*** ทักทายคร้า ***

ส่วนคนร้ายขับรถเก๋งสีดำ วิ่งฝ่าความมืดไปตามถนนด้วยความเร็วปกติ มุ่งหน้าไปยังย่านมิทเท่อซึ่งเป็นที่ตั้งของไนต์คลับจำนวนมาก รถชะลอความเร็วเมื่อมีชายชุดดำอีกคน ถือกล่องขนาดใหญ่ยืนรออยู่ข้างถนน

“ฝีมือไม่ตกเลยนี่เพื่อน. .” คนขับถามยิ้มหลังจากคนยืนรอเปิดประตูเข้าไปนั่งในรถ ดึงหมวกคลุมหน้าออกพร้อมกับคนที่ขึ้นมาใหม่ และใบหน้าคนที่กล้าท้าทายอำนาจของจีเอ็มโอคือชาเล็ต และฟรังซัว อีวานอฟนั่นเอง

“ฝีมือนายก็เจ๋งเหมือนเดิม...” ทั้งชาเล็ตและฟรังซัวหัวเราะออกมาอย่างยินดี ชาเล็ตหยิบโทรศัพท์ออกจากกระเป๋าเพื่อรายงานคนสั่งที่แฝงตัวอยู่ในเงามืดทันที

“งานเรียบร้อยครับท่าน เราได้ของที่ต้องการมาแล้ว และพร้อมจะส่งไปที่ปลายทางทันทีที่ท่านออกคำสั่ง...” เสียงแหบพร่าของคนปลายสายดังมาอย่างพอใจ

“ปลายทางถูกเดฟเดวิทจัดการไปเมื่อวาน งานนี้นายสองคนคงต้องรับช่วงต่อแล้วล่ะ เพราะคนที่เรามีอยู่ฝีมือไม่ถึง และที่สำคัญเรารอไม่ได้อีกต่อไป ถ้านายพลยัสซินเข้าร่วมกับกลุ่มประท้วง กำลังฝ่ายตรงข้ามยิ่งเพิ่มมากขึ้น อาหมัดคลุมสถานการณ์ไม่ได้ แต่ก่อนไปนายเอาปืนกระบอกนั่นมาที่นี่ก่อนเพราะฉันมีบางอย่างต้องทำ…”

ชาเล็ตหันไปมองเพื่อนร่วมอาชีพก่อนจะตัดสายจากผู้เป็นนาย “แผนเปลี่ยนนิดหน่อย นายกับฉันต้องไปที่คาร์ซาเลม...”

ฟรังซัวกระตุกยิ้มเมื่อคิดถึงความมันของการทำลายล้าง

“มาโคไปไหน..”

“ตายแล้วด้วยฝีมือของเดฟเดวิท...” ชาเล็ตบอกสั้นๆ ก่อนจะมองกล่องที่วางอยู่เบาะหลัง “ถ้ามันรู้ว่าปืนที่มันหวงนักหวงหนาถูกนำไปฆ่าคนดี เดฟเดวิทกับแอชลีย์คงแทบกระอักเลือด...”

“พวกมันสามคนรวมทั้งลาห์มานอฟเกิดมาเพื่อสิ่งนี้ ปืนทุกกระบอกมีอนุภาพรุนแรงจนหลายกลุ่มอยากผูกไมตรี...” ฟรังซัวเอ่ยขึ้นมาลอยๆ อย่างไม่ต้องการคำตอบ แล้วเบี่ยงเส้นทางออกนอกเมืองมุ่งหน้าไปที่วิลล่าหลังงามของคนในเงามืด

แอชลีย์นอนนิ่งอยู่บนเตียงพักฟื้น หลังจากที่การ์ดช่วยกันนำส่งโรงพยาบาล การ์ดยืนอารักขาอยู่ทั้งภายในและภายนอกอย่างแน่นหนา ข่าวการโจรกรรมอาวุธสำคัญของจีเอ็มโอและเรื่องราวของ จีเอ็มแท็ค- ทูร์ ก็ถูกตีแผ่ให้คนทั่วโลกได้รู้ถึงสมรรถนะของมัน จนหลายประเทศให้ความสนใจติดต่อไปยังการตลาดจนรับสายแทบไม่ทัน นั่นคือข่าวดีในข่าวร้ายของบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างจีเอ็มโอกรุ๊ป

ยืนเด่นอยู่หน้าประตู ในวงแขนมีร่างกลมป้อมของน้องแม็คลูกชายคนเล็กวัยขวบเศษมองเข้าไปในห้อง ข้างๆ คือร่างสูงโปร่งของมาดามมุกมณีและน้องมายด์ลูกสาวแสนรักแสนหวงของคุณพ่อ การ์ดทุกคนต่างโค้งคำนับอย่างเคารพและยินดี

“เจ็บไม่ใช่เล่น...” ลาห์มานอฟเดินเข้าไปในห้องพร้อมกับครอบครัว สายตาทอดมองรอยคล้ำบนใบหน้าของหลานชายด้วยแววตานิ่งลึก แต่มุกณีรู้ดีว่าสามีเจ็บปวดเพียงใดที่คนในครอบครัวถูกทำร้าย

“เดฟมาถึงหรือยัง...”

“อีกสิบนาทีครับบอสลาห์ม...”

แล้วส่งร่างลูกชายตัวน้อยให้ไปอยู่ในวงแขนมารดา เสียงพูดคุยและเสียงร้องอ้อแอ้ของเจ้าตัวเล็ก คล้ายต้องการปลุกคนที่หลับใหลมานานหลายชั่วโมงรู้สึกตัว

เรียกให้สติของแอชลีย์กลับคืนมา เปลือกตาหนักอึ้งเปิดขึ้นช้า

“อาลาห์ม...” แอชลีย์ขยับตัวแต่ลาห์มานอฟจับต้นแขนแกร่งไว้ แอชลีย์ยิ้มทักทายมุกมณีแล้วยิ้มให้หลานสาวตัวน้อย

“ไงคะสาวน้อย พ่อลาห์มพาออกจากป่าแล้วเหรอ...”

“โรงเรียนปิดเทอมแล้วค่ะ พ่อลาห์มเลยพามาอยู่เป็นเพื่อนอาแอชลีย์...”

มือหนาวางบนศีรษะเล็กแล้วโยกไปมาเบาๆ อย่างรักใคร่ เจ้าตัวน้อยดูจะน้อยใจส่งเสียงอ้อแอ้ต่อว่าที่ไม่ยอมทักทาย

“ดูเจ้าตัวเล็กจะน้อยใจอาแอชลีย์นะจ๊ะ...” มุกมณีเอียงหน้ามองลูกชายตัวน้อย แอชลีย์ยกมือเขี่ยแก้มใสเบาๆ น้องแม็กยิ้มจนน้ำลายยืด

น้องมายยิ้มหวานให้อาหนุ่ม

ทำให้ความเจ็บจากคมกระสุนหายเป็นปลิดทิ้ง

การ์ดที่ยืนอารักขาอยู่ใกล้ๆ เดินไปเลื่อนเตียงขึ้นแล้วเลี่ยงออกจากห้อง แต่ก่อนที่การสนทนาจะดำเนินไปประตูห้องก็เปิดออก เดฟเดวิทก็ก้าวเข้ามา

“กระดูกแข็งใช้ได้ลูกชาย...” เดฟเดวิทเดินไปบีบไหล่หนา ก็จะยิ้มทักทายมุกมณีและหลานๆ ใบหน้าคมสันหมองคล้ำคล้ายคนไม่ได้พักมาหลายชั่วโมง

“ดูแลตัวเองบ้างนะครับท่านประธาน...” ลาห์มานอฟบอกด้วยน้ำเสียงล้อเลียน

“หาคนดูแลได้แล้วจะพักเวลาไหนก็ได้ แต่เรื่องงานพักไม่ได้พวกมันต้องการดึงเราเข้าไปเป็นแพะรับบาป...” เดฟเดวิทบอกเสียงเครียด “แต่ที่ฉันแปลกใจคือพวกมันรู้ได้ยังไงว่าเรามีสไนเปอร์ร้ายแรงในมือ

“เกลือเป็นหนอน...” ลาห์มานอฟสรุป

จีเอ็มแท็ค-ทูร์มีไม่กี่คน มีฉัน แอชลีย์ ดอกเตอร์คิม

Bình Luận ()

0/255