เล่ห์ร้ายจอมราชันย์ เล่ม 2

บทที่ส่งท้าย เล่ห์ร้ายจอมราชันย์ (3)

บทที่ส่งท้าย เล่ห์ร้ายจอมราชันย์ (3)

คำพูดของประมุขทำให้เหล่าลูกศิษย์ฮือฮาราวกับผึ้งแตกรัง มองดูคุณชายสี่ที่ไร้ประโยชน์ ไม่อยู่ในสายตาพวกมัน วรยุทธ์อ่อนด้อยมีแค่ความงามเท่านั้นที่เหนือกว่าผู้อื่น อีกทั้งนิสัยเย่อหยิ่งเย็นชาไม่เห็นหัวผู้ต่ำกว่าทำให้พวกมันเกลียดชังนายน้อยสี่เข้ากระดูกดำ และคำยั่วยุจากคุณชายสามทำให้ไม่มีใครเข้าไปใกล้แม้แต่คนเดียว

เพราะอาจจะเดือดร้อนอย่างไม่รู้ตัว วันนี้พวกมันได้ยินคำพูดของประมุขนิกายมารฟ้าเหมือนเป็นเรื่องเพ้อฝันเท่านั้น คุณชายสี่ที่วรยุทธ์อ่อนด้อยจับกระบี่แทบไม่เป็นจะชนะท่านประมุขได้อย่างไร น่าขำสิ้นดี!

“ตกลง”

หลิ่วเหวินอี้ตอบรับเสียงดังเมื่อพิจารณารูปแบบประโยคและแววตาห่วงใยของอีกฝ่ายออก แม้เพียงชั่วครู่แต่เขากลับมองเห็นมันได้อย่างชัดเจน “ดวงตาทิพย์” นั่นคือสิ่งที่ลู่เฟยเคยบอกไว้ดวงตาของเทพพยากรณ์ที่หายตัวไปหลายหมื่นปี

เรื่องราวแต่หนหลังเขาไม่ได้เอ่ยถามเพราะคิดว่าอยู่ปัจจุบันดีกว่า เขาเคยเจ็บและจมปรักอยู่กับอดีตจนไม่มีความสุข ทว่าต่อไปนี้ไม่ใช่อีกแล้ว เพราะเขายังมีคนต้องคอยดูแลและปกป้อง

“หาเรื่องตาย”

แต่เดินไปยังลานประลองพร้อมหยิบกระบี่ในนั้นมาหนึ่งเล่ม แม้มันไม่ได้คุณภาพแต่ก็พอแก้ขัดไปได้

“เหวยจวงไปเอาดาบวงเดือนและกระบี่จันทราในห้องเก็บอาวุธมา”

คำสั่งของประมุขพรรคทำให้คนฟังต่างตื่นตระหนกเพราะกระบี่ทั้งคู่ถือว่าเป็นศาสตร์ตราวุธที่สำคัญของพรรคมีแต่ผู้ถูกเลือกเท่านั้นถึงจะได้ครอบครอง

“ขอรับ” แม้จะไม่เต็มใจแต่ก็มิอาจขัดคำสั่งบิดาได้ ผ่านไปหนึ่งเค่อเหวยจวงก็มาพร้อมกับศาสตร์ตราวุธ

“เจ้าต้องการใช้สิ่งใด”

“ทำไมคุณชายสี่ถึงได้โง่เขลาเช่นนั้น”

“หาเรื่องตายหรือยังไงคนที่ไม่เคยจับกระบี่จะสู้ประมุขได้อย่างไร”

“พวกเจ้าพูดถูกแค่ชนะคุณชายสามให้ได้ก่อนเถอะ”

“เงียบ!”

คำสั่งที่ดังก้องทั่วลานประลองอัดแน่นไปด้วยลมปราณทำให้ลูกศิษย์ที่นินทาดูถูกคุณชายสี่ต่างพากันเงียบกริบร่างกายสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว

หลิ่วเหวินอี้ไม่ได้เดือดร้อนใจกับเสียงนกเสียงกาที่กำลังดูถูกตนเอง

Bình Luận ()

0/255