*** ทักทายคร้า ***

รอบบริเวณวิลล่าหลังงามรูปทรงกลมของประธานธิบดีจาซิเยฟ หลอดไฟตามจุดต่างๆ ยังคงเปิดสว่างอยู่รอบบริเวณ ตั้งแต่มีการลอบสังหารผู้นำประเทศในวันแรกที่รับตำแหน่ง เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ต่างก็ระมัดระวังมากขึ้น เวรยามและบอดีการ์ดเดินตรวจตราอยู่รอบๆ และดูจะหนาตากว่าเป็นพิเศษ

ในขณะที่การตราตรวจเป็นไปอย่างเข้มงวด ก็มีเงาดำแอบอยู่ข้างกำแพง รูปร่างผอมสูงมีหมวกแก๊ปปิดบังใบหน้าไว้ แสงสว่างจากไฟหน้ารถที่วิ่งมาใกล้ประตูใหญ่ส่องกระจกผนัง ก่อนที่คนในรถจะมองเห็น ใบหน้ามอมแมมไปด้วยคราบสกปรกก็หลบวูบลงไปแอบในพุ่มไม้ รถแวนด์คันใหญ่วิ่งเข้าไปจอดหน้าประตูไม่นานประธานาธิบดีจาซิเยฟก็ก้าวลงจากรถเข้าไปข้างใน โดยมีผู้ติดตามอย่างใกล้ชิด

“ไม่ใช่ชาเล็ตนี่นา…” นีโอพึมพำเบาๆ อย่างผิดหวัง ในขณะที่กำลังมองการเคลื่อนไหวของคนข้างใน แอชลีย์และวินสตันซึ่งซ่อนตัวอยู่ด้านหลังนีโอ ต่างเพ่งมองการกระทำของอดีตผู้จัดการฝ่ายการทดสอบอาวุธของจีเอ็มโออย่างตื่นเต้น

หลังจากหลบซ่อนตัวจากการตามล่าของเหล่าบอดี้การ์ดมาได้หลายครั้ง ผู้ที่กุมเรื่องราวการโจรกรรมปืนสไนเปอร์ จีเอ็มแท็ค-ทูร์ อย่างนีโอก็ปลอมตัวเป็นขอทานหรือคนเก็บขยะ มาดูลาดเลาหน้าวิลล่าหลายครั้ง เพื่อหาโอกาสพบกับชาเล็ตและวันนี้ก็เช่นกัน ความลำบากทำให้นีโอตัดสินมาที่นี่อีกครั้ง เพื่อขอความช่วยเหลือ

“นายเห็นเหมือนที่ฉันเห็นใช่ไหมวินสตัน…” แอชลีย์มองด้านหลังของนีโออย่างมั่นใจว่าใช่คนที่กำลังตามหา “ซ่อนตัวอยู่ได้เป็นนานสองนาน สุดท้ายก็ออกมาจนได้…”

“จัดการนีโอก่อนแล้วเราค่อยเข้าไปข้างในมั้ยครับคุณแอชลีย์…”

“ฉันคนเดียววินสตัน ส่วนนายก็จัดการลากคอนีโอไปรอฉันที่เซฟเฮาส์…”

“แต่มันเสี่ยงเกินไปนะครับ…” แอชลีย์วางมือบนไหล่บอดีการ์ดหนุ่มที่เป็นทั้งพี่เลี้ยงและลูกน้องคนสนิทของอาหนุ่ม

“สองชั่วโมงถ้ายังไม่เห็นหน้าฉันโผไปที่เซฟเฮ้าส์ นายก็บอกลานางแบบสันติภาพให้ด้วยก็แล้วกัน บอกเธอว่าฉันสนใจเธอ…” วินสตันขยับจะถามต่อแต่ร่างสูงก็วิ่งไปอีกด้านอย่างรวดเร็ว

เมื่อร่างสูงเพรียวของแอชลีย์หายเข้าไปในวิลล่า วินสตันก็หันไปให้ความสนใจกับงานของตัวเอง สายตานิ่งลึกมองแผ่นหลังผอมบางที่หลบอยู่ข้างหน้า ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้อย่างเงียบกริบสมกับเป็นมืออาชีพ

แสงสลัวของดวงไฟส่องใบหน้าเจ้าของมือเป็นเงาลางๆ ทำเอานีโอหัวใจหยุดเต้น ดวงตาเบิกกว้างอย่างตกใจ

เครื่องมือขนาดจิ๋วเท่านามบัตรและการทำงานชั้นเลิศด้วยเทคโนโลยี

ไม่นานประตูห้องอาบน้ำเปิดออก ตามมาด้วยร่างสูงใหญ่ออกไปทางเจ้าเนื้อนิดๆ เดินออกมา

กริ่ง…กริ่ง…เสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะ เรียกความสนใจของเจ้าของห้องให้เดินไปหยิบขึ้นมาแนบหูและเอ่ยทักทายออกไป

“หวัดดีครับท่าน…” ประธานาธิบดีเอ่ยทักทายคนปลายสาย ขณะเดินไปหยุดยืนหน้ากระจกบานใหญ่และเอียงใบหน้าไปมาเพื่อดูโครงหน้าของตัวเองในกระจก

“เหตุการณ์ที่เบอร์ลินเป็นยังไงบ้าง…”

“เรียบร้อยครับไม่มีใครสงสัยด้วยซ้ำ…” คนหน้ากระจกตอบด้วยน้ำเสียงมั่นใจ แอชลีย์กดเครื่องบันทึกเสียงและกล้องขนาดเล็กเริ่มบันทึกเหตุการณ์ภายในห้องไปเรื่อยๆ

นายต้องระวังคำพูดให้ดีอย่าให้ใครจับได้เด็ดขาด…” ประธานาธิบดีจาซิเยฟเบ้ปากและรับคำอย่างเลี่ยงไม่ได้

แล้วยกมือลูบใบหน้าตัวเองไปมาแล้วค่อยๆ ลอกแผ่นหนังบนใบหน้าออกช้าๆ แอชลีย์แอบมองด้วยใจเต้นระทึกเมื่อใบหน้าที่เห็นตามสื่ออยู่ทุกๆ วันเปลี่ยนไปเป็นชายชราอีกคนที่เขาเองไม่รู้จัก…เป็นอย่างที่อาเดฟบอกจริงๆด้วย

เจ้าของห้องก็มองตัวเองในกระจกและยกยิ้มอย่างพอใจที่ได้เห็นใบหน้าจริงๆ ของตัวเอง แต่จู่ๆ

เจ้าของห้องถามเสียงเข้มและเบี่ยงตัวหลบมีดสั้นที่ซัดออกมา แอชลีย์วิ่งไปที่ประตู เจ้าของห้องกดล็อกด้วยรีโมทคอนโทรล แอชลีย์จึงหันไปเหวี่ยงเท้าเข้าใส่ จนร่างเจ้าของห้องเซไปกระแทกกับผนังห้อง เสียงสัญญาณดังขึ้นรอบตัวบ้าน เพื่อบอกให้รู้ว่ามีคนบุกรุกเข้ามาในเขตหวงห้าม แอชลีย์สวนหมัดเข้าปลายคางเจ้าของห้อง ล้มลงไปนอนนับดาวอยู่บนพื้น ก่อนที่การ์ดจนเปิดประตูเข้าไปในห้องไม่ถึงวินาที

พอเท้าแตะพื้นแอชลีย์วิ่งหลบลูกกระสุนไปทางด้านหลัง

ในขณะที่การ์ดสามคนเดินตรงมาใกล้พุ่มไม้ที่ซ่อนตัว แอชลีย์กวาดสายตามองหาทางหนีทีไล่ให้กับตัวเอง ก่อนที่ทุกอย่างจะเลวร้ายลงไป ก็มีกระสุนปริศนากราดยิงการ์ดและยามรักษาการชนิดไม่หายใจหายคอ แอชลีย์เงยหน้าขึ้นไปมองบนขอบกำแพง

ตะโกนบอก แอชลีย์ชะงักและหันไปมองคนที่ยื่นมือเข้ามาช่วย

แอชลีย์กระโดดขึ้นรถที่วิ่งมารับ ทาร์คอฟขยับเข้าไปข้างในเพื่อให้คนมาใหม่นั่งสบายขึ้น

“พวกมันตามมาแล้วทาร์คอฟ…” ลูกน้องทาร์คอฟที่นั่งอยู่เบาะหน้ามองกระจกข้าง ทาร์คอฟและแอชลีย์หันไปมองในขณะที่รถเร่งความเร็วขึ้น

“คุณแอชลีย์ลงไปก่อน ผมกับพวกจะล่อมันไปอีกทาง…”

Bình Luận ()

0/255