติดแล้ว ผู้บำเพ็ญมารพวกนี้มีพลังวิเศษเหนือธรรมชาติ ข้าสงสัยว่าคนรอบตัวเราอาจวางยาได้ เราจึงควรอยู่ด้วยกันเพื่อความปลอดภัย”
ผู้บำเพ็ญขอบเขตสร้างรากฐานสองคนอยู่ด้วยกันย่อมปลอดภัยกว่า
“อย่างนี้นี่เอง”
สวี่หยางพยักหน้า
“ทำไมก่อนหน้านี้เจ้าไม่พูดเล่า”
“เอ่อ… ถึงอย่างไรข้าก็เป็นผู้ชาย ข้าเอ่ยปากก่อนก็คงถูกสงสัยว่าหวังฉวยโอกาสกับเจ้า!”
สวี่หยางเอ่ยด้วยท่าทีเคร่งเครียด
หลินไห่ถังมองเขาด้วยแววตาระยิบระยับ แก้มขึ้นสีระเรื่อ หลบตาพลางเอ่ย “อันที่จริงหลังได้รู้จักกัน ข้าก็รู้ว่าสหายเต๋าสวี่ไม่ได้เป็นคนเช่นนั้น”