*** ทักทายคร้า ***

เมื่อเครื่องร่อนลงจอดสนิท เดฟเดวิท วินสตันและการ์ดคนอื่นๆ พร้อมอาวุธครบมือก็กระโดดลงจากเครื่อง วิ่งไปดูอาการของตัสนีม

“เป็นไงบ้าง…”

“บาดเจ็บสาหัส…” กาเบรียนบอกขณะมองตามร่างที่ถูกยกขึ้นเครื่อง เพื่อไปส่งที่โรงพยาบาลหลวง เดฟเดวิทมองหน้าคล้ำหม่นของเพื่อนอย่างเห็นใจ “ยูราฟหาร่างของนายพลยัสซินให้เจอ ฉันจะตามไปช่วยฟรีดา…” ยูราฟขยับตัวเตรียมจะค้านเพราะความห่วงใยเจ้าเหนือหัว

“ไม่ต้องห่วง ฉันจะไปช่วยอีกแรง วินสตันเก็บหลักฐานกลับไปให้ดอกเตอร์คิมและอารักขาให้ดี…” วินสตันหันไปสบตายูราฟด้วยแววตากังวลไม่แพ้กัน เพราะทั้งสองไม่เคยห่างตัวเจ้านายสักครั้ง

“รีบไปกันเถอะ…” กาเบรียนบอกอย่างใจร้อนและเดินนำเดฟเดวิทมุ่งหน้าไปยังทิศทางที่ตัสนีมบอก ยูราฟและวินสตันมองตามจนทั้งสองหายเข้าไปในเนินทรายเบื้องหน้า

ท่ามกลางแสงแดดอันร้อนระอุในยามบ่าย เดฟเดวิทและกาเบรียนก็เดินกันอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย จนกระทั่งทั้งสองเข้าเขตหมู่บ้านยาห์ดิ ซึ่งเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ในหุบเขา ผู้คนที่นี่หลีกหนีความวุ่นวายมาใช้ชีวิตอย่างสงบ แต่เบื้องหลังทำงานเป็นสายข่าวตามแนวชายแดน ให้กับคาร์ซาเลมมาหลายชั่วอายุคน

เจดามิน อัสสะมา ชายชราวัยหกสิบปี อดีตนายทหารคนสนิทคู่กายขององค์สุลต่านซาเย็ดเซม หัวหน้าหมู่บ้าน ลาออกจากอาชีพทหารเพราะต้องการมาใช้ชีวิตกับครอบครัวอย่างสงบในปั้นปลายของชีวิต แต่ด้วยความจงรักภักดีที่มีไม่เสื่อมคลายต่อองค์ประมุข ทำให้ฝึกฝนชายฉกรรจ์ในหมู่บ้านทำงานหาข่าวให้กับนายพลกาเบรียนมาตลอด

“ขอพระผู้เป็นเจ้าคุ้มครองท่านนายพล…” ร่างผอมสูงในชุดคลุมสีดำของเจดามินคุกเข่าลง แต่กาเบรียนเข้าไปประคองให้ลุกขึ้นเสียก่อน

“ไม่ต้องมากพิธีหรอกผู้เฒ่าเจดามิน ที่มาวันนี้เรามีเรื่องอยากให้ช่วยและต้องการม้าในการเดินทางเท่านั้น…”

“ข้าเตรียมไว้รอแล้ว ส่วนข้อมูลคงต้องรออีกสักวันสองวัน คนของเรากำลังออกหาข่าว…”

“เรารอไม่ได้ เพราะคนที่ถูกจับตัวไปจะไม่ปลอดภัย…” เจดามินมองร่างสูงสง่าของเดฟเดวิทและยิ้มทักทายเล็กน้อย สีหน้าร้อนใจของนายพลหนุ่มทำให้รู้เลยว่าคนที่ถูกจับตัวไปสำคัญมากแค่ไหน

กองกำลังทหารรับจ้างโยกย้ายที่อยู่ประมาณสองครั้ง แต่แหล่งข่าวไม่สามารถระบุได้ว่าพิกัดอยู่ที่ไหน เพราะการข้ามดินแดนไปหาข่าว ทำได้ยากกว่าเมื่อก่อนเพราะการประท้วงในรัฐ

ถ้าจะโยกย้ายก็คงอยู่ไม่ไกลจากที่เดิมมากนัก เพราะทำเลแถวนั้นเป็นป่าและหุบเขา เหมาะกับการซ่องสุมกำลังมากที่สุด…”

“ข้าก็คิดเช่นนั้นเพราะชาวบ้านเห็นเครื่องบิน บินไปทางนั้นอยู่หลายครั้ง ถ้าได้ข่าวยังไงข้าจะรีบให้คนไปบอก…”

“งั้นเรารีบไปที่นั่นกันเถอะ…” กาเบรียนเร่งขณะเดินไปรับเชือกบังคับม้าและโหนตัวขึ้นไปนั่งบนหลังม้าอย่างสง่าผ่าเผยพร้อมกับเดฟเดวิท

“ขอพระเจ้าคุ้มครองให้ท่านทั้งสองปลอดภัย…” เจดามินกล่าวอวยพร กาเบรียนยิ้มให้กับทุกคนอย่างขอบคุณก่อนจะควบม้านำเดฟเดวิทไปยังทิศทางที่คาดว่าหัวใจจะถูกจับไป

ทำให้ทั้งคนทั้งม้าเหนื่อยล้าไปตามๆ กัน

“ถ้าเป็นอย่างที่เราคิด กองกำลังเถื่อนพวกนั้นคงอยู่ไม่ไกลจากเรามากนัก…” กาเบรียนบอกพลางมองภูเขาที่ทอดยาวไปตามสายน้ำ

“น้ำอุดมสมบูรณ์ขนาดนี้ คนน่าจะเข้ามาอยู่มากกว่าโจรชั่วพวกนั้น…”

ชีคอาหมัดประกาศเป็นเขตหวงห้าม ทำให้ไม่มีใครกล้าเข้ามาอาศัย

และผูกม้ากับต้นปาล์มใกล้แอ่งน้ำเพื่อมันจะได้ดื่มกินแก้กระหาย กาเบรียนก็โหนตัวลงตามมาและผูกม้าห่างออกไปไม่ไกล แสงจ้าของดวงอาทิตย์เริ่มอ่อนลงแต่ไอความร้อนยังคงแผ่กระจายไปทั่วพื้นทรายเวิ้งว้าง แรงลมฮาร์มัตตานยังคงพัดวูบไหวหอบละอองทรายเข้ามาปะทะกายแกร่ง ร่างสูงใหญ่แต่งกายรัดกุมของคนทั้งสองเดิน ไปนั่งริมบ่อน้ำเพื่อชำระคลาบไคล

ไม่นานอินทรีย์ตัวใหญ่ก็โผบินมาแต่ไกล ดวงตาคมกริบของนายพลหนุ่มทอประกายยินดี ลำแขนขวายื่นไปด้านหน้า

คล้ายบอกเล่าเรื่องราวที่พบเจอให้เจ้าชีวิตฟัง รอยยิ้มบางๆ

เจ้าคาร์ซานส่งเสียงร้องตอบเพื่อบอกย้ำเจ้าชีวิตให้วางใจในตัวของมัน

“ได้เรื่องแล้วใช่ไหม…”

มีกองกำลังเถื่อนห่างจากจุดที่เราอยู่ไม่ไกล แต่เราต้องเดินเท้าเข้าไป เพราะเสียงฝีเท้าของม้าจะทำให้มันรู้ตัว…”

เมื่อล้างหน้าล้างตาให้สดชื่นขึ้นมาบ้างแล้ว เดฟเดวิทและกาเบรียนก็แยกย้ายกันสำรวจรอบบริเวณ จนกระทั่งม่านมืดดำของรัตติกาลเคลือบคลานเข้ามาแทนที่แสงแห่งสุริยา

เสียงฝีเท้าของคนกลุ่มใหญ่ที่เดินอยู่เบื้องหน้า ทำให้เดฟเดวิทและกาเบรียนซึ่งอยู่คนละฟากฝั่งมองกลุ่มชายฉกรรจ์แต่งกายคล้ายทหารเดินสำรวจอยู่โดยรอบ เดฟเดวิทย่องเข้าไปหลบหลังพุ่มไม้ สายตาคมมองเงาดำที่เคลื่อนไหวอยู่ตรงหน้าตาไม่กะพริบ

เสียงภาษาอังกฤษดังขึ้นอย่างชัดเจน เดฟเดวิทเพ่งมองคนพูดเขม็ง

“มีรอยรองเท้าขนาดใหญ่สองขนาด เดินแยกไปคนละฝากครับ…”

Bình Luận ()

0/255