*** ทักทายคร้า ***

ส่วนกาเบรียนเร่งฝีเท้ามาทันฟรีดาในห้องโถง ร่างสูงเดินไปดักหน้าจนเธอหยุดเกือบไม่ทัน เท้าเรียวถอยหลังสองก้าวเพื่อรักษาระยะห่าง แต่มือใหญ่ก็คว้าเอวบางไว้และพาเข้าไปในห้องห้องเล่นที่อยู่ไม่ไกล

“จะพาฉันไปไหน…ปล่อยนะคะ…” ฟรีดาจ้องหน้าขึ้นเหลี่ยมคมสันนิ่ง กาเบรียนปิดประตูเสร็จก็เดินเข้าไปใกล้ ฟรีดาก้าวถอยหลังแววตาเต็มไปด้วยความหวาดไหว แต่วงแขนแกร่งก็รวบเอวบางเข้าไปกอดไว้แนบอก “ปล่อยนะท่านนายพล ท่านรุ่มร่ามกับแขกบ้านแขกเมืองแบบนี้ไม่ได้นะคะ…”

“เธอไม่ใช่แขกแต่เป็นคู่หมั้นของพี่ต่างหาก…” บาเกรียนก้มมองคนในอ้อมแขน หัวใจที่หม่นเศร้าจากการสูญเสียบิดาและความเหน็ดเหนื่อยจากภาระหน้าที่การงาน หายเป็นปลิดทิ้งตั้งแต่เห็นหน้าเธอคนนี้ วันนี้ได้โอบกอดทั้งตัวหัวใจก็พลันสดชื่นขึ้นมาทันที ฟรีดาเงยหน้าขึ้นสบตาคมกริบดุจตาพญาอินทรีย์อย่างหวั่นๆ หัวใจดวงน้อยเต้นโครมครามจนบังคับไม่ได้

“เมื่อไหร่กันคะ…” คำถามของหญิงสาวทำให้กาเบรียนหน้าตึงขึ้นมา

“อย่าให้พี่ต้องลงโทษเธอเพราะคำถามไร้สาระพวกนี้ฟรีดา เธอกับพี่ก็รู้อยู่เต็มอกว่าเรื่องของเรามีที่มาไปยังไง หรืออยากเป็นนางในฮาเร็มของชีคอาหมัดมากกว่าเป็นราณีของพี่…”

“แล้วสองตำแหน่งเจ็บปวดต่างกันตรงไหนค่ะ ทั้งท่านนายพลและชีคอาหมัดก็เห็นผู้หญิงเป็นทาสอารมณ์ทั้งนั้น…” เธอบอกเสียงสั่นในตอนท้าย

“เธอเจ็บเพราะกำแพงที่เธอสร้างขึ้นมากั้นระหว่างเราต่างหาก…” ฟรีดาไม่ตอบแต่เม้มริมฝีปากบางแน่น น้ำใสๆ เจืออยู่ในดวงตาคู่งาม “จำไว้นะฟรีดากำแพงแม้จะสูงเสียดฟ้า แต่ถูกทำลายลงได้เพราะรักที่อยู่ในใจ…”

“ระหว่างความรักและหน้าที่ของประชาชนชาวดาลัสกัส ฉันคงต้องเลือกอย่างหลัง เพราะฉันคงมีความสุขไม่ได้หากพ่อและชาวเมืองยังต้องต่อสู้กับความอยุติธรรมอยู่แบบนั้น…”

“สุดท้ายความชั่วจะแพ้คุณงานความดีฟรีดา แต่สิ่งที่พี่ห่วงตอนนี้ไม่ใช่เรื่องการเรียกร้องสิทธิ์ แต่พี่ห่วงเธอ เพราะสายตาของชีคอาหมัด ผู้ชายด้วยกันมองออกว่าเขาต้องการอะไร และเขาจะทำทุกทางเพื่อบีบให้เธอเข้าไปหา…” ฟรีดาถึงกับเย็นวาบไปทั่วสันหลังกับคำพูดของนายพลหนุ่ม

“ฉันดูแลตัวเองได้ค่ะ แต่ตอนนี้ท่านนายพพลกรุณาปล่อยตัวดิฉันก่อนได้ไหม…” สรรพนามที่แทนตัวอย่างห่างเหิน ทำให้อารมณ์กาเบรียนพุ่งสูงขึ้นอย่างไม่พอใจ

“ดูแลตัวเองได้เหรอ ถ้าอย่างนั้นก็เอาชนะพี่ให้ได้ก่อนเถอะ…” กาเบรียนบอกเสียงต่ำพร่า จับปากคางเธอเชยขึ้นและริมฝีปากอุ่นร้อน ก็ประกบลงบนกลีบปากนุ่มอย่างรวดเร็วจนฟรีดาตั้งตัวไม่ทัน จุมพิตอย่างโหยหาเรียกร้องจนฟรีดาชาไปทั้งตัว กาเบรียนบดเคล้าริมฝีปากหวานเพื่อให้เธอเผยอปาก ขึ้นรับการรุกรานของลิ้นสาก จากนั้นก็วนเวียนจูบซ้ำๆ อย่างหิวกระหายและเฝ้าคิดถึง หญิงสาวสั่นสะท้านไปทั้งหัวใจ ร่างกายไร้เรี่ยวแรงขัดขืนจึงมือเรียวสวยจับลำแขนแกร่งเพื่อเป็นหลักยึด กาเบรียนจูบจนริมฝีปากบางแดงก่ำเหมือนกับต้องการลงโทษ ที่เธอพยายามผลักไส แต่น้ำใสๆที่ไหลลงมาอาบแก้มนั่นต่างหากที่ทำให้เขาต้องหยุด

“ร้องไห้ทำไมละคนเก่ง…” เขากระซิบถามก่อนจะซบหน้ากับซอกคอหอมกรุ่น และเคลื่อนใบหน้าสากระคายไปตามผิวเนื้อบอบบางและแก้มปลั่ง

“ตัวเองถูกรังแกไม่มีใครยิ้มรับหรอกนะคะ…” ฟรีดาบอกเสียงสั่น ผลักอกกำยกออกห่าง พยายามไล่ความวาบหวามออกจากหัวใจเพื่อจะไม่อ่อนไหวไปกับเขา

“ให้ตายสิฟรีดา ทำไมต้องยั่วอารมณ์พี่ให้ใช้ความรุนแรงกับเธอด้วย…” กาเบรียนบอกอย่างไม่พอใจขณะย่อตัวลงไปซ้อนร่างบางลอยเข้าไปในวงแขน

ฟรีดาอุทานเบาๆ เมื่อร่างถูกโยนลงบนเก้าอี้นวมตัวใหญ่ กาเบรียนทิ้งตัวลงนั่งข้างๆพร้อมกับรวบร่างบางเข้าไปกอดแน่น “ปล่อยนะคุณจะทำอะไรของคุณ…”

เขาบอกเสียงต่ำ ซุกไซ้ใบหน้าคมสากระคายบนลำคอขาวและเล็มไปตามปลายคางขึ้นไปหาดวงหน้าเนียนสวย

น้ำเสียงจริงจังของหญิงสาว

ฟรีดาถอนหายใจเบาๆ อย่างเหนื่อยหนักใจหัวใจ ไม่รู้ว่าอนาคตข้างหน้าจะมีอากาสอยู่ในอ้อมแขนและซบหน้ากับอกอุ่นแบบนี้อีกไหม เมื่อร่างอวบอิ่มเบียดกายเข้าไปหาวงแขนแข็งแกร่งก็กระชับแน่น ไม่มีใครเอ่ยอะไรอีกหลังจากนั้น เพราะต่างคนต่างซึมซับความใกล้ชิดเข้าไปในหัวใจ

งานเลี้ยงปิดฉากลงเกือบห้าทุ่ม คิมทำหน้าที่ส่งแขกจนกระทั่งคนสุดท้ายที่ไม่ยอมกลับง่ายๆ เพราะแขกคนที่ว่าต้องการส่งเธอจนถึงเตียงนอน และเธอก็ไม่ยอมตามใจแขกอย่างเดฟเดวิทอย่างแน่นอน

“คุณคงไม่ยืนคุมฉันทั้งคืนหรอกนะคะ…” คิมเดินออกจากห้องจัดเลี้ยงไปที่ห้องทำงานของหญิงสาว

“ผมอยากทำอย่างนั้นเหมือนคิมแต่คุณคงไม่ยอม…” เดฟเดวิทเดินตามเข้ามาและกระแทกประตูปิดอย่างโมโหไม่แพ้กัน

“ฉันต้องรีบทำงานนี้ให้เร็วที่สุดคุณก็รู้…”

งานคุณจบแล้วที่หรือเป็นหน้าที่ผมกับกาเบรียน…” เขาบอกเสียงแข็งแล้วรวบร่างกลมกลึงไปกอดไว้ทั้งตัว

“โอเคค่ะจบก็จบ…” เดฟเดวิทก้มมองคนในอ้อมแขนอย่างไม่ไว้ใจ

“ง่ายๆ แบบนี้เหรอยาหยี…”

คุณเองก็มีประชุมเรื่องสร้างตึกจีเอ็มโอในคาร์ซาเลมตอนเช้าไม่ใช่เหรอ…”

“กล่อมคุณนอนก่อนไม่ได้เหรอ…” เขาถามเสียงพร่าจูบไซ้พวงแก้มนุ่มไม่ยอมห่าง

เขาหัวเราะในลำคอและจูบราตรีสวัสดิ์บนกลีบปากนุ่ม นานจนใจเธอแทบขาด ปลายลิ้นสากก็ตวัดสอดรัดลิ้นเล็กอย่างหยอกเย้าไม่ยอมห่าง

“ถ้าผมจะอุ้มคุณออกจากวังกลับไปด้วย องครักษ์พี่ชายคุณจะยอมไหมคิม…”

“ไม่ค่ะรับรองได้…ปล่อยนะคะ…”เธอออดอ้อนทั้งแววตาและน้ำเสียง สุดท้ายเดฟเดวิทก็ต้องใจอ่อนยอมกลับไปแต่โดยดี คิมกอดอกยืนมองท้ายรถยุโรปคันใหญ่วิ่งออกไป

เมื่อแน่ใจว่าเดฟเดวิทกลับไปแล้ว ร่างโปร่งระหงก็เดินไปที่ลานจอดรถ ทหารที่ยืนอารักขาอยู่ข้างถนนต่างโค้งคำนับอย่างนอบน้อม

“ท่านหญิงจะไปไหนครับ…”

แต่เสียงหวานใสก็ห้ามไว้

“แต่ท่านนายพลให้ผมสองคนคอยอารักขาท่านหญิงครับ…”

Bình Luận ()

0/255