*** ทักทายคร้า ***

รัฐคาร์ซาเลม

สายลมพัดพลิ้วอาบไล้พื้นทรายสีทองอร่าม พระอาทิตย์ยามอัสดงทอดทอแสงละมุนตาที่ปลายฟ้า ความร้อนระอุของอุณหภูมิเริ่มลดลง แต่หัวข้อสนทนาระหว่างองค์สุลต่านซาเย็ดเซมกับนายพลยัสซิน อดีตสองนักต่อสู้เพื่อพื้นทรายยังลงดำเนินต่อไปด้วยแววตากังวล

“ฉันอยากให้นายพลอยู่ที่นี่เพื่อความปลอดภัย…”

“ท่านก็รู้ว่าผมทำไม่ได้ ผมจะทิ้งชาวเมืองให้ถูกทำร้ายมากไปกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว...”

“สุดท้ายชีคอาหมัดต้องหยุดเข่นฆ่าประชาชน เพราะทนการประณามของชาวโลกไม่ไหว ชีคอาหมัดกำลังจนตรอกไม่อย่างนั้นคงไม่ใช้วิธีแตกหักแบบนี้...” เสียงแหบพร่าบอกอย่างสุขุม สายตายับย่นทอดมองเนินทรายที่นอกกระโจม

“พื้นทรายกลายเป็นสีเลือด ประเทศกำลังลุกเป็นไฟ ผู้คนล้มตายไปหมดก่อนหรือไง ชีคอาหมัดถึงจะพอใจ ยังไงผมก็ต้องหยุดเขาเพื่อผลประโยชน์ของชาติแม้ต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม...” นายพลยัสซินบอกด้วยแววตามุ่งมั่น ทำให้เพื่อนที่กอดคอกันสู้มาด้วยกันมองอย่างเป็นห่วง

“ชาวดาลัสกัสโชคดีที่มีผู้นำอย่างท่าน ความหวังที่ไม่มีความเพียรก็เป็นเพียงความสิ้นหวังของสายลมฮาร์มัตตาที่พัดผ่านไปเท่านั้น ถ้ามีอะไรให้ฉันช่วยก็บอกนะยัสซิน…”

“ขอบคุณครับ ความมุ่งมั่นของชาวเมืองทุกคน จะทำให้เราก้าวไปข้างหน้าได้สำเร็จ และมิตรประเทศอย่างคาร์ซาเลมและอัลไบจะช่วยให้เราไปได้ไกลกว่าที่เป็นอยู่...”

“ถ้าไม่มีท่านและข้า กาเบรียนจะสานต่องานของพวกเรา บางทีสามรัฐที่แยกกันมานานหลายชั่วอายุคนอาจจะถึงเวลารวมกันเป็นหนึ่งก็ได้...”

แต่ที่ห่วงตอนนี้ไม่ใช่ชีวิตแต่เป็นฟรีดา หากเกียรติของผมยังคงพอมีอยู่บ้าง ขอแค่คำสัญญาเรื่องฟรีดากับนายพลกาเบรียนเป็นจริงก็พอ...”

พระผู้เป็นเจ้าสร้างเขาสองคนเกิดมาคู่กัน ถึงข้ากับท่านไม่อยู่เขาสองคนก็ต้องได้อยู่ด้วยกัน ไม่แน่นะยัสซินวันนี้ข้ากับเจ้าอาจดูพระอาทิตย์ตกด้วยกันเป็นครั้งสุดท้ายก็ได้...”

สันทรายเวิ้งว้างว่างเปล่าในวันนี้ รายล้อมด้วยดวงดาวระยิบระยับนับล้านๆ ดวงบนท้องฟ้า รอบกายมีเสียงครวญของสายลมขับกล่อมอ่อนหวานดุจวงเครื่องสายวงใหญ่ สองเงาดำทะมึนยืนนิ่งซึมซับความงดงามของธรรมชาติไว้

กับอายุ

ในใจห่วงกังวลกับสถานการณ์รอบตัว

อยู่ดีๆ นายพลหนุ่มก็หมุนกายไปเผชิญกับเธอ

ฟรีดายกมือกั้นระหว่างแผงอกแกร่งกับทรวงอวบอิ่ม

กาเบรียนก้มลงไปพูดเสียงทุ้มนุ่มหู มือหนายกมือขึ้นจับปลายคางมนเชยขึ้น ดวงตาสองคู่สบกันระยะห่างเพียงปลายจมูก

ไม่มีคำพูดใดๆ หลุดออกมาจากริมฝีปากอุ่น นอกจากสายตาของความน้อยใจและตัดพ้อของเขา

กาเบรียนยกมือลูบผมนุ่มสลวยก่อนจะรั้งท้ายทอยขาวเข้าไปชิดและจูบหน้าผากนูนแผ่วเบา “เมื่อถึงเวลานั้นเธอหนีพี่ไม่ได้แน่...”

เธอเถียงเบาๆ

กาเบรียนยังตัดพ้อพร้อมกับส่งสายตาออดอ้อนไปให้ก่อนจะก้มลงไปชิด เธออยากบอกเขาเหลือเกิน ไม่ใช่แค่เขาที่เจ็บและทรมานกับวันเวลาที่ห่างกัน เธอเองก็ร้าวรานไปทั้งใจและพยายามตัดใจ

พร้อมกับบดเคล้าเคล้นคลึงอย่างนุ่มนวลและเรียกร้องอยู่ในที

มือบางที่วางอยู่บนอกเลื่อนขึ้นไปโอบลำคอหนา ใบหน้าเนียนเรียวสวยเงยขึ้นรับสัมผัสวาบหวามอย่างเผลอตัว เมื่อเปลวไฟแห่งแรงเสน่หาเริ่มต้น กาเบรียนก็ไม่คิดจะหยุดเพียงแค่นี้ วงแขนแกร่งกอดกระชับรัดตึงร่างนุ่มฝ่ามือลูบไล้แผ่นหลังบาง

Bình Luận ()

0/255