ตอนที่ 172
บทที่ 172 ก่อตั้งหอสวรรค!
October 22, 2026
บทที่ 172 ก่อตั้งหอสวรรค!
เย่เทียนรับหลินซีและหลินอี้อี้เข้าร่วมหอสวรรค์ แน่นอนว่าพวกเขาจะต้องออกจากเขตพลเรือน
ทั้งสองไม่มีอะไรต้องเก็บ สองพี่น้องมีเพียงเสื้อผ้าไม่กี่ชุด หลังจากเก็บเสื้อผ้าเสร็จสิ้นพวกเขาก็เดินตามเย่เทียนไป
สําหรับงานของหลินซี ไม่ได้พูดถึงเลย หลินซีติดตามเย่เทียนที่เป็นบุคคลสําคัญแล้ว ยังสนใจเรื่องงานหนักที่มีเงินเดือนแค่ 2,000 หยวนอีกเหรอ? เขตทะเลสาบกระจกเย่เทียนพาหลินซีและหลินอี้อี้ไปพักอยู่ในวิลล่าของเขาชั่วคราว จากนั้นก็เดินทางไปซื้อตึกสร้างเป็นสํานักงานใหญ่ของกองกําลังหอสรรค์ แล้วพาหลินซีและหลินอี้อี้มาอาศัยอยู่ที่นี่
หลังจากนั้นเย่เทียนก็บอกให้เย่หยูสอนหลินซีเกี่ยวกับการฝึกฝน เย่หยูเป็นปรมาจารย์ดังนั้นการชี้แนะนักรบจึงเป็นเรื่องง่าย
ส่วนหลินอี้อี้อายุยังน้อย เธออายุเพียง 13 ปี ตอนนี้เธอจําเป็นต้องเสริมสารอาหารและยาที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย เพื่อให้เธอสามารถเริ่มฝึกฝนได้ภายในครึ่งปี
ตอนนี้มีสิ่งสําคัญอีกเรื่องหนึ่งที่เย่เทียนต้องจัดการ
พรสวรรค์ในการบ่มเพาะของหลินซีต๋าเกินไป เขามีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับรองเท่านั้น ถ้าไม่ยกระดับพรสวรรค์ในการบ่มเพาะของหลินซี คงต้องใช้เวลาอีกนานกว่าหลินซีจะเลื่อนขั้นเป็นนักรบชั้นยอดได้
ดังนั้นเขาจึงต้องยกระดับพรสวรรค์ของหลินซี แต่เย่เทียนไม่ได้ให้ความช่วยเหลือง่ายๆ นี่เป็นเพียงการมอบโอกาศรอชําระคืนในภายหลัง
ในวันเดียวกันเย่เทียนและเย่หยูได้วางแผนระบบการแลกคะแนนโดยนําสมบัติมากมายมาวางไว้ เพื่อให้สมาชิกของหอสวรรค์แลกเปลี่ยน
ในอนาคต สมาชิกหอสวรรค์ทุกคนสามารถใช้คะแนนเพื่อแลกกับสมบัติบางอย่างหรือแม้แต่สมบัติที่สามารถเพิ่มพรสวรรค์ได้
วิธีการรับคะแนนขึ้นอยู่กับความสําเร็จของภารกิจหรือการน่าสมบัติที่มีมาแลกเปลี่ยน และคําถามปัญหาทั้งหมดนี้ มอบให้เย่หยูรับผิดชอบ เย่เทียนมีหน้าที่ค้นหาผู้มีพรสวรรค์เท่านั้น หลังจากวางระบบคะแนนเรียบร้อย เย่เทียนก็เรียกหลินซีมาพบ “หลินซี นายรู้หรือไม่ว่าระดับของพรสวรรค์ในการบ่มเพาะนั้นแบ่งเป็นกี่ระดับ?”เย่เทียนถาม
“นายท่านแบ่งออกเป็นระดับอ่อนแอ, ระดับรอง, ระดับเริ่มต้น, ระดับกลาง, ระดับสูง, ระดับสูงสุดใช่หรือไม่?”
หลินซีบอกสิ่งที่เขารู้
เย่เทียนพยักหน้าและพูดต่อว่า “ในความเป็นจริงพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับสูงสุดนั้นธรรมดามากในฐานจงไห่ และระดับที่เหนือระดับสูงสุดคือระดับหลุดพ้น ซึ่งผู้มีพรสวรรค์ระดับหลุดพ้นสามารถฝึกฝนได้ถึงระดับราชา ซึ่งก็คือระดับที่สูงกว่าระดับปรมาจารย์ ด้วยพรสวรรค์ในการบ่มเพาะของนายในตอนนี้ไม่ทางที่ฝึกจนถึงระดับราชาได้ นายคงจะรู้ดี”
“นายท่าน ผมรู้เรื่องนี้ดี!”
หลินซีเอ่ยด้วยใบหน้าขมขื่น
เย่เทียนกล่าวต่อว่า “มีสมบัติมากมายที่สามารถเพิ่มพรสวรรค์ของคนๆหนึ่งได้ พรสวรรค์ระดับ รองของนายสามารถยกระดับขึ้นได้ ตอนนี้ภายในหอสวรรค์มีสมบัติชนิดหนึ่งที่เรียกว่าโอสถระดับหลุดพ้น ซึ่งสามารถยกระดับพรสวรรค์ ในการบ่มเพาะให้กลายเป็นระดับหลุดพ้นได้ มูลค่าของมันคือหนึ่งล้านแต้ม นายเพิ่งเข้าร่วมกับ หอสวรรค์มีคะแนนเพียง 100 คะแนน ไม่สามารถแลกเป็นโอสถระดับหลุดพ้นได้ แต่ฉันจะให้โอ กาศนายแลกโอสถเม็ดนี้ก่อนล่วงหน้า แต่นายต้องชําระ 1 ล้านคะแนนในอนาคต จํากัดระยะเวลาสามปี หากทําไม่ได้ ดอกเบี้ยจะเพิ่มขึ้นถ้า 100,000 คะแนนต่อปี นายสามารถเลือกรับข้อเสนอนี้
หรือจะค่อยๆสะสมคะแนนก็แล้วแต่จะเลือก”
“นายท่าน ผมยินดีแลกเปลี่ยนโอสถระดับหลุดพ้นล่วงหน้า!”
หลิน ตอบโดยไม่ลังเล
พรสวรรค์ระดับหลุดพ้นนั้นเหนือกว่าพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับสูงสุด แม้แต่จางหลงที่รังแกเขามาโดยตลอดก็มีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับปานกลางเท่านั้น ถ้าเขากลายเป็นผู้มีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับหลุดพ้นแล้วละก็
เขาอาจจะสามารถกลายเป็นระดับราชาได้ในอนาคต
แม้ว่าเขาจะต้องชําระคืนคะแนนให้หมดภายในสามปี และหากเกินกําหนดเขาจะจ่ายดอกเบี้ยเป็นจํานวนมาก แต่เขามั่นใจว่าเขาจะจ่ายคืนได้อย่างแน่นอน
สิ่งที่เขากลัวจริงๆคือไม่การที่ไม่สามารถฝึกฝนให้ก้าวหน้าได้ ไม่ใช่สิ่งที่เรียกว่าคะแนนและหนี้สิน
“ตกลง เซ็นสัญญาซะ แล้วโอสถระดับหลุดพ้นนี้จะเป็นของนาย!”
เย่เทียนหยิบสัญญาออกมาและกล่าว
หลินซีรีบเซ็นสัญญาโดยไม่รีรอ จากนั้นเย่เทียนก็มอบโอสถระดับหลุดพ้นให้กับหลินซี เพียงไม่นานหลังจากกลืนเม็ดยาลงไป
พรสวรรค์ในการบ่มเพาะของหลินซีก็ยกระดับกลายเป็นระดับหลุดพ้น
เย่เทียนมีสมบัติมากมายที่คล้ายกับโอสถระดับหลุดพ้น และพรสวรรค์อื่นๆของหลินซีนั้นยอดเยี่ยมมาก มันคุ้มค่ากับการที่เขาลงทุน