*** ทักทายคร้า วันนี้ลงให้อ่านแบบจุใจเลยจ้า ***

ท่ามกลางแสงสีทองของดวงอาทิตย์ที่กำลังโผล่ขึ้นเหนือภูเขาทราย แผ่นดินคาร์ซาเล็มนองไปด้วยน้ำตา เนื่องจากความสูญเสียผู้นำอันเป็นที่รักยิ่งของชาวเมือง แม้แต่สายลมที่พัดผ่านพื้นทรายในวันนี้ยังครวญครางหม่นเศร้า เม็ดทรายที่เคยสะท้อนแสงระยิบยับ อวดความงามกับแสงแรกของอรุณ ยังต้องอับแสงให้กับพิธีฝังพระศพขององค์สุลต่านซาเย็ดเซม

ตามท้องถนนหลวงและสถานที่ราชการ ต่างลดธงประจำรัฐลงเหลือครึ่งเสาเพื่อไว้อาลัยองค์ประมุข และหลายหน่วยงาน ต่างพร้อมใจกันจัดพิธีเคลื่อนพระศพไปที่สุสานคาร์เซม ซึ่งเป็นสุสานหลวงใช้ฝังพระศพเชื้อพระวงศ์ ตลอดสองข้างทางที่พระศพจะเคลื่อนผ่าน เนื่องแน่นไปด้วยประชาชนที่มารอส่งเสด็จท่านผู้นำไปยังดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของพระผู้เป็นเจ้า

ภายในห้องโถงพระราชวังหลวงคาร์ซาเลม หีบศพที่ทำด้วยทองคำเหลืองอร่าม ตั้งอยู่บนพื้นยกพื้นสูงใต้หลังคาโดมทอง ผู้นำจากทั่วโลกต่างเข้าร่วมพิธีกันอย่างเนื่องแน่น นายพลกาเบรียนในชุดประจำชาติยืนข้างหีบศพทองคำ ใบหน้าคมเข้มเคร่งขรึมแต่ริมฝีปากก็ยิ้มต้อนรับอาคันตุกะที่มาร่วมพิธี โดยมีคิมในชุดสาหรี่สีขาวปักดิ้นด้วยใยสีเหลืองทองที่ชายกระโปรง ใบหน้าเนียนสวยภายใต้ผ้าคลุมหน้าลูกไม้สีดำบางดูเศร้าสร้อยดวงตาคมโตบวมแดงเหมือนผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก

บัดนี้หน้าประตูทางเข้าที่มีพรมสีเหลืองทอดยาวมาถึงกลางห้องโถงใหญ่ ร่างสูงใหญ่ของชีคอาหมัดสวมชุดโด๊ปสีขาวและชีคอัลบาเยนวัยห้าสิบยืนอยู่ แขกหลายคนหันไปมองชีคอาหมัดผู้อื้อฉาว ที่สั่งสลายการชุมนุมอย่างโหดเหี้ยมด้วยสายตาที่แตกต่างกัน ชีคอาหมัดก้าวไปบนพรมสีทองด้วยเท้าที่ไม่ค่อยมั่นคงนักเมื่อเห็นสายตาหลายคู่มองมา สายตาคมกริบของนายพลกาเบรียนมองคนมาใหม่ด้วยแววตาเรียบเฉย คิมขยับเข้าไปใกล้พี่ชายต่างสายเลือด เอื้อมไปจับมือใหญ่และบีบเบาๆ อย่างให้กำลังใจ

“ข้าในนามตัวแทนของรัฐอัลไบ ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับการสูญเสียของรัฐคาร์ซาเลม...” ชีคอัลบาเยนกล่าวออกมาอย่างจริงใจ กาเบรียนยิ้มรับปรายหางตามองชีคอาหมัด คิมย่อตัวทำความเคารพชีคทั้งสองมีสัมมาคารวะ

“ข้าและชาวดาลัสกัสก็รู้สึกเสียใจกับการสูญเสียผู้นำที่ดีอย่างเสด็จลุง คนที่ลงมือโหดเหี้ยมและเลือดเย็น นายจะต้องจับตัวมันผู้นั้นมาลงโทษให้สาสมนะกาเบรียน...” ชีคอาหมัดบอกเสียงเข้ม สายตามองผ่านไหล่หนาของนายพลหนุ่ม ไปยังหีบศพทองคำที่ห่อหุ้มร่างองค์สุลต่านซาเย็ดเซมไว้

“แน่นอนอาหมัด ฉันต้องลากตัวมันมาลงโทษแน่ แต่ไม่ใช่เฉพาะคนลงมือหรอกนะ คนสั่งการฉันก็จะลากคอมันออกมาจากเงามืดให้จงได้...” ชีคอาหมัดถึงกับอึ้งไปนิดหนึ่ง ก่อนจะเสมองร่างโปร่งระหงที่ยืนอยู่ข้างนายพลหนุ่ม

“ต่อไปเจ้าคือความหวังของชาวคาร์ซาเลม ทำให้ดีเหมือนที่พ่อเจ้าทำไว้นะกาเบรียน..” ชีควัยกลางคนเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพ กาเบรียนน้อมรับคำสั่งสอน

“เราสูญเสียตัวท่าน แต่ความดีจะไม่เลือนหายไปพร้อมกับลมหายใจของท่าน...” กาเบรียนบอกเสียงแววตาเต็มไปด้วยความเสียใจ “เช่นเดียวกับความชั่วช้าแม้ตัวตายแต่เสียงสาบแช่งยังคงอยู่…” ชีคอาหมัดรู้ว่านั้นเป็นคำประชดประชัน จึงเบี่ยงเบนประเด็นไปเอ่ยทักทายดอกเตอร์สาว

ไม่ได้เจอหลายปีเจ้ายังสวยเหมือนเดิม...” ชีคอาหมัดมองดวงหน้าสวยนัยน์ตาแพรวพราวและโลมเล้าอยู่ในที เดฟเดวิทซึ่งนั่งเก้าอี้แถวหน้าเห็นสายตาแทะโลมของชีคหนุ่ม มองมาดามตัวเองก็ร้อนรุ่มในใจ...ถึงเธอยังไม่รับตำแหน่งมาดามในเวลานี้ แต่เขาก็ไม่ชอบให้ผู้ชายคนไหนมองเธออย่างที่เขามอง

พิธีเคลื่อนพระศพจะเริ่มหลังจากแขกอีกสองท่านมาถึง…” ชีคอัลบาเยนและชีคอาหมัดยกคิ้วหนาขึ้นไปเชิงถาม คนหนึ่งอาหมัดรู้ว่าเป็นประธานาธิบดีจาซิเยฟ แต่อีกคนละ…แต่ชีคหนุ่มก็ยังไม่ได้คำตอบ

“หวัดดีเดฟเดวิท ไม่คิดว่าคุณจะกล้าเข้ามาในงานคนที่คุณสั่งฆ่าอย่างโหดเหี้ยม...” ชีคอาหมัดเหยียดยิ้มแต่เดฟเดวิทยังคงเยือกเย็นและยิ้มทักทาย

“ไม่กล่าวหากันเกินไปหน่อยเหรอครับท่านชีค...”

และแล้วคนที่ชีคอาหมัดคิดไม่ถึงว่าจะเจอ ก็ปรากฏกายขึ้นพร้อมกับร่างอรชรของหญิงสาวคนหนึ่ง ห้องทั้งห้องเงียบกริบ สายตาทุกคู่มองนายพลยัสซินสวมชุดคาฟตานสีดำ เดินเข้ามาพร้อมกับฟรีดาและตัสนีม แววตาคมกริบของนายพลกาเบรียนเปล่งประกายขึ้นมา หัวใจอ่อนล้าและหมดกำลังสว่างวาบเมื่อเห็นดวงตากลมโตเหนือผ้าคลุมหน้าบางเบาสีขาว

“ขอบคุณครับท่านลุงที่มาร่วมงานครั้งนี้...” ริมฝีปากยับย่นยกยิ้มน้อยๆ ก่อนจะมองหีบศพทองคำเหมือนจะให้ทะลุไปถึงร่างที่นอนอยู่อย่างสงบข้างใน

คลออยู่ข้างในดวงตาพร่ามัวของนายพลชรา ชีคอาหมัดลุกออกจากที่นั่งเดินตรงเข้าไปหา

ไม่คิดว่าแขกสำคัญหนึ่งในสองของกาเบรียน จะเป็นท่านกับลูกน้องคนสนิท…” นายพลยัสซินโค้งคำนับชีคอาหมัดในฐานะชีคผู้ครองรัฐ กาเบรียนดูสายตาของชีคอาหมัดที่มองฟรีดาแล้วรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาทันที “จับนายพลยัสซินและตัสมินไว้...” เสียงสั่งแข็งกร้าวของชีคอาหมัด

“หยุดนะพ่อฉันไม่ได้ผิด และได้สิทธิคุ้มครองตามกฏหมายเหมือนกับชาวดาลัสกัสทุกคน…” เสียงใสแต่แข็งกร้าวเรียกความสนใจของชีคอาหมัดหันไปมอง ฟรีดาเดินไปเผชิญหน้าอย่างไม่กลัวเกรง

เรานึกว่าสาวสวยที่ไหน จุ๊...จุ๊...” ชีคอาหมัดทำเสียงในลำคอ สายตาจับจ้องดวงหน้าที่เห็นลางๆ ไม่วางตา “ฉันตกข่าวเธอไปได้ยังไงฟรีดา

“ฟรีดาเพิ่งขอย้ายกลับบ้านได้ไม่กี่วันนี่เอง...” นายพลยัสซินบอกอย่างสุขุม

“นายพลน่าจะบอกเราบ้าง จะได้จัดงานเลี้ยงต้อนรับให้สมเกียรติ...” ชีคอาหมัดมองหญิงสาวนัยน์ตาพราว และรู้สึกต้องตาและอยากได้มาเก็บไว้เป็นสมบัติส่วนตัวแล้วสิ...

“ไม่จำเป็น เพราะฉันกับพ่อเป็นเพียงคนธรรมดาที่รักชาติ และพร้อมจะต่อสู้ร่วมกับชาวเมืองทุกคน...”

แต่ร่างใหญ่บึกบึนของกาเบรียนก็เข้าไปขวาง เดฟเดวิทเดินไปคว้าข้อมือแม่ทูนหัวออกมาจากวงสนทนา คิมขืนตัวไว้ไม่ยอมเดินไปตามใจเขา

“อย่ามาก่างแถวนี้อาหมัด ที่นี่ไม่ใช่ดาลัสกัสที่นายจะมาทำอะไรได้ตามอำเภอใจ...”

“นายกำลังปกป้องคนผิดนะกาเบรียน...”

กาเบรียนบอกเสียงแข็ง ชีคอาหมัดก้มมองมือใหญ่ของนายพลหนุ่มที่กุมมือของฟรีดาด้วยแววตานิ่งลึก

“บางทีสามรัฐอาจจะได้เวลารวมตัวกันแล้วกาเบรียน และนายพลยัสซินคือผู้ก่อรัฐประหารและสั่งฆ่าประชาชนนับร้อยที่จัตุรัสดาลัส ฉันถึงต้องจับไปรับโทษ...”

Bình Luận ()

0/255