บทที่ 11 ปราบกบฏ (1)

“เรื่องนี้เกี่ยวอันใดกับท่าน”

ทันทีที่เพลงจบลงลั่วเหยียนเจิ้งก็ใช้วิชาตัวเบาพุ่งเข้ามาแทรกกลางระหว่างเยี่ยเฟิงด้วยสีหน้าหงุดหงิด คิดไว้ไม่มีผิดจอมยุทธ์ผู้คุณธรรมคิดจะช่วยเหลือสตรีแต่กลับไม่ชายตามองเขาแม้แต่น้อย “เอ่อ...แม่นางข้าขออภัยที่ทำให้โกรธเคือง ข้าขอตัวก่อน” เยี่ยเฟิงบอกกล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้มโอบอ้อมอารี ก่อนจะรีบผละออกไปเมื่อรู้ว่าตนเป็นฝ่ายผิด

“ท่านไม่น่ารีบมาเลย” หลิ่วเหวินอี้บอกเสียงเสียดายเมื่อครู่นี้แทบจะรู้อยู่แล้วว่าเยี่ยเฟิงเป็นใครกันแน่ หากได้สนทนาเพิ่มอีกสักนิดน่าจะรู้ ทว่าสายตาเย็นเฉียบที่ส่งมาทำให้หันไปมองอีกครั้ง

“ข้าพูดอะไรผิดหรือ?”

หลิ่วเหวินอี้เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแปลกใจ ดวงตาเรียวสวยจับจ้องอย่างไม่เข้าใจทำให้คนโมโหหงุดหงิดอย่างไม่รู้สาเหตุอยากโดดแม่น้ำฆ่าตัวตายซะเดี๋ยวนั้นเลย

“ไม่ เจ้าไม่ผิดอะไรทั้งนั้น เจิ้นผิดเอง”

ลั่วเหยียนเจิ้งตอบกลับอย่างปลงตก จ้องมองคนเย็นชาไร้หัวใจแล้วรู้สึกเศร้า

หลิ่วเหวินอี้มองคนหางลู่หูลู่อย่างไม่ใส่ใจ ความจริงเขารู้ดีว่าลั่วเหยียนเจิ้งต้องการอะไร เพียงแต่ตอนนี้เขาไม่ได้รู้สึกหึงหวงอย่างที่อีกฝ่ายต้องการ การที่จะชอบใครสักคนใช่ว่าจูบเดียวจะรักได้เลย

สิ่งสำคัญที่สุดเขายังอยากรักษาเอกราชตัวเองเอาไว้!

เพล้ง!

ณ ตำหนักหลิ่งเห้อทางฝั่งตะวันตก เวลานี้องค์ชายเก้าผู้ที่ทำตัวปลีกวิเวกไม่ยุ่งเกี่ยวกับผู้ใดเพียงแค่ร่วมงานเป็นบางครั้ง

คนผู้นี้ร้อยพิษไม่กล้ำกลายซ้ำร้ายยังรักษาได้ทุกสารพัดพิษอย่างน่ากลัว วรยุทธ์สูงล้ำจนไม่มีผู้ใดกล้าต่อกร เขาจึงทำเป็นเสือหลับใหลไม่เคลื่อนไหว ปล่อยให้มังกรวางใจและไม่ระหวาดระแวง ทุกอย่างควรจะเป็นไปตามที่วางแผนเอาไว้

“ฝ่าบาทอย่าเพิ่งวู่วาม พระวรกายของฮ่องเต้นั้นไม่ดีมาตั้งแต่เด็ก พิษไร้ลักษณ์อาจซึมเข้ากระแสโลหิตได้ แม้จะมีหมอเทวดาอยู่เคียงข้างแต่พิษชนิดนี้ก็นับว่าร้ายกาจอีกทั้งยังมีพิษหนอนแดงที่หลับใหลอยู่ในพิษไร้ลักษณ์พวกมันอาจจะยังไม่เจอ

เงาร่างบอบบางอยู่ด้านหลังผ้าม่านเอ่ยเตือนเสียงเรียบ ทำให้เจ้าของห้องหันไปมองอย่างขัดใจได้แต่เม้มปากแน่นมากขึ้นเมื่อไม่อาจโต้เถียงคนที่อยู่เบื้องหน้าตนได้

Bình Luận ()

0/255