“บ้า! ใครจะไปอยากฟังเรื่องสัปดนพรรค์นั้น” หล่อนแว้ดใส่เสียงเขียว แต่ก็ยังมีแก่ใจจะถามต่อ “แล้วผู้หญิงในฝันของคุณเป็นใครล่ะ หวังว่าคงไม่คิดถึงฉันถึงขนาดเก็บไปฝันหรอกนะ”

“หึๆ” ชายหนุ่มหัวเราะ “ผู้หญิงในฝันของผมต้องสวยเซ็กซี่และร้อนแรง จืดชืดเป็นน้ำล้างจานอย่างคุณ ผมคงไม่เก็บมาฝันให้เสียอารมณ์หรอก”

ถ้าไม่เกรงใจประชาสัมพันธ์สาวที่นั่งอยู่ใกล้ๆ หญิงสาวจะกรี๊ดใส่โทรศัพท์ให้ดู ผู้ชายอะไรปากคอเราะรายที่สุดเท่าที่หล่อนเคยเจอมา

“คนบ้า!” รามาวตีแหวออกไป ไม่รู้ว่าโมโหที่เขาพูดหยาบคายหรือผิดหวังที่ตัวเองไม่ใช่ผู้หญิงในแบบที่เขาปรารถนา

“อย่าบอกนะว่าโทร.มาแค่นี้” ปฏิภาณพูดเสียงไร้อารมณ์

“ฉันแค่จะโทร.มาปลุกคุณ กลัวคุณตกเครื่อง”

“เครื่องออกแปดโมง แต่นี่มันเพิ่งจะตีห้าครึ่งนะแม่คุณ” เขาบ่นเซ็งๆ ก่อนถอนหายใจดังๆ ออกมาอีกครั้ง

“ไม่รู้ล่ะ ยังไงฉันก็อุตส่าห์โทร.มาแล้ว คุณรีบๆ ตื่นก็แล้วกันจะได้กินข้าวก่อนเดินทาง” รามาวตีสั่งกำชับก่อนจะวางสาย

ปฏิภาณได้แต่ส่ายศีรษะไปมาอย่างหงุดหงิด ครั้นจะนอนต่อก็นอนไม่ได้แล้ว จึงลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวโดยไม่ได้เอะใจว่าโทรศัพท์ที่รามาวตีโทร.มาเมื่อครู่นี้เป็นเสียงของโทรศัพท์ติดต่อภายใน

เมื่อเดินลงมาชั้นล่างพร้อมกระเป๋าเดินทาง ปฏิภาณก็พบว่าร่างบอบบางของคู่หมั้นสาวกำลังยืนมองเขาอยู่ก่อนแล้ว คิ้วเข้มขมวดมุ่นอย่างสงสัยว่าหล่อนมาทำอะไรที่นี่แต่เช้า ร่างอรชรอยู่ในชุดทะมัดทะแมง ใบหน้ายาวรูปไข่เนียนใสเป็นธรรมชาติไร้เครื่องสำอางตกแต่งให้รกหูรกตา ผมยาวสลวยถูกรวบเป็นหางม้าอวดโอ้ใบหน้าสวยหวานให้โดดเด่น ดวงตากลมโตฉายแววซุกซนน่าเอ็นดู และเมื่อหล่อนคลี่ยิ้มอวดฟันขาวสะอาดราวไข่มุก ชายหนุ่มก็รู้สึกว่าโลกทั้งใบสดใสขึ้นทันที

“สวัสดีค่ะคุณคู่หมั้น...มองอะไรอยู่คะ” รามาวตีอดหน้าแดงไม่ได้เมื่อรู้สึกว่ากำลังถูกดวงตาคู่คมเพ่งมองอย่างสำรวจไปทั่วเรือนกาย

“คุณมาทำอะไรแต่เช้า” เสียงทุ้มถามเรียบๆ

“มารอคุณสิคะ”

คิ้วเข้มขมวดปมเข้าหากันอีกรอบ “รอทำไม?”

“ฉันจะไปอยู่ไร่วิจิตรากับคุณเป็นเวลาหนึ่งปีในช่วงที่เราหมั้นกันอยู่”

และเมื่อกวาดสายตาไปมองข้างหลังของหล่อนก็พบว่ามีกระเป๋าเดินทางวางอยู่หลายใบวางอยู่ นั่นทำให้ความหงุดหงิดกลายเป็นความโมโห เพราะสิ่งที่เขาไม่ชอบที่สุดก็คือการถูกมัดมือชก

“คุณจะไปอยู่ที่ไร่กับผมทำไม?”

เป็นคู่หมั้นกันแต่อยู่ห่างกันคนละโยชน์แบบนี้ แล้วเมื่อไรคุณจะรักฉัน หรือว่าคุณกลัวที่จะอยู่ใกล้ฉัน” เสียงหวานที่เปล่งออกมาเจือไว้ด้วยความท้าทาย

“ยุ่งชิบ!!” ชายหนุ่มสบถอย่างไม่เกรงใจ

“ไม่ยุ่งหรอกค่ะ รับรองได้”

รอยยิ้มหวานแย้มออกมาเหมือนกับจงใจกวนอารมณ์ของเขาให้ขุ่นมัวมากขึ้นกว่าเดิม ทำไมหล่อนจะไม่รู้ว่าเขาไม่พอใจ แต่ก็ช่างสิ หล่อนไม่สนหรอกในเมื่อเขาอยากมาท้าทายหล่อนก่อนทำไม

“แล้วพ่อกับแม่คุณว่ายังไงบ้าง”

“ก็ไม่ว่าไงค่ะ คุณพ่อกับคุณแม่อนุญาต”

ชายหนุ่มหรี่ตาลงอย่างจับพิรุธ เพราะไม่คิดจะเชื่อหล่อนง่ายๆ

“คุณแอบหนีมาหรือเปล่า”

“เปล่า... ถ้าไม่เชื่อโทร.ถามคุณแม่ดูก็ได้” หญิงสาวเชิดหน้าขึ้นเป็นเชิงท้าทาย

“ผู้หญิงอะไรยุ่งชะมัด” ปฏิภาณส่ายหัวอย่างเอือมระอา ความกระด้างดุปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลาบ่งบอกถึงความไม่สบอารมณ์อย่างที่สุด

“เป็นอันว่าคุณตกลง” สาวน้อยรีบสรุปและคลี่ยิ้มเมื่อการปะทะกันยกนี้ชัยชนะตกเป็นของตน

ทั้งๆ

รามาวตีเป็นฝ่ายขยับตัวอย่างอึดอัดเพราะปฏิภาณไม่ยอมหลุดคำพูดใดๆ ออกมาเลยตั้งแต่ออกจากโรงแรมจนกระทั่งเครื่องบินลำนั้นเหินทะยานขึ้นฟ้า หญิงสาวแกล้งหลับและเบียดหน้าอกนุ่มหยุ่นเข้ากับลำแขนที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแข็งแรงอย่างจงใจ

ทว่าสัมผัสนุ่มนิ่มเต่งตึงของสองปทุมถันผสานกลิ่นหอมอ่อนๆ ของแชมพูที่โชยชายเข้าจมูกโด่งอย่างไม่ตั้งใจก็ยังทำเอาเขารู้สึกว่าตัวเองหายใจขัดๆ

ไหล่แกร่งที่หล่อนหนุนอยู่ให้ความรู้สึกอบอุ่นปลอดภัยอย่างประหลาด ทำให้รามาวตีผล็อยหลับไปจริงๆ หลังจากนั้น

Bình Luận ()

0/255