*** ทักทายวันหยุดคร้า กำลังสนุกคร้า ไปตามกันต่อเลย ***

ท่ามกลางแสงแดดอันร้อนระอุ รถโฟร์วีลสีดำวิ่งไปตามเนินทรายด้วยความเร็วสูง ทิ้งฝุ่นฟุ้งกระจายอยู่ข้างหลัง บรรยากาศภายในแม้จะเย็นฉ่ำด้วยเครื่องปรับอากาศ แต่คนที่นั่งอยู่ข้างในร้อนรุ่มและระวังตัว ตัสนีมนั่งคู่กับคนขับมองเนินทรายเบื้องหน้าและบรรยากาศรอบตัว ฟรีดานั่งทอดมองพื้นทรายสีทองอยู่ด้านหลังเคียงคู่บิดา มือยับย่นกร้านแดดยกขึ้นลูบผมนุ่มสลวยอย่างรักใคร่ ใบหน้าเนียนจึงหันไปยิ้มให้

“พ่อขอโทษที่ทำให้ลูกพลอยลำบากไปด้วย…” ฟรีดาสวมกอดบิดาน้ำตาคลอ รู้สึกสงสารผู้ให้กำเนิดจับใจ บั้นปลายชีวิตเธอหวังจะเห็นบิดาอยู่อย่างสงบ แต่ชีวิตก็มาหักเหเมื่อต้องมาทวงความยุติธรรมให้กับแผ่นดินเกิด

“ลำบากที่ไหนคะ ฟรีดามีความสุขมากที่สุดต่างหากที่ได้มาอยู่เคียงข้างพ่อแบบนี้….” นายพลยัสซินหัวเราะเบาๆ วงแขนโอบกอดบุตรสาวและโยกไปมาเบา

“ถ้าพ่อเป็นอะไรไป ฟรีดาต้องไปอยู่กับนายพลกาเบรียนนะ เพราะมีเขาเท่านั้นที่จะดูแลลูกแทนพ่อได้…” ฟรีดารู้สึกใจหายวาบกับคำสั่งเสียของบิดา

“พ่อจะต้องไม่เป็นไรค่ะ พระผู้เป็นเจ้าต้องคุ้มครองคนดีให้รอดปลอดภัย…” นายพลยัสซินยิ้มบางๆ แววตายับย่นมองหน้าบุตรสาวอย่างอ่อนโยน ก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อยล้ากับการเดินทางมาค่อนชีวิต ตัสนีมมองความผูกพันของสองพ่อลูกผ่านกระจกอย่างซึ้งใจ พอหันไปมองพื้นทรายเบื้องหน้านายทหารหนุ่มถึงกับหน้าเครียดเมื่อเห็นละอองทรายสะท้อนกับแสงแดดเป็นเงาดำ

“ระวังครับมีคนซุ่มอยู่หลังเนินทรายข้างหน้า…” ตัสนีมบอกขณะหยิบมือออกมาเอว ทหารพลขับกำพวกมาลัยแน่น นายพลยัสซินและฟรีดาหยิบอาวุธป้องกันตัวออกมาเตรียมพร้อม

หลังเนินทรายสีส้ม ชาเล็ตลดกล้องส่องทางไกลลงแล้วส่งให้ฟรังซัว ริมฝีปากหนากระตุกยิ้มเมื่อรถเป้าหมายวิ่งเข้ามาใกล้

“เสร็จงานนี้คงได้รางวัลพิเศษจากชีคอาหมัด…” ฟรังซัวบอกนัยน์ตาพราวเมื่อคิดถึงเงินโบนัสที่จะได้รับ เพราะชีคอาหมัดต้องการตัวลูกสาวนายพลยัสซินคนนี้มาก ชาเล็ตกระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างสมใจก่อนจะหันไปมองเครื่องยิงจรวดที่ติดตั้งพร้อมใช้งาน รถของนายพลยัสซินเร่งความเร็วขึ้น เพื่อให้พ้นพื้นที่อันตราย

“ยิง!!...” ขาดคำ เสียงดังเฟรี้ยวแผดก้องแหวกอากาศเข้าหาเป้าหมาย คนในรถถึงกับเบิกตากว้างอย่างตกใจ

“หักซ้าย…” เสียงแหบพร่าของนายพลชราผู้มากด้วยประสบการณ์ด้านการรบตะโกนสั่ง มือโอบร่างบุตรสาวอย่างปกป้อง พลขับหักพวงมาลัยความคำสั่งอย่างรวดเร็ว จรวดจึงพลาดเป้าพุ่งลงบนพื้นทรายเสียงดังสนั่น เม็ดทรายพุ่งสูงขึ้นบนฟ้าสูงเกือบสองเมตร พลขับพยายามบังคับรถอย่างเต็มความสามารถ แต่สุดท้ายรถก็เสียหลักเบี่ยงออกนอกเส้นทาง ล้อหน้าจมพื้นทรายไปเกือบมิด

“ออกจากรถไปหลบหลังโขดหินข้างโอเอซีส…” นายพลยัสซินบอกขณะเปิดประตูอออกจากรถและดึงร่างฟรีดาตามลงไป ตัสนีมและพลขับก็รีบตามลงไปและวิ่งหาที่หลบ ชาเล็ตเห็นเป้าหมายจึงสั่งยิงปืนเข้าใส่ทันที

สิ้นเสียงทั้งเสียงปืนและเสียงระเบิดก็ดังกึกก้องไปทั่วพื้นทราย นายพลยัสซินและตัสนีมก็ยิงโต้ตอบไม่หยุด ฝ่ายคนของชาเล็ตถูกกระสุนของอีกฝ่ายล้มตายไปหลายคน แต่น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟพลขับของนายพลยัสซินก็ถูกกระสุนของฟรังซัวล้มลง

“ตัสนีมรีบพาฟรีดาหนีไปเร็วไม่ต้องห่วงฉัน…” ฟรีดาและตัสนีสมองหน้ายับย่นอย่างตกใจ

ถ้าตายก็ต้องตายด้วยกัน…” ฟรีดากอดร่างบิดาแน่น นายพลยัสซินจับไหล่บางออกห่าง

ไป…รีบไปซะ…” นายพลผลักร่างฟรีดาไปใกล้ตัสนีม ตัสนีมก้มศีรษะรับคำ

ฟรีดาสะบัดมือเต็มแรงแต่ก็สู้แรงตัสนีมไม่ได้ ชาเล็ตและฟรัวซัวเห็นศัตรูตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ

“นายจัดการนายพลยัสซินนะชาเล็ต ฉันจะตามตัสนีมไปเอง…” ฟรังซัวตบบ่าเพื่อนเบาๆ แล้ววิ่งตามตัสนีสและฟรีดาไป

ฟรังซัวยกมือให้เสียงที่ไล่หลังมา ชาเล็ตเปิดกล่องข้างตัวออกและหยิบชิ้นส่วนของปืนสไนเปอร์มาประกอบอย่างคล่องแคล่ว ในขณะที่ลูกน้องคนอื่นๆ

แล้วสูดลมหายใจเข้ายาวๆ เหมือนจะยืดเวลาของลมหายใจไว้ให้นานที่สุด ชาเล็ตเตรียมอาวุธสังหารเสร็จก็สวมถุงมือหยิบกระสุนสังหาร บรรจุและเล็งไปที่เป้าหมายอย่างใจเย็น

นายพลยัสซินหันไปมองแล้วยกตัวขึ้นยิงตอบโต้ ชาเล็ตรอจังหวะนี้อยู่แล้วก็ลั่นไกทันที

สายตาพร่ามัวมองตำแหน่งที่มาของกระสุน ชาเล็ตเดินแบกสไนเปอร์เข้าไปหา สายตามองใบหน้าซีดขาวอย่างสะใจ นายพลยัศซินปรือตามองหน้าชาเล็ตและร่างค่อยๆ ทรุดลงไปกองกับพื้นทราย ลมหายใจสุดท้ายก็ขาดหายไปพร้อมกับสายลมที่พัดหวีดหวิวคล้ายเสียงร้องคร่ำครวญอย่างแสนเสียใจกับการจากไปของนายพลชรา

สายลมประจำถิ่น เคลื่อนย้ายเม็ดทรายไปกลบร่างไร้ลมหายใจของนายพลยัสซินช้าๆ แล้วค่อยๆ กลืนกลบโอบอุ้มร่างนั้นไว้ตราบนิรันดร์

กระสุนเจาะเข้าที่ต้นขาแกร่งล้มลง ฟรีดาตกใจรีบเข้าประคองแล้วพาไปหลบพ้นวิถีกระสุน

ฟรีดามองแผลที่ต้นขาแล้วฉีกชายเสื้อของตัวเอง เพื่อห้ามเลือดที่ไหลออกมาไม่หยุด

ฟรีดาตวัดสายตามองคนสนิทของบิดา น้ำตาที่เคยไหลแห้งสนิท

เราจะสู้จนถึงที่สุด…” สายตาคมโตแข็งกร้าวและมุ่งมั่น ฟรังซัวเห็นฝ่ายตรงข้ามเงียบไปก็ค่อยๆ รุกคืบเข้าไปใกล้ ฟรีดาเห็นก็ยิงสกัดไว้และพยุงร่างตัสนีสวิ่งไป ฟรังซัววิ่งตามและยิงเข้าใส่ ตัสนีส หันกลับไปมองข้างหลัง แล้วก็ผลักร่างฟรีดาพ้นวิถีกระสุน ส่วนตัวเองก็ถูกคมกระสุนเข้าที่ท้องล้มลง ฟรังซัวแสยะยิ้มยิงเข้าใส่ไม่ยั้ง

ตัสนีมมองร่างที่นอนมอบบนพื้นทรายอย่างอาลัย

ฟรีดาร้องตามองเลือดที่ฝ่ามืออย่างหวั่นวิตก ฟรังซัวเดินเข้าไปใกล้ สายตาจับจ้องใบหน้าซีดขาวของหญิงสาว ตัสนีมนอนหายใจรวยรินอยู่ข้างโอเอซีสหันไปมองด้วยตาพร่าเบลอ ก่อนจะรวบรวมกำลังที่เหลือเฮือกสุดท้ายพยุงตัวลุกขึ้น

ฟรีดาลุกขึ้นวิ่งไปหยิบปืนเพื่อจะยิงฟรังซัว แต่ก็ช้าเกินไป

ก็หยิบผ้าสีขาวปิดกึ่งปากกึ่งจมูกของหญิงสาว ตัสนีมมองร่างบอบบางหมดสติในอ้อมแขนของชาเล็ตอย่างเป็นห่วง

Bình Luận ()

0/255