ตอนที่ 173
บทที่ 173 หลินไห่ถัง ภรรยาที่เพิ่มขึ้นมา
October 31, 2026
บทที่ 173 หลินไห่ถัง ภรรยาที่เพิ่มขึ้นมา
ค่าคะแนนพิเศษจากหลินอวี้ เสิ่นม่านอวิ๋น และหลินหวั่นชิง รวมกันแล้วสิบแต้มกว่าเท่านั้น
เป็นเช่นนี้มาหลายวันแล้ว เห็นชัดว่าพวกนางเป็นกังวลหลังได้ยินข่าวว่าที่นี่ถูกปิดเมือง
สามวันก่อนตระกูลหลิน นำโดยผู้อาวุโสหลายคนมาที่นี่เพื่อพยายามช่วยเหลือ
ภรรยาทั้งสามติดตามมาด้วย
[ภรรยาหลินไห่ถังรู้สึกว่าสามารถรอดชีวิตเมื่อคืน นางชื่นชมท่านมาก จึงได้รับคะแนนพิเศษ 100 แต้ม และแหวนคู่โล่จื่อจินขั้นต่ำระดับสามสองวง]
“เยี่ยมมาก!” สวี่หยางยิ้ม แปลกใจที่ได้รับแหวนคู่โล่จื่อจินขั้นต่ำระดับสาม
จื่อจินเป็นแร่ล้ำค่าในโลกเซียน ด้วยเนื้อสัมผัสแข็ง แม้แต่ผู้บำเพ็ญขอบเขตจินตานยังไม่สามารถทำลายมันได้ภายในการโจมตีครั้งเดียว
ว่ากันว่านักหลอมต้องนำเข้าเตาหลอม หลังตรากตรำอยู่นานถึงจะเอาจื่อจินไปหลอมต่อได้
“แหวนคู่โล่จื่อจินขั้นต่ำระดับสาม แม้จะใช้ได้แค่ป้องกันตัว แต่ก็ต้านการโจมตีของผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตจินตานได้”
สวี่หยางยิ้ม แหวนคู่โล่จื่อจินนี้มีแหวนหยินหยางสองวง วงหนึ่งสำหรับฝ่ายชาย วงหนึ่งสำหรับฝ่ายหญิง
เมื่อรวมกันแล้ว โล่จากแหวนคู่จะสามารถต้านทานการโจมตีของผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตจินตานขั้นปลายได้อย่างน้อยสิบคน
ส่วนผู้บำเพ็ญมนุษย์ระดับขอบเขตวิญญาณแรกกำเนิดนั้นสามารถต้านทานได้เพียงครั้งเดียว
อย่างไรก็ตามครั้งเดียวนี้ก็นับว่าล้ำค่ามาก
เหมือนอย่างโล่ศิลาไม้ แหวนคู่โล่จื่อจินต้องนำมาถ่ายพลังวิญญาณลงไป
“เมื่อมีของสิ่งนี้ หลินไห่ถังกับข้าก็มีโอกาสหนีรอดได้มากขึ้น”
ตอนนี้เขามีไพ่ตายหลบหนีสี่อย่างในมือแล้ว
ยันต์พายุระดับสาม กระบี่คู่ยวนยาง
สองอย่างนี้ใช้เพื่อโจมตีและต่อกรกับผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตจินตาน
เรือส่านหลิงเฟยใช้เพื่อหลบหนี
แหวนคู่โล่จื่อจินใช้ป้องกันตัว
…
เขามองค่าความชอบของภรรยาหลินไห่ถัง
[ความชอบของภรรยาหลินไห่ถัง: 85]
ค่าความชอบนี้ไม่สูงนัก สามารถเข้าใจได้ ถึงอย่างไรพวกเขาก็รู้จักกันมาไม่นาน
ตามที่เข้าใจ เหตุที่อยู่ ๆ หลินไห่ถังได้เป็นภรรยาเขา เป็นเพราะนางคิดว่าตนเองกำลังจะตาย
หากอยู่ด้วยกันตามปกติ ทั้งสองคนคงไม่มีทางลงเอยกัน
“ขัดเกลากระบี่แล้ว”
หลินไห่ถังถือกระบี่คู่ยวนยางในมือ ใจเต้นแรง กระบี่แปรเปลี่ยนเป็นแสงหลั่งไหลเข้าสู่จุดตันเถียนของนาง
เมื่อศัสตราศักดิ์สิทธิ์ผสานกับจุดตันเถียนของผู้บำเพ็ญมนุษย์ ก็จะควบคุมพลังวิญญาณได้ดีและง่ายขึ้น
สำคัญคือต้องรักษาศัสตราศักดิ์สิทธิ์ให้อยู่ในสภาพที่ดีที่สุด
สวี่หยางขัดเกลาเสร็จแล้วเช่นกัน ยกยิ้มพลางกุมมือนิ่มของนาง
“กลางวันอยู่เลย วันนี้ข้ายังอยากทำ คิดว่าอย่างไร”
หลินไห่ถังลูบมือปลอบเขา “ทำตอนกลางคืนเถอะ ช่วงกลางวันก็พักผ่อนบ้าง”
“ข้าเคยได้ยินแค่วัวเหนื่อยล้า แต่ไม่เคยได้ยินว่าพลั่วขุดดินหัก”
หลินไห่ถังส่งสายตาเป็นประกายกลับมา “ข้าเองก็คิดถึงเจ้า เจ้ารักษาข้าตลอดช่วงเช้าแต่ยังมีแรงอยู่อีกหรือ”
“ก็ได้ คืนนี้ข้าจะไม่ขยับ เจ้าเป็นคนทำให้ข้า” สวี่หยางหน้าบูดบึ้ง
หลินไห่ถังตัวชา “ข้าได้ยินมาว่าเจ้าช่ำชองเรื่องอย่างว่า ตอนนี้ดูเหมือนเจ้าจะน่ากลัวเกินไปแล้ว”
ทั้งสองหยอกล้อกันไม่กี่คำ สวี่หยางก็เอ่ยเสียงจริงจัง “เอาละ ข้าไม่ล้อเล่นกับเจ้าแล้ว ทีนี้ก็ยื่นมือมา”
“หืม ทำไมหรือ”
“ข้ามีของจะให้”
นางยื่นมือไปแต่โดยดี “จะให้อะไร ดูเป็นความลับเหลือเกิน”
สวี่หยางยิ้มเฉย ดูมีเลศนัย แล้ววางแหวนในมือนาง
นางก้มมองแล้วอุทานขึ้นทันที “จื่อจิน!”
ในมือของนางคือแหวนจื่อจิน
“มันคือแหวนคู่โล่จื่อจิน ระดับสาม!!”
“อะไรกัน ระดับสามเลยหรือ”
ตั้งแต่แรกนางก็พอคาดเดาได้ว่าแหวนนี้ไม่ธรรมดา
แต่เมื่อได้รู้ว่ามันอยู่ระดับสามก็อดตกตะลึงไม่ได้
จากนั้นสวี่หยางก็อธิบายคุณสมบัติของแหวนนี้ ครั้นรู้ว่ามันใช้เพื่อป้องกันตัว หลินไห่ถังก็นิ่วหน้าก่อนบอก “เจ้าเก็บไว้เถอะ! มันแพงเกินไป ความปลอดภัยของเจ้าสำคัญที่สุด”
สวี่หยางพยักหน้าอย่างพึงพอใจ นางเป็นห่วงเขามากทีเดียว
เขาเห็นว่าค่าความชอบของนางเพิ่มขึ้นแล้วด้วย
แสดงว่าความใส่ใจทำให้ความชอบของนางเพิ่มขึ้น
สวี่หยางเอ่ย “ไม่ต้องห่วง มันเป็นแหวนคู่หยินหยาง ข้าเองก็มีเช่นกัน เมื่อแหวนสองวงรวมกัน มันจะสามารถต้านทานการโจมตีของผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตวิญญาณแรกกำเนิดได้”
ได้ยินแบบนี้นางจึงยินดีรับแหวนเอาไว้
“ขอบใจ”
ค่าความชอบเพิ่มขึ้นเกินเก้าสิบแต้ม ไปถึง 93!!
…
ตกบ่าย
หลังพักผ่อน สวี่หยางรักษาให้หลินไห่ถังต่อ
เมื่อยันต์พันธนาการชิ้นสุดท้ายถูกกำจัด หลินไห่ถังหัวโล่ง รู้สึกสบายอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน
ตอนนี้นางรู้แล้วว่าพันธนาการได้ถูกปลดเปลื้องไปหมดแล้ว
ข้อจำกัดในภวังค์จิตที่ทำให้นางลำบากมานานหมดสิ้นแล้ว นางไม่ตกเป็นเบี้ยล่างของผู้อื่นอีกต่อไป
ทั้งหมดนี้เป็นเพราะความช่วยเหลือของสวี่หยาง
นางกอดเขา ซบศีรษะแนบอก ราวกับจะฝังร่างเข้ากับอีกฝ่าย
สวี่หยางลูบศีรษะนางพลางยิ้ม “เอาละ ข้าต้องพักหน่อย เจ้าไปหาของกินเถอะ”
“อื้ม”
บัดนี้นางแสนจะว่าง่าย
…
วันรุ่งขึ้น