*** ทักทายคร้า ***

ในขณะที่อารมณ์วาบหวามกำลังคุกคามเขาและเธออยู่นั้น เดฟเดวิทซึ่งยืนหันหน้าไปทางผนังที่บุด้วยกระจกใสเห็นเงาบางอย่างสะท้อนให้เห็น วงแขนแข็งแรงเกร็งค้างและกอดรัดแน่นจนเธอหายใจแทบไม่ออก ร่างบางจึงออกแรงดิ้น

“อยู่นิ่งๆก่อนคิม มีปืนกระบอกหนึ่งเล็งมาที่ผม...” เขาบอกเสียงเบาก่อนจะสอดมือเข้าไปในอกเสื้อด้านใน หญิงสาวจะหันไปมองประตูแต่เดฟเดวิทห้ามไว้ทัน “อย่าหันไปเดี๋ยวมันจะรู้ตัว...ผมนับหนึ่งถึงสามคุณทิ้งตัวลงนอนราบกับพื้นทันทีนะครับ...” คิมกอดเขาแน่น กระแสของการมุ่งร้ายหมายเอาชีวิต แผ่กระจายอยู่ใกล้ๆ ตัว “หนึ่ง...สอง...สาม…’’ สิ้นเสียงนับเดฟเดวิทก็ผลักร่างบางล้มลงแล้วใช้ร่างบดบังเธอไว้อย่างปกป้อง

ปุ..ปุ..ปุ..ปุ..เสียงปืนของคนร้ายและเดฟเดวิทดังขึ้นพร้อมๆ กัน แต่ความแม่นยำต่างกันกระสุนของคนร้ายกระแทกกับกระจกใสแตกละเอียด แต่กระสุนจากปืนของเดฟเดวิทเจาะเข้าที่หัวไหล่ของคนร้าย

“อ๊ากก...” เสียงร้องดังแว่วมาให้ได้ยิน เดฟเดวิทผลักคิมไปหลบใต้โต๊ะประชุม แล้ววิ่งต่ำไปหลบข้างตู้เอกสาร คิมมองร่างสูงอย่างเป็นห่วง เพราะครั้งนี้คนร้ายมุ่งเอาชีวิตเขาอย่างแน่นอน

ปุๆๆๆๆๆ..เสียงปืนยิงโต้ตอบกันอีกครั้ง กระดาษที่วางอยู่บนโต๊ะกระจุยกระจายลงบนพื้น คนร้ายสองคนพยายามจะรุกคืบเข้ามาในห้องเพื่อเอาหลักฐาน ที่วางอยู่บนโต๊ะแต่ถูกยิงสกัดเอาไว้ เดฟเดวิทกระตุกยิ้มเมื่อแผนการณ์ล่อแมงเม่าออกมาเล่นแสงไฟดูถ้าจะได้ผล แค่ปล่อยข่าวมีหลักฐานสำคัญพวกมันก็นั่งไม่ติดแล้ว

เสียงกระจกแตก เรียกให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยภายในตึก วิ่งมาสมทบและยิงต่อสู้ คนร้ายเห็นท่าไม่ดีจึงวิ่งลงบันไดหนีไฟไปอย่างรวดเร็ว วินตันและการ์ดของจีเอ็มโออีกสามคนเห็นหลังคนร้ายไวๆ จึงวิ่งตามไปอย่างกระชั้นชิด วินสตันวิ่งไปหาเจ้านายหนุ่มอย่างเป็นห่วง

“บอสเป็นอะไรหรือเปล่าครับ...”

“ไม่เป็นไร ตามจับมันมาให้ได้…” เขาสั่งเสียงแข็งกร้าวและวิ่งออกจากห้อง คิมคลานออกมาจากใต้โต๊ะรีบเก็บหลักฐานเข้ากระเป๋าแล้ววิ่งตามออกไป

เดฟเดวิท วินสตันและการ์ดคนอื่นวิ่งมาถึงห้องโถงชั้นล่าง สายตาสอดส่ายหาเป้าหมาย คนร้ายแนบลำตัวกับผนังและเคลื่อนตัวช้าๆ เพื่อไม่ให้เกิดเสียง ดวงตาของมันนิ่งลึกจ้องร่างสูงใหญ่อย่างสมเพช แต่อะไรก็ไม่สำคัญเท่าปลายกระบอกปืนในมือของมันเล็งไปที่ร่างกำยำ จังหวะนั้นคิมวิ่งมาดักอีกทางเห็นเข้าถึงกับตกตะลึง

“เดฟระวัง...” คิมตะโกนเสียงดังลั่นพร้อมกับโถมกายกระแทกร่างสูงล้มไปทั้งคู่ กระสุนของคนร้ายวิ่งไปกระแทกกับผนัง เดฟเดวิทใช้ความไวพลิกกายยิงสวนกลับไป มืออีกข้างก็กอดกระชับหญิงสาวแน่น กระสุนเจาะหน้าผากคนร้ายอย่างแม่นยำ พอเห็นเพื่อนตายไปต่อหน้า คนร้ายอีกคนถึงกับเหงื่อตกมองหาทางหนีทีไล่ และยิงต่อสู้อย่างดุเดือด วินสตันได้โอกาสยิงสวนไปถูกขาของมัน แต่กระนั้นคนร้ายยังกระเสือกกระสนวิ่งกระแทกกระจกแตกละเอียดออกไปขึ้น ที่จอดรออยู่แล้วขับออกไปด้วยความเร็วสูง วินสตันและคนอื่นๆ ตามไล่ล่าไปอย่างกระชั้นชิด

“คุณถูกยิงหรือเปล่า ฉันได้ยินเสียงร้อง...”

“เสียงคนร้ายยาหยี ผัวปลอดภัยดี...” เขาบอกนัยน์ตาพราว หญิงสาวร้อนไปทั้งหน้ากับคำพูดดิบเถื่อนของเขามารผจญจริงๆ จะให้จูบเมียนานอีกหน่อยก็ไม่ได้ แบบนี้มันน่าฆ่าให้ตายนัก…”

“ผ่านความเป็นความตายมาไม่ถึงนาทีก็ลามกอีกแล้ว แบบนี้ไม่ห่วงซะก็ดี...” เธอบอกเสียงขึ้นจมูก เดฟเดวิทกอดร่างบางแนบกับอกและจูบกลางกระหม่อมอย่างแสนรัก

เขาทั้งโกรธทั้งกลัว กลัวว่าเธอเป็นจะเป็นอันตราย

“ไหนคุณบอกรักฉันไงคะ จะฆ่ากันได้ลงเหรอ...” เธอยั่วแนบหูฟังจังหวะการเต้นของหัวใจแกร่ง

ผมอึ๊บกับคุณได้ทุกทีที่รัก...” หญิงสาวรีบผลักห่างกลัวเขาทำอย่างที่บอก เดฟเดวิทยิ้มปลอบใจเมื่อเห็นแววตาหวาดหวั่นในดวงตาคู่งาม คิมแกะมือหนาออกจากเอว

ให้ตายสิ…” เดฟเดวิทบอกเสียงเรียบ เธอผ่อนลมหายใจออกมาดังๆ อย่างอ่อนใจ

“หัวใจจะวายสิไม่ว่า ไม่รู้เรื่องร้ายๆ จะจบลงเมื่อไหร่นะคะ...” ปลายนิ้วแข็งแรงไล้แก้มนุ่มก่อนจะโน้มลงไปจูบทีหนึ่งอย่างอดใจไม่ได้

ผมสัญญา…” คิมมองใบหน้าคมเข้มอย่างห่วงใย

ในความวุ่นวายที่เกิดขึ้นภายในตึก มีดวงตาสองคู่มองผ่านกล้องส่องทางไกลอยู่บนตึกสูงที่ตั้งอยู่อีกฝากถนนโดยที่เดฟเดวิทและคิมไม่มีโอกาสได้รู้

คนของเราตายหนึ่งอีกหนึ่งรอดออกมาได้...” ชาเล็ตบอกเสียงเครียด ขณะที่ลดกล้องส่องทางไกลลง

“เดฟเดวิทเหมือนแมวเก้าชีวิต ถ้าจะเอาหลักฐานต้องเอาคนที่สำคัญกับมันไปแลก…” ชาเล็ตหันไปมองคนพูดอย่างสนใจ

“แอชลีย์หรือดอกเตอร์สาวคนนั้น...”

“ง่ายสุดคงเป็นคนหลัง ถึงจะมีองครักษ์ทะเลทรายอารักขา ฉันว่าน่าจะง่ายกว่าจับตัวแอชลีย์...” ฟรังซัวหยุดพูดเพื่อดูท่าทีเพื่อนรัก

“ตามนั้น แต่ต้องวางแผนให้รัดกุม เพราะถ้าพลาดหมายถึงเราเปิดศึกสองด้าน…” ชาเล็ตบอกก่อนจะพากันเดินไปที่ลิฟต์เพื่อกลับไปรายงานคนที่รออยู่กลางทะเลทราย

ตอนที่ 13

มีแขกคนสำคัญและบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมเพียงไม่กี่คน เดฟเดวิทและแอชลีย์ยืนคุยอยู่กับนายพลท่านหนึ่งของคาร์ซาเลม แต่ดูเหมือนสายตาของรองประธานบริหารของจีเอ็มโอ

และหลบสายตาล้อเลียนของคนพูด ด้วยการมองไปที่จุดเดิม เป็นจังหวะเดียวกับโซมินหันมามองและสบตาแอชลีย์ในระยะไกล “สวยได้ใจวะ ถ้าเป็นฉันจะสานต่อตั้งแต่ออกจากโรงพยาบาลแล้ว…”

เดฟเดวิทกระตุกยิ้มกับสำนวนว่าที่ดอกเตอร์คนใหม่ ร่างสูงสง่าของนายพลกาเบรียนประธานการจัดงานและดอกเตอร์คิม เดินเข้ามาในห้องและยิ้มให้กับแขกทุกคนอย่างเป็นกันเอง ร่างสูงสง่าเดินขึ้นไปบนเวทีเพื่อกล่าวขอบคุณอย่างเป็นทางการ

มีการสู้รบและการเรียกร้องสิทธิเสรีภาพอยู่หลายจุด และผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า

“หวัดดีครับคุณโซมิน...”

“หวัดดีค่ะท่านนายพล…” โซมินยื่นมือไปทักทายด้วยรอยยิ้มจริงใจ “ขอบแสดงความเสียใจเรื่ององค์สุลต่านด้วยนะคะ…”

และคลายมือออกจากนางแบบสาวอย่างสุภาพ เดฟเดวิทและแอชลีย์เดินไปยืนข้างเจ้าของงาน พร้อมกับฟังการสนทนาอย่างสนใจ “ได้ข่าวว่าคุณโซมินจะพ้นตำแหน่งเดือนหน้า แล้วมีแผนจะทำอะไรต่อครับ…”

“คงต้องรับงานเดินแบบตามปกติค่ะ…”

“คุณจบเลขามาไม่ใช่เหรอครับ พอดีว่าตำแหน่งเลขารองประธานบริหารจีเอ็มโอว่างอยู่พอดีถ้าคุณสนใจ…” เดฟเดวิทเอ่ยแทรกเสียงเรียบ ทำเอากาเบรียนอมยิ้มและเสมองไปสบตาฟรีดาอย่างจงใจ

“ขอบคุณนะคะที่ให้โอกาส บางทีประธานรับฉันเข้าทำงาน แต่รองประธานอาจไม่เต็มใจก็ได้…” เมื่อรู้ตัวอย่างโดนพาดพิงแอชลีย์ก็ขยับตัวและตอบโต้เสียงราบเรียบ

“ถ้ามีความสามารถก็โอเค…”

Bình Luận ()

0/255