ตอนที่ 1357
บทที่ 1457 ปฏิรูปรอเวลาผงาด
October 22, 2026
ใช่แล้ว นี่จึงจะเป็นเจตนารมณ์ของพิมแสง หลังจากที่เธอรู้ใจตัวเองอย่างถ่องแท้ เธอก็รู้สึกสำนึกผิดต่อมาร์ตินเป็นอย่างมาก เธอเสียใจที่หลายปีมานี้คอยแต่จะผูกมัดเขา ทำให้ชีวิตที่ดีงามของเขาถูกเธอก่อกวนจนยุ่งเหยิงไปหมด ดังนั้น การให้มาร์ตินกลับคืนสู่หนทางที่ถูกต้องของเขา จึงเป็นความตั้งใจสุดท้ายของเธอ
คณาธิป : “งั้นคุณคิดว่าจะทำอย่างไรกับเด็กคนนี้ละ? คุณจะรับเลี้ยงไว้ที่นี่หรือ?”
เส้นหมี่ : “อืม”
เธอตอบกลับเขาไปอย่างไม่ลังเล แต่ชายผู้นี้เมื่อได้ฟังแล้วกลับนั่งลงข้างๆเธอ แสดงสีหน้าแห่งความไม่แน่ใจออกมา “สวยใส คุณว่า.....ไม่งั้น เอาเด็กคนนี้มาให้ผมเลี้ยงไหม?” “อะไรนะ?” เส้นหมี่เบิกตากว้าง มองเขาอย่างตกตะลึง “คุณเลี้ยงหรือ?” “ใช่ครับ ผมยังไม่มีลูก ล๋ายเย่ก็ยังสาว แต่ทางนี้คุณก็มีสามคนแล้ว ทั้งยังร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง หลังจากต้นปี ชินจังไปเรียนพื้นฐาน แสนรักคงจะไปที่ตระกูลเทวเทพเพื่อรับช่วงต่อในการดูแลธุรกิจ เมื่อถึงเวลานั้น คุณดูแลเด็กสองคน ทั้งยังต้องดูแลตระกูลเทวเทพอีก น่าจะแยกร่างไม่ได้ ดังนั้นถ้ามาให้ทางผมเลี้ยง น่าจะเหมาะกว่า” คณาธิปวิเคราะห์แจกแจงอย่างละเอียดถี่ถ้วน การที่เขาสามารถพูดเช่นนี้ได้ อันที่จริงแล้ว เมื่อฟังดูก็รู้ว่าคงจะปรึกษากับแสนรักแล้วจึงมา ไม่เช่นนั้น เขาก็คงไม่รู้ถึงการเตรียมการขั้นต่อไปของชายผู้นี้ เส้นหมี่ไม่ได้พูดอะไรอีก การเตรียมการเช่นนี้ ดีมากก็จริง แต่เด็กคนนี้........ เธอก้มมองทารกน้อยในอ้อมอกอีกครั้ง “คุณวางใจเถอะ แค่เลี้ยงไว้ที่บ้านผมเท่านั้น เธอยังคงเป็นลูกของพวกเราสองครอบครัว หากคุณอยากจะไปหา หรืออยากรับมาอยู่ด้วยสักสองสามวัน ก็ทำได้ตลอดเวลาครับ” เหมือนมองออกว่าเธอทำใจไม่ได้ คณาธิปจึงกล่าวเสริมอีก หญิงสาวเมื่อได้ฟัง ในที่สุดก็ยอม หลังจากนั้นจึงค่อยๆอุ้มทารกน้อยยื่นออกมา “งั้นคุณช่วยให้หนูเย่ดูแลเธอดีๆนะ ถ้าทำไม่เป็น ฉันให้พี่ภาไปสอนสักสองสามวัน” “ดีครับ” คณาธิปรับเด็กคนนี้มาอุ้มอย่างระมัดระวังและรับคำอย่างกระปรี้กระเปร่าแม้จะยังมีเกร็งๆอยู่บ้าง อย่างไรเสีย นี่ก็เป็นครั้งแรกที่ชายที่โตมาจนป่านนี้เช่นเขาอุ้มเด็กทารกตัวน้อยเช่นนี้ แต่หลังจากที่ทารกน้อยได้มาอยู่บนมือของเขา เขามองใบหน้าดวงน้อยที่แดงระเรื่อ ทั้งยังมีกลิ่นนมที่แผ่ซ่านออกมาจากตัว ชั่วขณะนั้น เขาก็รู้สึกแสบปลายจมูกอย่างรุนแรง รู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างจะกลับมาอีก “สวยใส เรามาตั้งชื่อให้เธอกันดีไหม?” “เอาสิ ชื่ออะไรล่ะ?” “หวานหว่าน นานะ ดีไหม?” “…………….”
เวลาผ่านไปเนิ่นนาน หลังจากที่คนผู้นี้พาทารกน้อยไป เส้นหมี่ก็นั่งอยู่ตรงนั้นตลอดเวลา และน้ำตาก็ไม่ได้เหือดแห้งไป แสนรักกลับมาเห็นเข้า นัยน์ตาจึงหม่นลงเล็กน้อย “วันนี้มาพาเด็กไปแล้วหรือ?” “ใช่ค่ะ คุณชาย ตอนนี้ฉันกำลังเก็บของเพราะต้องไปบ้านคุณชายรอง คุณนายบอกว่า คุณนายรองไม่เคยดูแลเด็ก ให้ฉันไปสอนเธอสักสองสามวันค่ะ” พี่ภารู้สึกได้ถึงไอเย็นจากคุณชายผู้นี้ จึงทำได้เพียงอาศัยความกล้าในการตอบกลับไป แล้วก็เป็นดังคาด เมื่อพูดจบ ใบหน้าที่หล่อเหลาของชายผู้นี้ก็ไม่น่ามองแล้ว บอกว่าให้ ไม่ได้บอกเสียหน่อยว่าตอนนี้เลย? ใบหน้าเขาขุ่นขึ้นมาทันที พลางมองไปที่หญิงสาวที่กำลังร้องไห้เงียบๆอยู่ในสวนดอกไม้