*** ทักทายคร้า ไปสนุกกันต่อเลยจ้า ***

ภายในตึกบัญชาการหน่วยรบพิเศษ ห้องทำงานของผู้บัญชาการยังคงมีแสงไฟเล็ดลอดออกมา เจ้าของห้องนั่งมองรายละเอียดกลุ่มผู้ต้องสงสัย และมองปลอกกระสุนปืนและหัวกระสุนที่ตกอยู่ในที่เกิดเหตุด้วยแววตาเคร่งเครียด เสียงเคาะประตูเบาๆ ดึงสติของกาเบรียนกลับมา ยูราฟนายทหารคนสนิทเดินไปยืนหน้าโต๊ะทำงานแล้วยืดอกตบเท้าทำความเคารพผู้บังคับบัญชา

“นี่เป็นรายชื่อกองกำลังที่มีการสั่งซื้อไรเฟิลสปริงฟิลด์เอ็มไอทูร์ครับ สี่เดือนที่ผ่านมามีสี่ประเทศที่สั่งซื้ออาวุธชนิดนี้เข้าไปใช้ในงานลับขององค์กร หน่วยนาวิกโยธินของสหรัฐ อิรัก ลิเบียและหน่วยเคจีบีในรัสเซีย...” ประโยคสุดท้ายทำให้ร่างสูงขยับตัว คว้าเอกสารที่คนสนิทวางลงเมื่อสักครู่ขึ้นมาอ่านอย่างละเอียด

“ผู้ต้องสงสัยมีใครเชื่อมโยงกับหน่วยงานนี้บ้าง...” กาเบรียนถามแต่สายตาจ้องมองเอกสารในมือ ก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะ

“ไม่มีครับ แต่มีบางอย่างน่าสนใจที่จะนำเราไปถึงตัวผู้บงการ…”

กาเบรียนมองหน้าลูกน้องคนสนิท ยูราฟนั่งลงบนเก้าอี้ว่างหน้าโต๊ะทำงาน

“คนที่มีสายสัมพันธ์ลึกซึ้งและให้เงินสนับสนุนกลุ่มคนพวกนี้คือ เอสเซ็นโก้ อดีตประธานเอสเอสยูคอมที่ถูกฆ่าตายเมื่อปีที่แล้ว พอหน่วยงานของสหประชาชาติเข้าไปดูแล ประธานคนใหม่ที่เกลียดการลอบสังหารเข้าไส้ตัดเงินสนับสนุนทั้งหมด...” ยูราฟเว้นระยะการพูดเพื่อจะรายงานจุดไคลแม็กซ์ “แต่มีเงินจากธนาคารกลางสวิสซ์จำนวนหลายร้อยดอลลาร์โอนเข้าบัญชีของหน่วยเคจีบีทุกเดือน...”

“ตรวจสอบได้ไหม...”

“เจ้าของบัญชีเป็นชายคนหนึ่งชื่อฟรังซ์ซัว อีวาเยฟ มาเฟียตัวพ่อและเป็นนักธุรกิจที่ร่ำรวยมาจากบ่อนคาสิโนในเอเชีย...และฟรังซัวก็รู้จักกับชาเตอร์เลขาประธานาธิบดีเยอรมัน...”

“ทำงานได้ดีมากยู งานนี้คนที่อยู่เบื้องหลังทุกคนต้องรับผิดชอบ ต่อให้พวกมันใหญ่คับฟ้าแค่ไหน เราจะตามล่ามันมารับโทษให้ได้...” นายพลกาเบรียนบอกอย่างสุดแค้น ยูราฟกำมือแน่นอย่างเคืองแค้นดุจเดียวกัน

“หัวกระสุนชั้นดีแบบนี้มีสองบริษัทที่ผลิตคือ ซิกเนวี่วันและจีเอ็มโอกรุ๊ปครับ ทั้งสองบริษัทใช้คุณภาพของยูเรียมที่แตกต่างกัน…”

“นายกำลังจะบอกอะไรฉันยู…” กาเบรียนถามเสียงเครียดเมื่อมีชื่อของจีเอ็มกรุ๊ปเข้ามาเกี่ยวข้อง สายตาคมจ้องปลอกและหัวกระสุนที่บรรจุอยู่ในถุงพลาสติก

“เราไม่ควรไว้ในใครในตอนนี้ครับ เพราะคนที่อยู่ในความมืดยังไม่ปรากฏตัว ถึงจีเอ็มโอจะมีอุดมการณ์ในการขายอาวุธ แต่คนชั่วที่แฝงกายในหน่วยงานถูกกฎหมายก็มีไม่น้อย...”

“เรื่องนั้นนายไม่ต้องห่วง อีกไม่นานเราก็จะได้รู้ คิมจะมาถึงพรุ่งนี้ใช่ไหม...” ยังไม่ทันที่ยูราฟจะตอบออกไป คนที่ถูกเอ่ยนามก็โทรศัพท์เข้ามา

“ว่าไงคิม...”

เสียงคิมถามออกมาอย่างร้อนใจ

“เสด็จพ่อกับพี่ปลอดภัย…”

“รู้ตัวคนทำหรือยังคะ...”

กาเบรียนเงียบเสียงไปชั่วครู่ก่อนจะบอกออกไปอย่างเคร่งขรึม จนคนปลายสายรู้สึก

“พอรู้บ้างแต่หลักฐานยังไม่แน่นพอ งานนี้มีชื่อของจีเอ็มโอเข้ามาเอี่ยวด้วย...”

คราวนี้เป็นฝ่ายคิมที่เงียบไปอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน

“หมายความว่ายังไงคะ…”

หลักฐานทุกอย่างพร้อมตรวจสอบรอแค่คิมกลับมา...”

“ไม่เป็นไรค่ะแค่แปลกใจนิดหน่อยเท่านั้น…”

“พี่ยังไม่ปักใจเชื่อ เพราะรู้จักเดฟเดวิทดีว่าเป็นคนมีอุดมการณ์มากแค่ไหน ถ้าหลักฐานผูกมัดเขาจนดิ้นไม่หลุดเราคงได้คุยกันยาว…”

คิมเงียบเสียงไปอย่างเป็นห่วงประธานหนุ่ม เพราะรู้จักพี่ชายคนนี้ดีว่าเลือดร้อนแค่ไหนกับศัตรู

“ยังไงพรุ่งนี้เจอกันนะคะพี่...”

คนลงมืออุกอาจในครั้งนี้

คนปลายสายยังไม่ทันเอื้อนเอ่ยคำพูดใดๆ ออกมา พอรู้ผลการทำงานก็ตัดสายทิ้งทันที ร่างใหญ่เอนหลังพิงผนัง สายตามองไปรอบกายอย่างระแวดระวัง

คนที่ลงมือก็ใช้แสงแห่งรัตติกาลพรางกายหนีไปทางทะเลทรายด้านเหนือ เพื่อใช้สัตว์ทะเลทรายอย่างม้าหรืออูฐพาออกนอกพื้นที่

เช่นเดียวกับแพทย์หญิงฟรีดา มันซูร แพทย์อาสาขององค์การสหประชาชาติ เดินทางกลับไปบ้านเกิดเพราะความเป็นห่วงนายพลยัสซินบิดา

จากเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างชาวเมืองกับทหารของชีคอาหมัดเมื่อสี่วันก่อน ทำให้เธอตัดสินใจขอต้นสังกัดมาประจำการที่โรงพยาบาลหลวงดาลัสกัส เพื่ออยู่กับบิดาเผื่อว่าเธอจะใช้ความรู้ดูแลผู้บาดเจ็บ

ตั้งแต่จำความได้มารดาก็เสียชีวิตด้วยโรคประจำตัว บิดาจึงเป็นทั้งพ่อและแม่ให้กับเธอในเวลาเดียวกัน ตลอดเวลาพ่อทำให้เธอเห็นว่าพื้นทรายสีทองของดาลัสกัสสำคัญมากแค่ไหน

สังคมเกิดความเหลื่อมล้ำคนจนจนแทบไม่มีกิน คนรวยก็รวยล้นฟ้าและกอบโกยเงินจากสัมปทานบ่อน้ำมันเข้ากระเป๋าตัวเองอย่างไม่อาย ทั้งๆ ที่ทรัพยากรพวกนั้นเป็นของทุกคนในชาติ

ในขณะที่คุณหมอสาวกำลังตกอยู่ในภวังค์ เจ้าหน้าที่ประจำเครื่องก็เดินสวนกันไปมาอย่างรีบร้อน จนผู้โดยสารที่นั่งอยู่บนเครื่องหันไปมอง

“เกิดอะไรขึ้นคะ...” ฟรีดาถามเจ้าหน้าที่สาวที่เดินผ่านไป เสียงผู้โดยสารเริ่มดังขึ้นจนไม่ได้ยินคำตอบ ฟรีดาจึงลุกจากเบาะไปถามใกล้ๆ

“เกิดอะไรขึ้นช่วยบอกเราหน่อยได้ไหม...” หญิงสาวตะโกนถาม เจ้าหน้าที่ประจำเครื่องหันไปมองด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

บินไปลงที่สนามบินนานาชาติคาร์ซาเลมแทน

ไม่นานภาพการประท้วงปิดสนามบินของชาวเมืองก็ปรากฏขึ้น ดวงตาคมโตมองรายละเอียดอย่างเคร่งเครียด เพราะเกิดการปะทะกันบริเวณลานจอดรถของสนามบิน ทหารและประชาชนต่างบาดเจ็บไปตามๆ กัน ในขณะที่เธอกำลังจดจ่ออยู่กับข่าวใหญ่นั้นเสียงสัญญาณข้อความในโทรศัพท์ก็ดังขึ้น

“อย่ากลับมาที่ดาลัสกัส ลงที่สนามบินคาร์ซาเลมจะมีคนมารับลูกไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัย จากพ่อ...”

ฟรีดาน้ำตาคลอด้วยความเป็นห่วงผู้ให้กำเนิด ชีวิตของเธอกับพ่อมีกันและกันมาตลอด เธอจะปล่อยให้บิดาต้องผจญกับเรื่องราวอันเลวร้ายเพียงลำพังได้ยังไงกัน

จะอำนายความสะดวกให้ผู้โดยสารกลับไปยังที่หมายได้ตามปกติ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเวลาอาจจะล่าช้ากว่าที่เราแจ้งเอาไว้ ทางเราและสายการบินต้องกราบขออภัยทุกท่านไว้

Bình Luận ()

0/255