ตอนที่ 5
บทที่ 5 กริ่งเกรง?
October 22, 2026
บทที่ 5 กริ่งเกรง? ProjectZyphon “ทำไมเป็นเช่นนั้น?” เจิ้งหลงซิงลูบเครายาวใต้คางเบาๆ สีหน้าเขาดูประหลาดใจ พูดว่า “หลี่มู่มิใช่เหวินจิ้นซื่อหรอกหรือ เขาจะเป็นจอมยุทธ์ได้อย่างไร? แม้ขั้นรวมกำลังจะไม่ได้แข็งแกร่งนัก ก็พอใช้การได้ในยุทธภพแล้ว แต่กลับโดนฆ่าในกระบวนท่าเดียว หรือว่าข่าวจากเมืองหลวงจงจะผิดพลาด?”
นอกจากเจิ้งหลงซิงจะมีฐานะนายตรวจการในอำเภอขาวพิสุทธิ์แล้ว เขายังมีตัวตนอีกอย่างหนึ่ง นั่นคือหนึ่งในสี่ผู้นำกลุ่มแห่งพรรคจันทราโลหิต
การลอบฆ่าหลี่มู่ในครั้งนี้ก็มาจากการผลักดันของเขา
เขาเองก็เป็นจอมยุทธ์ยอดฝีมือเช่นกัน
แม้ว่าขั้นรวมกำลังจะเป็นจุดเริ่มต้นของการฝึกยุทธ์ เหนือกว่านั้นยังมีขั้นรวมปราณ ขั้นรวมจิตเป็นต้น อย่างไรก็ตาม จอมยุทธ์ที่เข้าสู่ขั้นรวมกำลังได้ก็จะเข้าถึงกำลังภายในอย่างหยาบ นับเป็นจอมยุทธ์ระดับสามในยุทธภพแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น จอมยุทธ์ที่ส่งไปสังหารหลี่มู่คราวนี้ล้วนเป็นศิษย์ที่เฉียบแหลมว่องไว นอกจากขั้นรวมกำลังห้าคนที่เป็นจอมยุทธ์ขั้นสาม คนที่เป็นหัวหน้าก็เป็นนักรบขั้นรวมปราณ นับว่าเป็นยอดฝีมือในบรรดาจอมยุทธ์ขั้นสาม พลังขั้นนี้น่าจะเพียงพอสำหรับจัดการเหวินจิ้นซื่อที่อายุยังไม่ถึงสิบห้าดี ใครจะไปคิดว่าแผนการจะล้มเหลว ซ้ำยังคร่าชีวิตลูกศิษย์ในพรรคไปถึงสองคน
“อาจเพราะหลี่มู่ปิดบังอย่างแนบเนียนเกินไป จึงไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าเขามีวรยุทธ์” นักรบชุดดำก้มศีรษะกล่าว
เจิ้งหลงซิงนึกถึงช่วงเวลากลางวันที่เห็นหลี่มู่ในที่ว่าการ
เด็กหนุ่มที่นั่งเก้าอี้ประจำตำแหน่งดูสุขุม ทว่าความจริงไม่เป็นธรรมชาติยิ่งนัก แสร้งทำเป็นสงบ มองออกได้ง่ายดายมาก ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นอายหรือสีหน้าท่าทีล้วนอ่อนหัด ไม่มีอะไรบ่งบอกเลยว่าเป็นเหวินจิ้นซื่อหรือจอมยุทธ์ หรือว่านี่จะเป็นการอำพรางตัว?
หากเขาสามารถแสดงตบตาได้ถึงขั้นนี้ ก็จะน่ากลัวเกินไปแล้ว ช่างเป็นคนที่จิตใจลึกเกินหยั่งจริงๆ
ในครั้งนี้ เจิ้งหลงซิงลองเสี่ยงสนับสนุนให้พรรคจันทราโลหิตไปสังหารหลี่มู่ แท้จริงแล้วเขาทำเพราะเล็งตำแหน่งขุนนางเมืองเอาไว้
ในจักรวรรดิฉินตะวันตกหรือกระทั่งทั้งแผ่นดินใหญ่ ตำแหน่งในพรรคหรือสำนักมีความพิเศษอย่างยิ่งยวด แทบเทียบเคียงกับพวกขุนนางได้ ขุนนางมากฝีมือมากมายในจักรวรรดิล้วนมาจากสำนักวรยุทธ์กันทั้งนั้น กล่าวได้ว่ายุทธภพกับราชสำนักปกครองใต้หล้าร่วมกัน แม้กระทั่งกฎหมายยังมีข้อยกเว้นให้กับเหล่าจอมยุทธ์เป็นพิเศษ เจิ้งหลงซิงเดิมทีเป็นเพียงผู้คุ้มกัน หลังจากเข้าพรรคจันทราโลหิตและได้สร้างผลงานไต่เต้ามาถึงตำแหน่งผู้นำกลุ่ม ด้วยการจัดการของพรรค ถึงได้มาเป็นนายตรวจการแห่งอำเภอขาวพิสุทธิ์ซึ่งควบคุมกองกำลังทหาร
สถานการณ์ของจักรวรรดิฉินตะวันตกในตอนนี้โกลาหลวุ่นวาย มีขุนนางกังฉินมากมาย เริ่มมีเค้าลางของกลียุค
เขาวางแผนทุกอย่างไว้อย่างถี่ถ้วนแล้ว แค่เพียงฆ่าขุนนางเมืองคนใหม่ได้สำเร็จ โจวอู่ที่เป็นผู้ช่วยก็จะถูกกำจัดโดยเร็ว และด้วยอำนาจของพรรคจันทราโลหิต จากนั้นตำแหน่งขุนนางเมืองก็จะตกเป็นของเขา
เจิ้งหลงซิงเป็นคนคิดการใหญ่ยิ่ง
ในมุมมองของเขา อำเภอขาวพิสุทธิ์มีจุดยุทธศาสตร์ที่ดีมาก หากบริหารจัดการให้ดีก็จะเป็นสวรรค์บนดิน สามารถสั่งสมกำลังทีละน้อย ภายหน้าลุกฮือก่อกบฏ ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้
แต่มาตอนนี้ แผนของเขาแค่เริ่มต้นก็มีการเปลี่ยนแปลงแล้ว
เขาครุ่นคิดในห้องลับอยู่เนิ่นนาน ในที่สุดใบหน้าก็เผยความชั่วร้ายออกมา “แผนการต้องไม่เปลี่ยนแปลงเด็ดขาด ยังไม่สายเกินไป ให้พรรคส่งยอดฝีมือที่แข็งแกร่งกว่าเดิมไปสังหารหลี่มู่ ฆ่ามันอย่าให้มันรู้ตัว ต้องไม่มีอะไรมาขัดขวางแผนการของข้าเป็นอันขาด”
……
เวลายามค่ำคืนผ่านไปอย่างรวดเร็ว
อาทิตย์ขึ้นบนท้องฟ้าจากทางทิศตะวันออก
มีพระอาทิตย์สองดวง หนึ่งเล็กหนึ่งใหญ่ ตามกันขึ้นมาติดๆ
ท้องฟ้าวันนี้สดใส สายลมอบอุ่น
เกิดเสียงดังเอี๊ยด ประตูถูกเปิดออก
หลี่มู่ออกมาจากห้องด้วยความกระปรี้กระเปร่าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“คุณชาย ท่าน…” ดวงตาโตของหมิงเยวี่ยจ้องไปที่หลี่มู่ ผ่านไปสักพักนางก็ร้องเสียงหลงแล้วหมุนตัววิ่งหนี “เหม็นนัก เหม็นจะแย่…คุณชาย รอยดำๆ บนตัวท่านมันคือสิ่งใดกัน ทำไมเหม็นถึงเพียงนี้”
หลี่มู่จนคำพูด
เมื่อคืนเขาฝึกพลังก่อนกำเนิดทั้งคืน และเข้าสู่สภาวะฌานซึ่งไม่เคยประสบมาก่อน เวลาหนึ่งคืนเหมือนผ่านไปชั่วพริบตา ตอนที่ออกจากห้องหลี่มู่ไม่ทันดู เมื่อได้ยินเสียงหมิงเยวี่ยโวยวายจึงพบว่ามีคราบดำที่ถูกขับออกมาจากรูขุมขนติดอยู่บนร่างกาย
กลิ่นเหม็นเปรี้ยวคละคลุ้งอยู่ทั่วร่างเขา
แม้แต่เขาเองยังรู้สึกเหม็นเปรี้ยวเลย
“ใครก็ได้ เอาน้ำร้อนมาที ข้าอยากอาบน้ำ”
หลี่มู่สั่งเสียงดัง
ในที่ว่าการมีคนรับใช้ ไม่นานน้ำร้อนก็ถูกนำไปส่งที่ห้องหลี่มู่พร้อมอ่างอาบน้ำ
หลังจากได้อาบน้ำเขาก็รู้สึกสดชื่นขึ้น
เขารู้สึกประหลาดใจที่พบว่าหลังจากล้างรอยดำที่ติดบนร่างกายออก ผิวของเขาก็นุ่มเนียนขึ้นมาก เมื่อมองไปในกระจก ผมของเขายังยาวขึ้นมากภายในคืนเดียว เมื่อคืนผมเขายาวเพียงคืบ มาวันนี้สามารถหวีได้แล้ว กระทั่งกระดูกก็เหมือนจะยืดออกเล็กน้อยอีกด้วย
“พลังก่อนกำเนิดนี่ดีจริงๆ มีผลด้านความงามด้วย”
หลี่มู่จุปากด้วยความทึ่ง
แต่แล้วไม่นานเขาก็ต้องกลัดกลุ้ม
เพราะนอกจากชุดที่ใช้ออกว่าราชการ เขาก็ไม่มีเสื้อผ้าอื่นให้เปลี่ยนเลย
รองเท้ากีฬา กางเกงออกกำลังกาย กับเสื้อกล้ามที่ใส่มาจากโลกมนุษย์ เขาจะไม่ใส่มันอีกต่อไป เพราะช่างไม่เข้ากับโลกใบนี้ ทั้งยังดึงดูดความสนใจ ผู้คนอาจเอาไปติฉินนินทากันได้ สู้เก็บไว้เป็นที่ระลึกจะดีกว่า อีกยี่สิบปีตอนที่เขากลับไปยังโลกมนุษย์อาจได้ใช้อีก
หลังจากคิดไปคิดมา หลี่มู่ก็เกิดความคิดขึ้น