เล่ห์ร้ายจอมราชันย์ เล่ม 2

บทที่ 14 เทศกาลล่าสัตว์ (5)

บทที่ 14 เทศกาลล่าสัตว์ (5)

ขบวนเสด็จในการประพาสป่าในครั้งนี้ดูเหมือนจะคึกคักไม่น้อยไปกว่าทุกปี แม้คนที่มาร่วมงานด้วยจะไม่มากมายนักแต่ทุกคนกลับไว้ใจได้ไม่ต้องหวั่นเกรงเหมือนทุกปีที่ต้องมีการลอบสังหารเกิดขึ้น

ทว่าลั่วเหยียนเจิ้งก็ไม่ได้ประมาทแม้แต่น้อย ตราบใดที่เขายังไม่ได้หลิ่วเหวินอี้เป็นเมียเขาจะไม่ยอมตายง่ายๆ แน่ ดวงตาคมกริบฉายแววเจ้าเล่ห์คิดหาหนทางให้คนนั่งนิ่งอยู่ข้างกายยอมมอบร่างกายและหัวใจให้ จิตใจที่เข้มแข็งและความเย็นชาของอีกฝ่ายทำให้หนักใจไม่น้อย หากคนอื่นรู้ว่าจนปานนี้เขายังไม่ได้กินคนที่รักคงโดนหัวเราะเยาะแน่ๆ

ดวงตาเรียวสวยเหลือบมามองเล็กน้อย แต่กลับทำให้หัวใจที่เคยไร้ความรู้สึกเต้นระรัวอีกครั้งจนอดไม่ได้ที่จะรวบร่างโปร่งมากอดไว้อย่างออดอ้อน ซึ่งก็โดนผลักออกจนหัวกระแทกรถม้าอย่างไร้ความปราณี

“อี้เอ๋อร์ทำไมเจ้าเขินอายได้รุนแรงอย่างนี้” ลั่วเหยียนเจิ้งแสร้งตัดพ้อ มือหนาลูบหัวตัวเองเบาๆ ดวงตาเรียวสวยมองสบมาพร้อมเลิกคิ้วคมเฉียงขึ้นสูง

“เขิน? ท่านพี่ใช้ตาไหนมอง”

ลั่วเหยียนเจิ้งมองคนปากแข็งก่อนจะยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจเพราะความหน้าด้านไร้ยางอายเขามีมาก

“อากาศมันหนาวเจิ้นอยากได้ความอบอุ่น”

“หึ

น้ำเสียงเย็นนิ่งที่ฟังแล้วรู้สึกสบายใจทุกครั้ง ทว่ารูปแบบประโยคนั่นช่างประชดประชันเสียจริง หากเขาบอกว่านี่เป็นการหาเรื่องอู้งานและอยากมาท่องเที่ยวกับเจ้าตัวจะยอมเชื่อไหม

เวลาผ่านไปนานกว่าสองชั่วยามที่ทั้งคู่ยังนั่งอยู่ภายในรถม้าโดยที่ลั่วเหยียนเจิ้งพยายามลวนลามร่างโปร่งทุกครั้งเมื่อมีโอกาส การเดินทางเป็นไปอย่างเรื่อยเฉื่อย เขตล่าสัตว์อยู่ทางหุบเขาเมฆาล่องลอยจึงใช้เวลาการเดินทางร่วมวันที่จะถึงที่หมาย เสื้อผ้าที่ใส่มาอย่างเรียบร้อยของหลิ่วเหวินอี้เริ่มจะหลุดลุ่ยกับคนมือซน มือเรียวขาวจับมือหนาที่พยายามฉวยโอกาสกับตน

“ท่านพี่อย่าให้ข้าทำคืนนะ”

น้ำเสียงเย็นนิ่งข่มขู่ทำให้ลั่วเหยียนเจิ้งฉีกยิ้มหวาน เขาแทบทนรอการเอาคืนของอีกฝ่ายไม่ไหว

“ปกติท่านหื่นอย่างนี้หรือ”

แล้วย้อนนึกไปถึงตนเองในอดีต มีบ้างที่เขาจะเสพสมกับเหล่านางสนมแต่ไม่เคยมีใครเลยที่ทำให้เขาอยากโอบกอดเท่าคนตรงหน้า ที่สำคัญเขาไม่เคยแสดงความรู้สึกด้านอื่นๆ

Bình Luận ()

0/255