ตอนที่ 169
ตอนที่169 ความอับอายขายหน้า
October 28, 2026
ตอนที่169 ความอับอายขายหน้า
ขวัญชีวีพูดอย่างตะกุกตะกัก “สะ....สามร้อยห้าสิบห้าล้าน ? แพงขนาดนี้เลย ......”
ตั้งแต่วิสาข์นั้นมีเงินล้านอย่าไม่รู้ที่มา ขวัญชีวีก็คิดว่าตัวเองเป็นเศรษฐีมาตลอด แต่ในเวลานี้ เธอถึงเพิ่งรู้ตัวว่าจริงๆแล้วตัวเองยังจนอยู่ เมื่อเทียบกับตระกูลยักษ์ใหญ่อย่างตระกูลกันตพัฒน์แล้ว ขี้หมาหนึ่งร้อยล้านก้อนก็ไม่เท่า
พนักงานขายคนสวยเห็นดวงตาของขวัญชีวีที่หวาดกลัวเกือบจะหล่นลงไปแล้ว เลยรู้ได้ทันทีว่านี่ไม่ใช่คนที่เหนือกว่า เห็นๆว่าเป็นคนที่ไม่เคยเจอโลกภายนอก แต่อยากที่จะเลียนเเบบสังคมของคนอื่น รอยยิ้มที่กระตือรือร้นในตอนแรกหุบลงเล็กน้อยแล้วพูดว่า "คุณยังจะซื้อ " ใจเดียว “ นี้ไหมคะ? “
ความหมายโดยนัยคือ ไม่ซื้อก็ไม่ต้องอยู่ให้อับอายขายหน้า แม้แต่ตอนแรกที่เรียกเธอว่า “คุณผู้หญิง” กลายเป็น “คุณ” ไปแล้ว ขวัญชีวีรับรู้ได้ถึงการบริการ ก่อนและหลังของพนักงาน ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ทันใดนั้น ใบหน้าของเธอก็ร้อนเหมือนโดนแผดเผา ถึงในใจจะโกรธแค่ไหน แต่ใบหน้าและการดูถูกของพนักงานมันกระตุ้นให้เธอรู้สึกว่ามันไร้สาระ“ทำเป็นหัวสูง!”
หลังจากขวัญชีวีด่าพวกเขาเสร็จ ก็พูดกับรฐาที่อยู่ข้างๆว่า “ ที่รัก ฉันอยากได้แหวนอันนี้ จะต้องได้ จำเป็นต้องได้! “
ถึงแม้ว่ารฐาก็ทำงานทั่วไป แต่ตำแหน่งสูงที่บริษัทโจวกรุ๊ปจำกัด หากธุรกิจมีความโดดเด่นก็สามารถได้ค่าคอมมิชชั่น ได้เงินเดือนประจำปีมากกว่า 1 ล้านบาท ขวัญชีวีเลยเชื่อว่ารฐาจะต้องซื้อแหวนเพชรนี้ได้แน่นอน
เมื่อรฐาได้ยินคำขอของขวัญชีวีมี่มันมากเกินไปนั้น คิ้วขมวดกันแน่นในเวลานี้เขารู้สึกถึงความเอาแต่ใจและความเห็นแก่ตัวของขวัญชีวีอย่างลึกซึ้งอีกครั้ง!นี่มันสามร้อยกว่าล้านนะ หลายปีที่ผ่านมานี้ ที่ทำงานอย่างหนัก เพื่อที่จะมาซื้อของพวกนี้ให้ขวัญชีวี?
ตลกแล้ว รฐาไม่ทำเรื่องบ้าๆเพราะผู้หญิงหรอก
ถ้าหากเป็นปาลี เธอจะไม่ตัดสินใจแบบนี้ พอคิดถึงนี่ รฐาก็ปล่อยมือขวัญชีวี ไม่แม้แต่จะบอกเหตุผลกับเธอ เลยพูดออกมาอย่างไม่ร้อนไม่หนาวว่า “เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าที่บริษัทมีเรื่องด่วน ผมขอตัวก่อน”
พูดจบ ไม่รอให้ขวัญชีวีตอบอะไร ก็หันหลังเดินออกจากร้านไป
ขวัญชีวีมองดูหลังที่ห่างออกไปของรฐา เธอตะลึงกับการจากไปของเขา
เขา เขาจะไปดื้อๆแบบนี้หรอ ? ทิ้งฉันไว้ที่นี่หรอ? ถ้าไม่ซื้อให้ก็บอกกันก็ได้ ไว้หน้าเธอหน่อยก็ได้ ในตอนนี้ เธอเกลียดรฐาขึ้นมาทันที และรู้สึกว่ารฐานั้นแย่กว่ากิตติอีกมาก
และเมื่อมองไปที่พนักงานสาวสวย หัวเราะเยาะกันพลางเก็บหนังสือแนะนำในมืออย่างไม่เกรงใจ และกล่าวลาขวัญชีวีอย่างขี้เกียจ