เล่ห์ร้ายจอมราชันย์ เล่ม 2

บทที่ส่งท้าย เล่ห์ร้ายจอมราชันย์ (7) จบ

บทที่ส่งท้าย เล่ห์ร้ายจอมราชันย์ (7)

“ได้ข้ารับปาก”

ลั่วเหยียนเจิ้งรับปากอย่างจริงจัง เพราะสนมที่มีอยู่ภายในวังหลวงก็เป็นขั้วอำนาจเพียงพอแล้ว หากอยากสานต่ออำนาจมากกว่านี้คงให้เพ่ยอวี้เป็นคนดำเนินการเอง ที่สำคัญเขาไม่เคยเข้าไปหาพวกนางเลยตั้งแต่มีหลิ่วเหวินอี้เข้ามาอยู่ในหัวใจ

หลังจากตกลงกันได้ก็ผ่านไปหลายชั่วยาม ลั่วเหยียนเจิ้งไม่ได้พักอยู่ที่นิกายมารฟ้าเพราะได้มีการจัดเตรียมงานแต่งตั้งฮองเฮาและรัชทายาทไว้ล่วงหน้าแล้ว หากประมุขหลิ่วโอวหยางไม่ยอมตกลงจริงๆ เขาก็จะฉุดหลิ่วเหวินอี้กลับวังด้วยอย่างแน่นอน

ขบวนเสด็จกลับวังหลวงยิ่งใหญ่เหมือนตอนมา ทว่าครั้งนี้กลับมีฮองเฮาเสด็จกลับวังหลวงไปด้วยสร้างความยินดีแก่ทหารกล้าทุกคนที่ไม่ต้องได้ออกแรง ตอนมาพวกเขาทำใจเอาไว้แล้วเพราะว่าที่ฮองเฮาเป็นถึงบุตรชายของนิกายมารฟ้าซึ่งขึ้นชื่อว่าพรรคมาร ทว่าใครเล่าเป็นคนตัดสินว่าพรรคมารต้องเลวร้ายเสมอเพราะที่พวกเขาเห็นคือความจริงใจและเปิดเผย ใครจะดีหรือว่าชั่วไม่อาจตัดสินใจได้หากไม่ได้เห็นด้วยตาของตัวเอง...

หลิ่วโอวหยางมองตามขบวนเสด็จด้วยความเงียบงัน กิริยาที่ดูขี้โมโหและเอาแต่ใจเปลี่ยนกลับคืนมาเย็นชาเฉกเช่นเดิม หากต้องรับมือกับจิ้งจอกเจ้าเล่ห์แห่งวังหลวงไม่อาจเอาชนะด้วยความเจ้าเล่ห์ได้ เพราะคนธรรมดาอย่างเขาจะเอาอะไรไปสู้กับเล่ห์เหลี่ยมคนในวังหลวงได้ และความจริงใจเปิดเผยคือสิ่งที่ฮ่องเต้ผู้นี้ต้องการ

ลั่วเหยียนเจิ้งเป็นถึงราชันย์แห่งแคว้นและยิ่งใหญ่ที่สุดในหกแคว้น แม้จะมีอีกสามแคว้นที่ไม่ได้อยู่ในการปกครองทว่าก็ไม่ได้เป็นศัตรูกัน แล้วแบบนี้ใครเล่าจะกล้าต่อกร จะห่วงก็แต่หลิ่วเหวินอี้เท่านั้นหวังว่าจะมีความสุขกับสิ่งที่ตัวเองได้เลือก

“ข้าทำให้เจ้าได้แค่นี้อี้เอ๋อร์”

งานเฉลิมฉลองการแต่งตั้งองค์รัชทายาทและฮองเฮาของแคว้นลั่วหยางถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ กษัตริย์ต่างแคว้นต่างมาร่วมแสดงความยินดีกันทุกแคว้นเนื่องจากฮ่องเต้ลั่วเหยียนเจิ้งทรงเป็นจักรพรรดิที่มีความปรีชาสามารถกว่าฮ่องเต้องค์อื่นๆ ความฉลาดและน่ายำแกรงของอีกฝ่ายต่างเป็นที่ยอมรับ

แม้ครั้งนี้พวกเขาจะตกใจไปบ้างที่พระองค์แต่งตั้งฮองเฮาซึ่งเป็นผู้ชายคนแรกในประวัติศาสตร์ ทว่าความงดงามจนสามารถล้มบ้านเมืองได้ทำให้พวกเขาต่างกล่าวขานเป็นเสียงเดียวกันว่า

น่าอิจฉา!

โดยเฉพาะเยี่ยเฟิงกษัตร์ย์แคว้นเยี่ยที่ครั้งหนึ่งเคยปลอมตัวมาเที่ยวเล่นเมืองลั่วหยาง เขายังติดตาตรึงใจกับใบหน้างดงามของหลิ่วเหวินอี้เป็นอย่างดี

ภายในงานต่างจัดขึ้นอย่างงดงามสมเกียรติ การแสดงมากมายถูกจัดต้อนรับคณะแขกผู้มาเยือน แม้นางรำจะชะม้ายชายตายั่วยวนลั่วเหยียนเจิ้งเพียงใดกลับไร้ผล เพราะพระองค์ไม่สนใจผู้ใดแม้แต่น้อย วันนี้หลิ่วเหวินอี้สวมใส่อาภรณ์สีแดงสดทักทอด้วยดิ้นทองงดงาม

แม้ใบหน้าไม่ได้ตกแต่งเหมือนอิสตรีแต่ความงามกลับเฉิดฉาย ใบหน้าเย็นชาดวงตานิ่งสงบไม่ได้หวั่นใจกับภาพตรงหน้าแม้แต่น้อยคล้ายกลับว่าคุ้นเคยเหตุการณ์เช่นนี้เป็นอย่างดี ทว่าใครจะรู้เท่าเจ้าตัวเล่า

หลิ่วเหวินอิ้กุมมือตัวเองนั่งนิ่งอยู่เคียงข้างลั่วเหยียนเจิ้ง แม้ใบหน้าจะเรียบเฉยทว่าหัวใจกลับสั่นระรัวด้วยความตื่นเต้น ไม่เคยคิดเคยฝันว่าตัวเองจะเป็นฮองเฮาแม่พระของแผ่นดิน

“เหนื่อยหรือไม่” มือหนาที่ยื่นมาจับมือตัวเองไว้ หลิ่วเหวินอี้เงยหน้ามองแล้วส่ายหน้าเบาๆ

“อย่ามองเจิ้นเช่นนั้น ถ้ายังไม่อยากถูกกิน” หลิ่วเหวินอี้ใบหน้าแดงระเรื่อก้มหน้าหลบสายตาคนหื่นไม่เป็นเวลา

หลังจากผ่านพ้นเวลาแสนทรมานที่ต้องนั่งปั้นหน้าไร้ความรู้สึกมาหลายชั่วยาม ในที่สุดงานเลี้ยงก็ได้ถึงเวลาเลิกลา

การนั่งเฉยๆ

“เหนื่อยหรือไม่อี้เอ๋อร์”

แล้วพยักหน้ายอมรับเขารู้สึกเหนื่อยจริงๆ แต่ขณะเดียวกันก็รู้สึกมีความสุข ดวงตาเรียวคมหันไปมองท้องฟ้ายามราตรีอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้เอนกายพิงร่างสูงที่อยู่ด้านหลัง

แม้ในอดีตจะไม่ไว้ใจใครจนไม่รู้ว่าความสุขที่แท้จริงคืออะไร หากเขาไม่เปิดใจรับลั่วเหยียนเจิ้งเข้ามาในหัวใจคงไม่รับรู้จักความสุขเหมือนเวลานี้แน่ๆ ใบหน้างดงามยกยิ้มบางก่อนจะเอ่ยเสียงแผ่วเบาอบอุ่นที่ทำให้หัวใจคนฟังเต้นระรัว

“ข้ารักท่านพี่ ขอบคุณที่ทำให้ข้ารู้จักความรักความไว้ใจอีกครั้ง”

Bình Luận ()

0/255