บึ้มมมม… รถที่วิ่งอยู่บนถนนต่างเบรกกะทันหัน ล้อรถบดเบียดกับพื้นถนนดังสนั่นหวั่นไหว ร่างสูงขยับตัวนั่งอย่างสง่าโดยไม่หันไปมองผลงานของตัวเอง ร่างบางยกตัวขึ้นไปนั่งบนเบาะตามแรงฉุด ใบหน้าขาวซีดหันไปมองข้างหลัง รถดับเพลิงและรถตำรวจวิ่งไปจอดอยู่เต็มท้องถนน

“กลัวหรือเปล่า...” เขายิ้มนัยน์ตาสีฟ้าอ่อนโยนและอบอุ่น

“ไม่กลัวยังไงไหวล่ะคุณ นี่มันหนังแอ็คชั่นระดับมืออาชีพเลยนะ คุณทำได้ยังไงกัน อาวุธสงครามแบบนี้มันอันตรายเกินไปสำหรับชีวิตคนบริสุทธิ์นะ...” เธอแว้ดใส่จ้องมองเขาเขม็ง แทนที่เขาจะตอบให้เธอกระจ่าง ริมฝีปากได้รูปยกขึ้นเหมือนจะยิ้มแต่ไม่ใช่

“ถ้าผมไม่ทำ พวกมันคงส่งผมไปเป็นผีเฝ้าถนนแล้วมั้งยาหยี ชีวิตชั่วๆ พวกมันจบไปบ้าง แผ่นดินจะได้สูงขึ้น...”

คิมมองร่างสูงอย่างโกรธกรุ่น คงเป็นอย่างที่เขาบอกถ้าไม่ฆ่า พวกมันก็ต้องฆ่าเรา...คิมผ่อนลมหายใจออกมาดังๆ ก่อนจะยกมือลูบใบหน้าตัวเองไปมาเพื่อระงับความกลัวที่วิ่งไปจับขั้วหัวใจ แต่สุดท้ายหวาดกลัวกับนาทีเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายเมื่อสักครู่ก็ไม่จางหาย

เดฟเดวิทยกมือขึ้นหมายจะโอบบ่าบางเข้ามาปลอบ แต่ดวงหน้าสวยหันมามองแววตาแข็งขึงจนเขาต้องขยาดเป็นครั้งแรก จากนั้นรถก็เข้าสู่ภาวะความเงียบ แต่วินสตันรู้ดีว่าในความเงียบนั้น สมองของเจ้านายหนุ่ม กำลังคิดแผนเอาคืนคนที่กล้าแบกปืนไล่ยิงกลางถนนอย่างไม่เกรงกลัวความผิด…คนพวกนั้นคงเบื่อโลกแล้วกระมังถึงปลุกมัจจุราชไร้ใจอย่างเจ้านายเขาตื่นขึ้นมาแบบนี้…

หลังผจญภัยหนีตายกับเขามาได้ คิมก็นั่งเงียบมาตลอดทาง ร่างสูงก็ยังคงนั่งนิ่ง ใบหน้าคมเงียบขรึม สายตามองถนนเบื้องหน้าตลอดเวลา จนกระทั่งรถวิ่งไปจอดข้างรั้วสีขาวสูงแค่เอว ที่โอบบ้านหลังเล็กกะทัดรัดของเธอไว้ ร่างระหงขยับตัวจะก้าวลงจากรถแต่มือหนาก็คว้าต้นแขนไว้

“ผมจะเข้าไปส่ง...” เดฟเดวิทบอกพลางมองรอบตัวบ้านเห็นชายฉกรรจ์สี่คน เดินไปมารอบบริเวณและคนหนึ่งกำลังเดินตรงมาที่รถ

“ไม่ต้องหรอกค่ะ พวกเขาเป็นคนของพี่กาเบรียนส่งมาอารักขาฉัน”

เดฟเดวิทหันไปมองอีกครั้งอย่างไม่ไว้ใจ ก่อนจะก้าวลงจากรถทำให้คิมจำต้องตามลงมา

“นายพลกาเบรียนบอกให้ท่านหญิงโทรหาทันทีที่กลับมาครับ...”

คิ้วโก่งสวยยกขึ้นอย่างแปลกใจ ปกติญาติผู้พี่ของเธอจะไม่โทรมาดึกขนาดนี้นี่นา หรือจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น

“คุณกลับไปเถอะค่ะ ขอบคุณที่แวะมาส่ง.,.”

เขาบอกอย่างดื้อดึงก่อนจะเดินไปยืนรอเจ้าของบ้านอยู่หน้าประตู คิมถอนหายใจดังๆ

ไม่คิดว่าบ้านหลังเล็กๆ จะน่าอยู่แบบนี้…”

เดฟเดวิทกวาดสายตามองห้องนั่งเล่น ที่ตกแต่งได้อย่างกลมกลืน ไม่ว่าจะเป็นเฟอนิเจอร์หนานุ่มสีครีมกลมกลืนกับโทนสีขาวของห้อง

“ตามสบายนะคะ ฉันขอคุยกับพี่กาเบรียนสักครู่ ถ้าคุณรอไม่ได้ก็กลับไปก่อนได้...” คิมถือขวดน้ำดื่มส่งให้เขา

เดฟเดวิทเองก็ไม่เข้าในตัวเองเหมือนกัน ทำไมต้องเสียเวลามานั่งเฝ้าผู้หญิงแบบนี้ก็ไม่รู้สิ...เดฟเดวิทยิ้มพลางวางขวดน้ำบนโต๊ะเล็กแล้วเดินไปเปิดทีวีดูเพื่อรอเวลา ร่างสูงถอยกลับไปนั่งบนโซฟาตัวใหญ่ เสียงนักข่าวสาวรายงานการสู้รบในคาลัสกัส เรียกความสนใจจนสายตาคมเข้มต้องจ้องมองจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่เขม็ง ภาพข่าวการปะทะกันระหว่างทหารกับประชาชนในรัฐคาลัสกัสปรากฏหน้าจอ ใบหน้าเคร่งขรึมเมื่อเห็นทหารของรัฐบาลถือปืนยิงไล่ยิงประชาชนตาดำๆ

เพื่อเรียกร้องให้ผู้ปกครองรัฐหันมาสนใจเรื่องปากท้องของประชาชน มากกว่าเอาอกเอาใจต่างชาติที่เข้ามาเป็นเจ้าของบ่อน้ำมันในรัฐ มีประชาชนบาดเจ็บและล้มตายจำนวนมาก...” กล้องจับภาพผู้เสียชีวิตที่นอนจมกองเลือดอยู่บนถนน ฝุ่นควันสีขาวยังฟุ้งกระจายไปทั่วจนภาพพร่าเบลอ

“ความหิวโหยและการเหลื่อมล้ำทางสังคม ทำให้พวกเขาออกมาต่อสู้เพื่อความอยู่รอด…และทวงสมบัติของชาติคืนให้กับคนในแผ่นดินเกิด…”

สติของเดฟเดวิทกลับมาอยู่กับตัวเมื่อเสียงเจ้าของบ้านดังขึ้น

“นายพลกาเบรียนบอกเรื่องนี้กับคุณใช่ไหม...” คิมยืนกอดอกพิงประตูห้องด้วยสีหน้ากังวล เพราะข่าวที่เธอได้รู้รุนแรงกว่าภาพที่ออกสู่สายตาชาวโลก

สงสารแต่ชีวิตชาวเมืองเท่านั้น ตอนนี้ชาวเมืองบางส่วนหนีความอดอยากเข้าไปในเขตคาร์ซาเลมมากขึ้น ท่านลุงกับพี่กาเบรียนพยายามช่วยเต็มกำลัง...”

“โชคดีที่ผมไม่ได้ขายอาวุธให้ชีคอาหมัด...” เดฟเดวิทบอก พลางทอดกายลงนอนราบไปตามความยาวของโซฟาอย่างไม่เกรงใจเจ้าของบ้าน

ครั้งแรกที่ก้าวเข้ามาในบ้านหลังนี้ เขารู้สึกผ่อนคลายและอบอุ่นอย่างไม่เคยเป็น

เจ้าของบ้านก็ได้โอกาสนั่งพิจารณาแขกเป็นครั้งแรก ดวงตาคมพร้อมจะเผาไหม้ทุกอย่างยามโกรธแค้นบัดนี้ปิดสนิท ใบหน้าคมสันเห็นไรเคราเขียวครึ้มบวกกับพลังแห่งบุรุษเพศที่พระเจ้าประทานมาให้ ดึงดูดสตรีมากมายให้เดินเข้ามาหาและจับจองเป็นเจ้าของ จนได้ฉายาคาสโนว่าตัวพ่อแห่งแดนอินทรีเหล็ก ตำแหน่งหนุ่มฮอตอันดับหนึ่งของปีนี้ การันตีฉายาเขาได้เป็นอย่างดี แต่ในความสมบูรณ์แบบที่ประกอบเป็นผู้ชายคนนี้

Bình Luận ()

0/255