บทที่ 11 ปราบกบฏ (9)

ทว่าผู้เป็นฮ่องเต้กลับปล่อยไอเย็นเยือกไปทั่ว กระบี่หยกขาวเกรี้ยวกราดแยกเป็นร้อยสายพุ่งติดตามศัตรูและฟาดฟันดุจใบไม้ร่วง กระบี่สวรรค์ยามนี้กลับถูกชโลมไปด้วยความโกรธทำให้อานุภาพรุนแรงกว่าครั้งไหน

อ๊ากกก

เสียงกรีดร้องท่ามกลางความมืดก่อนจะเงียบหายไป เหลือเพียงความเงียบงัน ลั่วเหยียนเจิ้งพุ่งกายเข้ามาหาร่างโปร่งสองมือสั่นระริกด้วยความกลัว

อึก!

ใบหน้างดงามซีดเผือดพร้อมกระอักโลหิตออกมาอีกครั้ง ลั่วเหยียนเจิ้งรับร่างที่ล้มลงได้อย่างหวุดหวิด เวลานี้หลิ่วเหวินอี้ดูบอบบางจนแทบสลายไปต่อหน้า

“อี้เอ๋อร์”

หัวใจหนักอึ้งและรู้สึกว่างเปล่าไปหมด เขาสูญเสียมามากแต่เวลานี้หัวใจที่เย็นชากลับเจ็บปวดแทบทนไม่ได้

“แฮ่กๆๆ ให้ตายสิ

ไม่สิ ลู่เฟยไม่ได้มาช้าเพราะพลังเทพก็มี

“หนอนพิษแดงอีกแล้ว! ไม่สินี่มันหนักกว่าเจี่ยงฉางอีกเพราะยังมีโลหิตกลืนกินที่แฝงไว้ในร่างกายด้วย”

“หมายความว่าไง”

เมื่อมองไปเห็นลู่เฟยที่ยืนสงบนิ่งยิ่งทำให้เข้าใจว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร แต่นี่เล่นแรงไปไหม เขายกมือลูบศรีษะเบาๆ

“ก็เจอพิษเดียวกับเจี่ยงฉางแล้วก็พิษโลหิตกลืนกินซึ่งมันกินโลหิตและลมปราณของเหวินอี้เป็นอาหาร” เมื่อได้ยินเช่นนั้นลั่วเหยียนเจิ้งกำมือตัวเองแน่น ดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธแค้น เมื่อก้มมองคนในอ้อมแขนความโกรธจึงจางลงบ้าง

หลิ่วเหวินอี้รู้สึกใจหายเป็นครั้งแรก แม้จะคุ้นเคยชื่อพิษนี้ดีแต่หัวใจกลับสงบกว่าที่คิดไว้ การตายของเขาไม่ได้สำคัญอะไร ชาติที่แล้วเจอเพื่อนรักทรยศหักหลัง มาชาตินี้กลับเป็นมารดาที่สังหารตัวเอง เขาหัวเราะออกมาอย่างขำขัน

“อี้เอ๋อร์เจ้าต้องปลอดภัย” ลั่วเหยียนเจิ้งรู้สึกร้อนรนเวลานี้คนในอ้อมกอดยังมีอารมณ์มาขำแต่ว่าหัวใจเขากลับรู้สึกเหน็บหนาวไปหมด

“ชงหยวนเจ้ารักษาได้หรือไม่”

คำถามที่กดดันมาทำให้จิวชงหยวนถอนหายใจอย่างหนักอก

หากใช้เวลาเพิ่มขึ้นเขาอาจหาทางแก้ไขได้ และมีอีกหนทางหนึ่งที่แก้ไขได้อย่างหมดจดคือยาอายุวัฒนะที่เหลือเพียงสองเม็ด

Bình Luận ()

0/255