เล่ห์ร้ายจอมราชันย์ เล่ม 2

บทที่ 13 บัวหยกน้ำค้างพันปี (1)

บทที่ 13 บัวหยกน้ำค้างพันปี (1)

มีชีวิตโดดเดี่ยวเช่นเดียวกับตนเอง คนที่ใครต่อใครเรียกว่าขยะไร้ค่า แต่กลับมีค่าเหนือกว่าผู้ใด หากหัวใจไม่ได้มีความรักที่ซื่อสัตย์ต่อเทพสวรรค์เขาคงรักคนตรงหน้าที่มีแรงดึงดูดไม่ต่างจากฝู่ซานจิตวิญญาณที่อ่อนโยนและเย็นเยือกคล้ายกันนั้นเป็นสิ่งดึงดูดใจตั้งแต่แรกเห็น

“เหวินอี้ข้าขอโทษที่ไม่ได้บอกความจริงเรื่องมารดาของเจ้า สตรีผู้นั้นไม่เหมาะสมจะเป็นมารดาของเจ้าที่ข้าไม่บอกเจ้าเพราะนางขายจิตวิญญาณให้กับปีศาจไปแล้ว ต่อให้ยืนอยู่ตรงหน้านางก็ยังไร้ความรู้สึกหากเจ้าไม่รับรู้เรื่องนี้ในวันหนึ่งเจ้าจะได้สังหารนางอย่างไม่รู้สึกผิด แต่ข้าคิดผิดตั้งแต่แรกทำไมเจ้าถึงพิเศษกว่าผู้ใด ทำไมเจ้าถึงจดจำนางได้”

ฟางเทียนฟงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า ความรู้สึกนี้เหมือนกับคนสำคัญกำลังหายไปอีกครั้ง ความทรงจำที่เขาดึงมาได้แม้เพียงน้อยนิดแต่ก็สามารถคาดเดาไปได้ หากในเวลาปกติเขาคงไม่สามารถดูความทรงจำของหลิ่วเหวินอี้ได้แน่

ดวงตาเรียวเงยหน้าขึ้นจากร่างที่นอนนิ่งเหม่อมองออกยังนอกหน้าต่าง ความมืดยามราตรีในค่ำคืนนี้ให้ความรู้สึกเหงาหว่าเหว่เหลือเกิน อาจเป็นค่ำคืนแห่งการลาจากของเขา บัวหยกน้ำค้างพันปีที่หล่อหลอมกับโลหิตคนที่รักอีกทั้งรวมเป็นหนึ่งของตบะนับพันปีของตนเอง

หากไม่มีมันเขาก็เป็นเพียงจิ้งจอกขาวธรรมดาตัวหนึ่งเท่านั้น และไร้ซึ่งสติปัญญาพร้อมความทรงจำใดๆ ทั้งสิ้น แต่คงเป็นทางเลือกที่ดีเพราะตอนนี้เขาเหนื่อยเหลือเกิน

พลันนั้นฟ้าที่มืดมิดเหนือน่านฟ้าของแคว้นลั่วหยางกลับเกิดปรากฏการณ์อันแปลกประหลาด ท้องฟ้าเกิดเป็นสีขาวสว่างจ้าไปทั่วทุกหนทุกแห่งกาลเวลาคล้ายจะหยุดนิ่ง มีเพียงร่างโปร่งสีขาวเท่านั้นที่ขยับเคลื่อนไหวกระอักสำรอกสิ่งสำคัญออกจากหัวใจ

จากนั้นที่เบื้องหน้าของฟางเทียนฟงปรากฏหยกสีเขียวมรกตเป็นรูปหยดน้ำเรืองแสงสีเขียวอ่อนออกมาสว่างไปทั่วห้อง เผยให้เห็นใบหน้าซีดเผือดของผู้เป็นเจ้าของได้อย่างชัดเจน

“เหวินอี้จงมีชีวิตอยู่เพื่อคนที่รักเจ้า อย่าให้ความช่วยเหลือของข้าสูญเปล่า

น้ำเสียงอ่อนล้าเอ่ยบอกเสียงสั่นพร่า หยาดน้ำตาไหลรินหยดลงบนใบหน้างดงามของผู้ไร้สติ

ฟางเทียนฟงตวัดมือนำบัวหยกน้ำค้างพันปีที่หล่อหลอมกับตบะของตนเองใส่ลงปากของหลิ่วเหวินอี้ด้วยรอยยิ้มบาง ไม่มีความเสียใจอยู่บนใบหน้า พลันนั้นร่างที่นอนนิ่งเหมือนผักปลาเปล่งแสงสีเขียวอ่อนทั่วทั้งร่างพิษมารโลหิตกลืนกินดิ้นพล่านก่อนจะหายไปอย่างไร้ร่อยรอย

ฟางเทียนฟงมองผลลัพธ์ที่ได้อย่างพึงพอใจ ร่างโปร่งลุกขึ้นโซเซอย่างอ่อนล้า

ตุ๊บ!

แม้จะเจ็บเจียนตายทว่าเจ้าตัวกลับยิ้มออกมาคล้ายสมปรารถนาต่อไปนี้ไม่ต้องเฝ้าตามหา ไม่ต้องทุกทรมานกับการรอคอย ไม่ต้องเจ็บปวดกับความรักอีกแล้ว

ร่างโปร่งสีขาวค่อยๆ เปลี่ยนสภาพเป็นจิ้งจอกเก้าหางที่อาบย้อมไปด้วยโลหิตสีแดงฉาน จากนั้นมันค่อยๆ

ปลดปล่อยข้าจากการรอคอยที่ไม่มีวันสิ้นสุด

แม้ดาวจะตกหรือพายุจะพัด

ในที่สุดข้าก็จะกอดเจ้าไว้ในอ้อมแขนของข้า

Bình Luận ()

0/255