เล่ห์ร้ายจอมราชันย์ เล่ม 2

บทที่ 14 เทศกาลล่าสัตว์ (1)

บทที่ 14 เทศกาลล่าสัตว์ (1)

“อย่าถามว่าเคล็บลับแห่งความสำเร็จอยู่แห่งใด แต่จงทำในสิ่งที่ควรทำให้สุดความสามารถ”

“คนโง่ไตร่ตรองพันครั้งย่อมได้ประโยชน์” (ความคิดของคนโง่บางครั้งก็ถูก)

ลั่วเหยียนเจิ้งเอ่ยคำปรัชญาที่บ่งบอกอุปลักษณ์นิสัยของคนที่ถูกใจที่สุดออกมาสองประโยคด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม ตัวอักษรอ่อนช้อยและหนักแน่นล้วนบอกตัวตนของผู้เขียนได้อย่างดี

ดวงตาคมกริบมองไปเบื้องหน้าปรากฏว่าเป็นคำปรัชญาของสองพี่น้องตระกูลถัง มุมปากแต้มรอยยิ้มถังต้าหลี่สหายของหลิ่วเหวินอี้ไม่ทำให้ผิดหวังจริงๆ ที่เลือกขึ้นมาใช่ว่าคนตรงหน้าเป็นคนรู้จักแต่นี่เป็นการเลือกขุนนางที่ซื่อสัตย์อย่างแท้จริง

“นับแต่นี้พวกเจ้าทั้งสองคือขุนนางขั้นหนึ่งของราชวงศ์ลั่วหยางมีหน้าที่เป็นที่ปรึกษาส่วนตัวของข้าและพระสนมหลิ่วหวงกุ้ยเฟย”

“ขอบพระทัยฝ่าบาท”

ทั้งคู่คุกเข่าลงตอบรับอย่างนอบน้อมพร้อมชำเลืองมองพระสนมรักของฮ่องเต้ไปด้วยความสนใจ ทว่าเวลานี้พวกเขามิใช่บัณฑิตสามัญชนธรรมดาอีกต่อไป จึงต้องรักษามารยาทเอาไว้อย่างเคร่งครัดแม้จะสงสัยเพียงใดก็ตาม

ลั่วเหยียนเจิ้งพยักหน้ารับอย่างพึงพอใจ ก่อนจะสั่งให้แยกย้ายกันไป ส่วนสองขุนนางหน้าใหม่จะมีเรือนพักเป็นของตัวเองโดยให้หัวหน้าขันทีเป็นผู้นำทางไป

“เจ้าลุกขึ้นเถอะถังต้าหลี่”

“ไปที่ศาลาเหลียนฮวากันก่อนเถอะ”

หลิ่วเหวินอี้เอ่ยบอกเสียงเรียบเพราะการอยู่ในสถานที่แห่งนี้ทำให้รู้สึกอึดอัดเหมือนกัน การวางตัวและยังต้องนั่งนิ่งเป็นรูปปั้นให้ผู้คนแอบมองอีกทั้งตำแหน่งที่ถูกยัดเยียดให้ฟังทีไรก็ระคายหูเสียทุกครั้ง

“เช่นนั้นก็ได้ ต้าหลี่เจ้าไม่คิดจะเงยหน้ามองพวกข้าหน่อยหรือ”

ลั่วเหยียนเจิ้งเอ่ยหยอกเย้าเวลานี้เหลือคนไม่มากอีกทั้งถังต้าหลี่เป็นสหายของหลิ่วเหวินอี้จึงไม่ได้แสดงสีหน้ากดดันมากนัก ทว่าคนตรงหน้าเหมือนจะอึกอักไม่กล้าตอบโต้ดั่งที่อยู่ในจวนตระกูลเหมือนเมื่อหลายเดือนก่อน

“กระหม่อมมิบังอาจพ่ะย่ะค่ะ” ถังต้าหลี่ตอบกลับอย่างนอบน้อม

“อย่าไปสนใจคนบ้าอำนาจเลยไปศาลาเหลียนฮวากับข้าก่อนเถอะข้ามีเรื่องจะคุยกับเจ้าเหมือนกัน”

ถังต้าหลี่เงยหน้ามามองอย่างไม่แน่ใจทว่ากิริยาเฉกเช่นเดิมของสหายทำให้คลายความหวาดหวั่นลงได้มาก

“ตามสบายเถอะ ยังไงข้าก็เป็นสหายเจ้า”

Bình Luận ()

0/255