*** ทักทายคร้า วันนี้ลงให้รัวๆ นะคะ ไปสนุกกันต่อเลยจ้า ***

ดวงตาคมเข้มภายใต้แว่นกันแดดของนายพลกาเบรียน มองร่างอรชรในชุดคาฟตานสีเขียวยืนโดดเด่นอยู่ท่ามกลางผู้โดยสารคนอื่นๆ เครื่องหน้าคมสวยกับนัยน์ตาคมโตดำขลับ ภายใต้ผมยาวสลวยหยักศกถึงกลางหลัง ถูกปิดบังด้วยผ้าคลุมหน้าบางๆ เครื่องหน้างดงามปรากฏเป็นเงารางๆให้เห็น

“แขกพี่กาเบรียนคนไหนคะ คิมจะได้ช่วยมองหา...” เสียงหวานใสของน้องสาวทำให้นายพลหนุ่มตื่นจากภวังค์ คิมชะเง้อไล่สายตาตามแถวที่ทอดยาวไปจนถึงประตูทางเข้า

“ยังไม่รู้...”

“อย่าบอกนะคะว่าพี่ไม่รู้จักคนที่จะมารับ...”

“รู้จัก แต่นั่นมันนานเกือบยี่สิบปีเห็นจะได้...”

คิมตาโตมองหน้าคมสันอย่างแปลกใจ กาเบรียนหันไปมององครักษ์คนสนิท ยูราฟพยักหน้ารับคำสั่งทางสายตาแล้วแยกตัวเดินไปที่ประตูทางออก

“นั่นมันคุณฟรีดาหรือเปล่านะ หน้าตาคุ้นๆ...”

“คนไหน…” กาเบรียนถามพลางมองตามสายตาน้องสาว

“ผู้หญิงคนนั้นไงคะ คิมเคยทำงานกับเธอที่หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ของสหประชาชาติเมื่อสามปีก่อน…”คิมตาโตอย่างมั่นใจ “ใช่...เธอบอกว่าเป็นคนดาลัสกัส แต่ย้ายไปอยู่กับญาติที่อเมริกาตั้งแต่เด็ก…”

“ฟรีดาเหรอ...ฟรีดา ยาซูรหรือเปล่าคิม...” กาเบรียนถามเสียบเรียบแต่ในใจรู้สึกตื่นเต้นบอกไม่ถูก สายตาจับจ้องร่างงามที่ต้องตาตั้งแต่ครั้งแรก

“อย่าบอกนะคะว่าเธอเป็นแขกของพี่...”

“นั่นล่ะแขกนิรนามของพี่ล่ะ...”

คิมตาโตมองหญิงสาวอย่างตื่นเต้นก่อนจะโบกมือให้ ฟรีดามองร่างโปร่งระหงท่าทีครุ่นคิด คิมจึงเป็นฝ่ายเดินเข้าไปหาและทักทายด้วยภาษาพื้นเมืองอย่างตื่นเต้น

“คุณฟรีดาใช่ไหมคะ...” ฟรีดามองดวงตาหวานสวยภายใต้ทรงผมซอยสั้นเคลียบ่า ก่อนจะเบิกตาโตและยิ้มให้

“ใช่ค่ะ คุณคิมใช่ไหมคะ...”

คิมพยักหน้าอย่างตื่นเต้น

ฟรีดาก็ยิ้มอย่างดีใจไม่แพ้กัน “ฉันดีใจเหลือเกินที่ได้เจอคุณที่นี่...”

“ฉันก็ดีใจค่ะที่ได้เจอคุณ...”

สองสาวทักทายกันอย่างดีใจ ทำให้ผู้โดยสารคนอื่นๆ หันไปมองอย่างสนใจ เสียงอะแฮ่มดังขึ้นเพื่อเรียกความสนใจให้ตัวเอง

“ทักทายกันพอหอมปากหอมคอก็ไปกันได้แล้วสาวๆ...”

ฟรีดามองร่างสูง นัยน์ตาอบอุ่นคู่นี้ดูคุ้นเคยชอบกล

“ไปกันเถอะคะคุณฟรีดา...” คิมเอ่ยชวนพลางจับมือเธอออกเดิน แต่ฟรีดาขืนตัวไว้ ทำให้คิมหันกลับไปมองอย่างแปลก

“ฉันไปกับคุณคิมไม่ได้หรอกค่ะ เพราะมีคนมารับฉันที่นี่...”

คิมเงยหน้าขึ้นมองกาเบรียน ร่างสูงใหญ่ขยับเข้ามาใกล้

“ผมนี่แหละคือคนที่มารับคุณ...”

ตั้งแต่คิ้วหนาที่เรียวตัวกันอย่างเป็นระเบียบ ทอดขนานกับดวงตาคมกริบดูทรงพลัง สันกรามบึกบึนรับกับคางหยักเล็กน้อยมีไรเคราเขียวครึ้มทำให้เจ้าของใบหน้าดูน่าเกรงขามขึ้น

“ต้องให้ผมหมุนตัวโชว์เหมือนพวกนายแบบบนแคตวอล์กมั้ยคุณผู้หญิง…”

“ไม่จำเป็นหรอกค่ะ ฉันจะไปก็ต่อเมื่อแน่ใจว่าคนที่พ่อฉันให้มารับคือคุณ...” ฟรีดาหยิบโทรศัพท์ออกจากกระเป๋าสะพายเพื่อโทรหาบิดา แต่ถูกมือหนาของกาเบรียนแย่งไปถือไว้

การสื่อสารที่ดาลัสกัสถูกตัดขาดเมื่อสามสิบนาทีที่ผ่านมานี้เอง… เชื่อเถอะ...นายพลยัสซินให้ผมมารับคุณจริงๆ ไม่เชื่อคุณดูนี่สิ...” เขาขยับเข้าไปใกล้เพื่อให้เธอเห็นข้อความที่นายพลชราส่งมาหาบิดา ฟรีดาอ่านถ้อยคำห่วงใยของบิดาอย่างเศร้าใจ

“แล้วคุณเป็นใคร...”

คิมขยับตัวจะแนะนำคนทั้งสองให้รู้จักกัน แต่กาเบรียนยกมือขึ้นห้ามไว้ทันและแนะนำตัวเอง

แต่ขอรับรองความปลอดภัยด้วยชีวิต เท่านี้ก็น่าจะพอนะคุณหมอ ไปเถอะผมเสียเวลามามากแล้ว…” กาเบรียนคว้าต้นแขนกลมกลึงแล้วพาเดินไปขึ้นรถ

“ฉันปลอดภัยแต่พ่อฉันตกอยู่ในอันตรายอย่างนั้นน่ะเหรอ...”

“ท่านรักคุณมาก...”

“ฉันเองก็รักท่านและจะกลับไปต่อสู้เคียงข้างท่านและชาวเมือง...” ฟรีดาบอกอย่างเสียใจ กาเบรียนจับร่างบอบบางเข้าไปนั่งในรถ ฟรีดาเห็นคิมเดินเลี่ยงไปนั่งรถอีกคันจึงขยับตัวออกมา

“คุณคิมขอฉันไปนั่งด้วยคนนะคะ...”

คิมมองร่างสูงที่ยืนอยู่ข้างรถก่อนจะยิ้มให้กำลังใจหญิงสาว แล้วก้าวขึ้นรถไป

“เอ้า...เดี๋ยวสิคะฉันไปด้วย...” ฟรีดามองท้ายรถคิมอย่างไม่เข้าใจ และความหวาดหวั่นเริ่มก่อตัวขึ้นเมื่อต้องอยู่กับผู้ชายแปลกหน้าตามลำพัง

พูดจบกาเบรียนก็ก้าวขึ้นไปนั่งบนรถ ฟรีดายืนลังเลอยู่ข้างๆ

กลิ่นหอมอ่อนๆ ของน้ำหอมในไอเย็น

คุณช่วยหารถให้ฉันสักคันได้ไหมคะ...” ฟรีดาหันไปถามร่างสูงที่นั่งเงียบมาตลอดทาง กาเบรียนชำเลืองมองหน้าหญิงสาวและใช้ความเงียบแทนคำตอบ

“คุณไม่ใช่ฮีโร่ที่จะบุกเดี่ยวเข้าไปแบบนั้น...”

ฟรีดาจ้องหน้าเขาเขม็งเพื่อรอคำตอบ ยูราฟนิ่งฟังและชื่นชมความเด็ดเดี่ยวของหญิงสาวอยู่ในใจ

คำตอบของนายพลหนุ่มทำให้ฟรีดากำมือแน่น กาเบรียนเห็นน้ำใสๆ คลออยู่ในดวงตาหญิงสาว หัวใจที่ว่าแกร่งนักหนาและไม่เคยหวั่นไหวกับน้ำตาสาวไหนมาก่อน

“ได้โปรดเถอะนะคะ หารถให้ฉัน...” เธอก้มศีรษะอย่างขอร้องหวังอ้อนวอนเขาให้ใจอ่อน กาเบรียนมองริมฝีปากบางแต่อวบอิ่มเม้มแน่นเพื่อปิดกลั้นเสียงสะอื้นของตัวเอง

แผ่นหลังบางกระแทกกับพนักพิงอย่างหมดสิ้นเรี่ยวแรง กาเบรียนหน้าเครียดไม่คิดว่าเธอจะเสียใจมากมายขนาดนี้

ฟรีดาดันตัวออกห่างจ้องมองเขาไม่วางตา

“พี่กาเบรียน...”

นายพลหนุ่มหัวใจกระตุก นิ่งฟังเสียงเรียกด้วยหัวใจอิ่มเอิบ แต่ใบหน้าคมยังคงเรียบเฉยเหมือนไม่สนใจ

รถวิ่งไปจอดหน้าประตูรูปโดม ยูราฟลงจากรถแล้วหันไปเปิดประตูหลังให้ผู้บังคับบัญชาและคุณหมอสาวก้าวลงมา คิมยืนมองคนทั้งสองอยู่ข้างองค์สุลต่านชรา แววตายับย่นทอประกายของความเมตตาส่งผ่านมาให้เธอ

“ถวายบังคมเพคะ…”

“ตามสบายฟรีดา คิดซะว่าที่นี่คือบ้านของเจ้าก็แล้วกัน...” เสียงแหบพร่าเต็มไปด้วยความปรานีของสุลต่านชรา เรียกน้ำตาของคนพลัดถิ่นซึมออกมา

“ขอบพระทัยเพคะ ฟรีดาคงรบกวนเพียงคืนนี้เท่านั้น เพราะพ่อและชาวเมืองรออยู่ที่นั่น…”

คิดฟรีดา พักผ่อนเสียก่อนค่อยคุยกัน...” สุลต่านบอกอย่างใจเย็นก่อนจะเดินเข้าไปข้างใน

“เตรียมรถให้ด้วยนะยู...”

“เตรียมให้คุณฟรีดาหรือครับ...” ยูราฟถามแววตาแพรวพราว

“อย่าถามทั้งที่รู้คำตอบอยู่แล้วไอ้เพื่อนยาก...” ร่างสูงเดินผ่านห้องโถงใหญ่ไปยังห้องทำงาน โดยมียูราฟเดินตามหลังไป

“แล้วทหารล่ะครับ...”

“ไม่ต้อง แค่ฉันกับเธอ...”

ยูราฟหน้าเครียดขึ้นทันทีเพราะเขาไม่เคยห่างกายผู้บังคับบัญชาสักครั้ง กาเบรียนเดินอ้อมไปนั่งหลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ มือหยิบเอกสารที่วางอยู่บนโต๊ะไปอ่าน

“ฝากดูแลเสด็จพ่อด้วย ฉันจะรีบไปรีบกลับ...”

“คุณเดฟจะมาถึงคาร์ซาเลมในอีกหนึ่งชั่วโมงข้างหน้าครับท่านนายพล...”

คิ้วหนาของกาเบรียนยกขึ้นอย่างแปลกใจ...เจ้าหมอนั่นเกลียดไอร้อนของทะเลทรายเข้าไส้ แล้วมันมาทำไมกัน ถ้าเรื่องรายละเอียดเกี่ยวกับกระสุนปืนคิมก็มีข้อมูลอยู่แล้วนี่นา...หรือว่ามันจะเปลี่ยนรสนิยมจากสาวสวย มาเป็นสาวห้าวอย่างน้องสาวของเขาแทน

Bình Luận ()

0/255