*** ทักทายคร้า ***

ท่ามกลางหมู่ดาวระยิบระยับที่พร่างพราวอยู่บนฟ้า กระโจมและบ้านเรือนที่ทำอย่างง่ายๆ ปลูกเรียงรายอยู่ภายในหุบเขาสูง ด้านท้ายหมู่บ้านติดกับแอ่งน้ำธรรมชาติ พืชพรรณและต้นไม้น้อยใหญ่ต่างขึ้นเขียวขจี ผิดกับรรยากาศอีกฟากเขาที่แห้งแล้งและกันดาร แม้เวลาจะล่วงเลยมาเกือบค่อนคืน หากกระโจมหลังใหญ่ยังคงเปิดไฟสว่างจ้า เพราะเจ้าของยังคงนั่งอ่านรายละเอียดการประมูลบ่อน้ำมันอย่างสนใจ จนกระทั่งมีคนเดินเข้ามา สายตายับย่นของประธานธิบดีจาซิเยฟจึงละจากเอกสารไปมองคนมาใหม่

“หวัดดีครับท่านลุง…” ชีคอาหมัดในชุดกาลาไบยาสีดำโค้งคำนับลุงแท้ๆ อย่างเคารพ จาซิเยฟยิ้มให้แล้วเดินเข้าไปสวมกอดชีคหนุ่มอย่างรักใคร่

“อาหมัดหลานลุง ทำไมถึงมาดึกแบบนี้ล่ะ หรือเจ้าใจร้อนเรื่องผู้หญิงคนนั้น…” จาซิเยฟคลายวงแขนออกและสบตาหลานชายอย่างล้อเลียน

“หลานจะมารับฟรีดากลับไปที่ดาลัสกัสครับ…” จาซิเยฟหัวเราะเบาๆ

“เจ้านี่ใจร้อนเหมือนกับลุงสมัยหนุ่มๆ…” มือยับย่นตบลงบนบ่ากว้างอย่างสัพยอก “เรื่องงานไปถึงไหนแล้วล่ะอาหมัด…”

“หมดเสี้ยนหนามอย่างนายพลยัสซินไปแล้ว งานประมูลคงไม่มีปัญหาครับท่านลุง…”

“อย่าชะล่าใจไปอาหมัด พลังมวลชนยังมีอยู่ ถ้าพวกมันรวมตัวกันต่อต้านการประมูล งานเราจะไม่สำเร็จ…”

“เรื่องนั้นข้าเตรียมทหารไว้แล้ว ถ้าพวกมันออกมาเคลื่อนไหวเมื่อไหร่ หลานจะใช้มาตรการรุนแรงทันที โดยไม่หวั่นว่าคนข้างนอกจะมองยังไง…” จาซิเยฟมองแววตามุ่งมั่นของหลานชาย ที่เขากับเอสเซ้นโกเลี้ยงมาอย่างภาคภูมิใจ

“ดีมาก คิดการใหญ่อย่าหวั่นไหวกับเรื่องเล็กน้อย…” จาซิเยฟยิ้มให้แล้วมองไปที่ประตูทางเข้า เมื่อชาเล็ตพาร่างบอบบางของฟรีดาเข้ามา พอเห็นหน้าเจ้าของกระโจม ดวงตาคมโตเบิกกว้างอย่างตกใจและคาดไม่ถึง

“ประธานาธิบดีจาซิเยฟ…ชีคอาหมัด…” ฟรีดาพึมพำในลำคอเบาๆ เพียงเวลาไม่นานดวงตาคมโตเปลี่ยนเป็นลุกวาวขึ้นเมื่อรู้คนที่พรากชีวิตบิดาไปจากเธอ

“ชีคสั่งฆ่าพ่อฉันใช่ไหม…” ชีคอาหมัดขยับเข้าไปใกล้ ฟรีดาถอยร่นไปข้างหลังสายตามองชีคหนุ่มอย่างเครียดแค้น

“ฉันเองก็ไม่อยากทำหรอกนะฟรีดา แต่พ่อของเธอตั้งตัวเป็นศัตรูกับฉันก่อน ฉันก็เลยต้องทำแบบนี้…”

“สารเลว ชีคร่วมมือกับคนอื่นขายสมบัติของชาติ ชาวเมืองลำบากมากแค่ไหนชีครู้บ้างหรือเปล่า…” ฟรีดาตวัดสายตาไปมองจาซิเยฟแล้วหันไปมองชีคอาหมัด

“คนอื่นลำบากก็ช่างหัวมันสิ แต่ฉันจะเลี้ยงดูเธอให้มีความสุขที่สุด…” ฟรีดาถึงกับหน้าซีดเผือดอย่างตกใจ

“หมายความว่ายังไง…”

“เธอจะต้องแต่งงานกับฉันน่ะสิ เมื่อเราสองคนแต่งงานกันชาวเมืองอาจจะเกลียดฉันน้อยลง เพราะเธอเป็นเหมือนตัวแทนของนายพลยัสซินที่พวกมันรักนักรักหนาไงละ…” อาหมัดกระตุกยิ้มคว้าข้อมือบางแล้วกระชากเข้าหาตัว

“คิดจะใช้ฉันเป็นโล่นะเหรอ…ฝันไปเถอะ…” ฟรีดามองหน้าอาหมัดอย่างเย้ยหยันทั้งแววตาและน้ำเสียง

กลิ่นหอมอ่อนๆ ลอยเข้าไปในจมูกจนชีคหนุ่มต้องสูดดมเข้าจนเต็มปอด ฟรีดาดิ้นรนออกจากวงแขนอย่างขยะแขยงแต่ก็ไม่สำเร็จ

เพราะการได้มาซึ่งอำนาจที่ผิด จะก่อเกิดแรงศรัทธาได้ยังไง”

“ฉันก็ขึ้นมาอยู่เหนือทุกคนได้ไม่ใช่เหรอ…” จาซิเยฟบอกอย่างใจเย็นและไม่ถือสา

“แต่ตอนนี้อำนาจของท่านก็เริ่มสั่นคลอนแล้ว…ฉันพูดถูกไหมคะ…”

และมั่นใจในสิ่งที่ทำว่าเส้นชัยอยู่ไม่ไกลเกินฝัน ฟรีดาสบสายตาเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมอย่างไม่สบายใจ เธอได้แต่ภาวนาของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ปกป้องผืนทรายแห่งนี้ ดลให้ชาวเมืองที่ต่อสู้เพื่อชาติรอดปลอดภัยจากภัยร้าย แต่สำหรับเธอแล้ว

“มีเรื่องด่วนครับชีค…” เสียงรายงานของฟรังซัวดังอยู่หน้ากระโจม ชาเล็ตเดินไปเปิดม่านผ้าที่ใช้แทนประตูให้เข้ามา

“มีเรื่องอะไรฟรังซ์…” ชีคอาหมัดเดินเข้าไปหา รู้สึกสังหรณ์ใจจะเกิดเรื่องภายในรัฐ

มือเรียวสวยกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกลงบนฝ่ามือนุ่มเลือดไหลซึมออกมา สายตาคมโตเหลือบมองมีดทรงโค้งคล้ายเดือนเสี้ยวเหน็บอยู่กับเข็มขัดหนัง ตัวด้ามนั้นแกะสลักลวดลายปลอกสีทองเหลืองอร่ามงดงามสมฐานะ คุณหมอสาวตัดสินใจวิ่งเข้าไปคว้ามีดด้ามสวย

ชีคอาหมัดร้องเสียงหลงและสะบัดท่อนแขนกระแทกร่างบอบบางเต็มแรง ฟรีดาเซไปชนโต๊ะไม้จนจุกและรูดลงไปกองอยู่บนพรมเปอร์เซียนุ่ม

“ฉันไม่ตายแต่จะทำให้เธอตายทั้งเป็นฟรีดา…” ฟรีดาหน้าซีดเผือดดิ้นหนีสุดกำลัง “จับตัวไว้แล้วตามหาตัวคนปล่อยข่าวเรื่องนายพลยัสซินด้วย…” ชีคอาหมัดเหวี่ยงร่างหญิงสาวไปให้ชาเล็ต

ดอกเตอร์คิมไปหาหลักฐานในที่เกิดเหตุ และหาศพนายพลยัสซินจนเจอ ตอนนี้ถูกนำไปทำพิธีทางศาสนาในสุสานหลวงคาร์ซาเลมแล้วครับ…”

ก็ถูกเธอคนนี้สืบสาวจนทำเอาปั่นป่วนกันไปหลายวัน

“อย่าทำอะไรเธอนะ…” ชีคอาหมัดตวัดสายตาไปมอง แล้วเดินไปจับปลายครางหญิงสาวบีบแรงๆ จนน้ำตาไหลอาบแก้ม

“เอาตัวให้รอดจากฉันไปก่อนเถอะแล้วค่อยห่วงคนอื่น…” ชีคอาหมัดบอกเสียงรอดไรฟันอย่างน่ากลัว “ชาเล็ตพาเธอไปที่เครื่อง…”

“ไม่ทำแผลก่อนเหรออาหมัด…”

ชีคอาหมัดแสยะยิ้มเตรียมแผนเอาคืนกาเบรียนไว้เรียบร้อยแล้ว

เสียงเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ดังสะท้อนกับเนินทรายสูง ทำให้เดฟเดวิทและกาเบรียนมองแสงสีแดงกะพริบเหนือศีรษะ ก่อนจะวิ่งหาที่ซ่อนตัวจากสายตาคนบนเครื่อง

“เครื่องมิลเอ็มไอ…” กาเบรียนมองเครื่องที่บินหายไปในความมืด “เครื่องประจำตัวชีคอาหมัดนี่นา…”

รู้สึกแปลกใจไม่ต่างกัน เมื่อเสียงฮอร์ฯ ห่างออกไปไกลเสียงรถก็ดังตามมา กาเบรียนและเดฟเดวิทหมอบลงหลังเนินทราย สายตาคมของทั้งสองหนุ่มมองรถมุ่งหน้าไปทางชายแดนที่เชื่อมต่อกับคาร์ซาเลม

“ฟรังซัว…” กาเบรียนบอกอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง ก่อนจะยื่นกล้องไปให้เดฟเดวิท มือหนารับไปแล้วมองคนในรถที่วิ่งผ่านไป

ชาเล็ตเป็นคนสนิทของจาซิเยฟทำไมมาขับรถเล่นแถวนี้ ทั้งๆ ที่จาซิเยฟเดินทางไปเยือนสหรัฐแล้ว…”

“แสดงว่าพวกมันมีภารกิจสำคัญที่นี่ มากกว่าการเยือนประเทศมหาอำนาจ…”

เดฟเดวิทและกาเบรียนใช้ความมืดของราตรี

พลางย่องไปด้านหลังชายฉกรรจ์คนหนึ่ง แล้วจับศีรษะบิดเต็มแรงจนคอหมุนได้รอบ เดฟเดวิทแยกไปอีกทางและจัดการเวรยามอย่างเงียบกริบ แต่ความเงียบรอบบริเวณทำให้จาซิเยฟรู้สึกผิดปกติจึงเดินออกมาดู เป็นจังหวะที่เดฟเดวิทจัดการทหารยามคนสุดท้ายเสร็จก็หันไปมอง จาซิเยฟถึงกับผละอย่างคาดไม่ถึง รีบผลุบหายเข้าไปในกระโจมและยิงปืนขึ้นฟ้าหนึ่งนัด

ชาเล็ตและการ์ดอีกสิบคน พากันวิ่งเข้าไปในกระโจมเพื่ออารักขาเจ้านาย ชาเล็ตใช้มีดกรีดกระโจมด้านหลังจนขาดและพาจาซิเยฟออกไปขึ้นฮอร์ฯ

กาเบรียนหันไปสบตาคนพูดอย่างแปลกใจ “ฉันมั่นใจว่าใช่แน่นอน…” เดฟเดวิทยืนยันและกวาดมองกองกำลัง

“เหนือความคาดหมายจริงๆ ว่ะให้ตายสิ…” กาเบรียนสยบออกมา พลางยิงเอ็มสิบหกที่เก็บได้จากศพเข้าใส่กลุ่มคนที่วิ่งเข้ามาหา

“เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนเถอะ นายไปตามหาคุณฟรีดาก่อนดีกว่า ส่วนฉันจะล่อมันไปอีกทาง…”

กาเบรียนแม้จะสงสัยแต่ก็ไม่มีเวลาถาม

จับตัวมันมาให้ได้เร็ว…” ชายฉกรรจ์วิ่งตามเดฟเดวิทไปและกราดยิงเข้าใส่ไม่หยุด ร่างสูงกระโดดลงไปในหลุมทรายและยิงโต้ตอบ ลูกน้องจาซิเยฟล้มตายราวใบไม้ร่วง

Bình Luận ()

0/255