บทนำ

งานแต่งงานระหว่าง ‘รามิล ศิวัฒน์ชัย’ มหาเศรษฐีหนุ่มหล่อผู้ทรงอิทธิพลแถบชายฝั่งทะเลอันดามันกับ ‘ปริญชยา’ นักประพันธ์สาวจัดขึ้นที่โรงแรมเพิร์ลไดมอนด์ ซึ่งเป็นโรงแรมหรูระดับห้าดาวบนชายหาดสีขาวสะอาดในจังหวัดภาคใต้

สาวน้อยเจ้าของร่างอรชร ส่วนสูงร้อยหกสิบสี่เซนติเมตรในชุดเดรสสีเหลืองอ่อนอมยิ้มให้กับความน่ารักของเจ้าบ่าวและเจ้าสาวของงานในคืนนี้ การต้อนรับแขกถึงจะเหน็ดเหนื่อยแค่ไหนแต่รอยยิ้มนั้นไม่เคยเลือนหายไปจากใบหน้าเพราะหล่อนมีความสุขมากที่ได้เห็นพี่ชายแต่งงานกับผู้หญิงที่เขารัก

แขกคนสุดท้ายเข้างานแล้ว หญิงสาวจึงเดินเลี่ยงออกมารับลมที่ระเบียงด้านนอกซึ่งอยู่ติดกับห้องแกรนด์บอลรูมที่เป็นห้องจัดงาน

สายตาสะดุดกับร่างสูงของสาโรจน์ซึ่งเป็นแขกของฝ่ายเจ้าสาวกำลังยืนทอดมองออกไปนอกระเบียง ร่างอรชรก้าวเข้าไปหาเพื่อทักทาย แต่ทว่ารองเท้าส้นสูงที่สวมอยู่เกิดพลิกกะทันหันจนทำให้เสียหลักเซถลา

“โอ๊ย!...”

สาโรจน์หันขวับมามอง สองแขนแข็งแรงรีบยื่นเข้าไปช่วยประคองทันเวลาก่อนที่หญิงสาวจะล้มกระแทกกับพื้น

“คุณรามาวตีเป็นอะไรหรือเปล่าครับ?” ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนอย่างสุภาพบุรุษที่ดีพึงกระทำ

“ไม่เป็นไรค่ะคุณสาโรจน์ เรแค่รองเท้าพลิก ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยเรเอาไว้ ไม่งั้นมีหวังเรคงล้มคว่ำ หน้ากระแทกกับพื้นแน่ๆ” หญิงสาวยิ้มอายๆ กับความซุ่มซ่ามของตัวเอง

“สงสัยคุณรามาวตีจะยืนนานน่ะครับ ข้อเท้าเลยพลิก”

“คงจะจริงค่ะ วันนี้แขกมางานเยอะมาก”

รามาวตีสนทนากับสาโรจน์ด้วยไมตรีอันดี เพราะอย่างน้อยเขาก็มีความเป็นสุภาพบุรุษ แต่หล่อนไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวเองกับสาโรจน์กลายเป็นเป้าสายตาของใครคนหนึ่งเข้าเสียแล้ว...

“ทำไมคุณสาโรจน์หลบมาอยู่นี่ที่ล่ะคะ”

“ข้างในมันดูอึดอัดน่ะครับ ผมเลยหลบออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์สักพัก”

“ขอบคุณนะคะที่อุตส่าห์มางานแต่งของพี่ชายเร”

“อย่าขอบคุณเลยครับ แป้งก็เหมือนน้องสาวผม ยังไงซะผมก็ต้องมาแสดงความยินดีในวันสำคัญของเขา” สาโรจน์พูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ

“คุณสาโรจน์คงไม่โกรธพี่ชายเรใช่ไหมคะ” รามาวตีถามต่อด้วยรู้ดีว่าผู้ชายตรงหน้ารู้สึกอย่างไรกับพี่สะใภ้ของตนเอง

“เฮ้อ...” สาโรจน์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ “ก็อยากจะโกรธนะครับ แต่ทำไงได้ในเมื่อแป้งรักเขา ผมก็ต้องทำใจให้ไม่โกรธและยินดีกับความสุขของแป้ง”

เรเชื่อว่าพี่โรมต้องดูแลพี่แป้งเป็นอย่างดี และผู้ชายที่เป็นสุภาพบุรุษอย่างคุณสาโรจน์ต้องได้เจอผู้หญิงดีๆ

“ขอบคุณครับ” ชายหนุ่มคลี่ยิ้มบางๆ

“เข้าไปในงานเถอะนะคะ พี่แป้งอาจจะกำลังมองหาพี่ชายที่น่ารักอย่างคุณอยู่”

แต่ยังไม่ทันที่ทั้งคู่จะขยับตัว เสียงเข้มๆ ของใครคนหนึ่งก็ดังแทรกขึ้น

“หลบมาอยู่ตรงนี้กันนี่เอง...” น้ำเสียงเจือไว้ด้วยความยียวนก่อนจะหันไปทางสาโรจน์ “...แป้งถามหาแกน่ะ”

“ฉันจะเข้าไปเดี๋ยวนี้แหละ” สาโรจน์ตอบผู้มาใหม่ ก่อนจะหันไปทางรามาวตี “ไปพร้อมกันเลยไหมครับคุณรามาวตี?”

“ค่ะ” หญิงสาวพยักหน้าและทำท่าจะก้าวตามสาโรจน์เข้าไป แต่เสียงเข้มของปฏิภาณขัดขึ้นอย่างห้วนๆ

“เดี๋ยวก่อนคุณรามาวตี...”

คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากัน “มีอะไรคะ?”

“ผมมีเรื่องต้องคุยกับคุณตามลำพัง” เขาเน้นคำหลัง

“ก็ได้ค่ะ”

รามาวตีรับคำก่อนจะหันไปสบตากับสาโรจน์เป็นเชิงบอกให้เข้าไปก่อน สาโรจน์พยักหน้าน้อยๆ ก่อนจะเป็นฝ่ายเดินเลี่ยงไปทั้งๆ ที่ใจก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเพื่อนของตนมีเรื่องอะไรจะคุยกับสาวน้อยคนนี้

“มีอะไรหรือคะ” รามาวตีถามขึ้นเมื่อสาโรจน์เดินไปไกลแล้ว

“ผมแค่อยากจะเตือนคุณในฐานะญาติ ถ้าคิดจะพลอดรักกับผู้ชายก็ควรเลือกสถานที่และความเหมาะสมบ้าง เป็นสาวเป็นนางทำตัวแบบนี้มีแต่จะหมดราคา” ปฏิภาณเล่นงานรามาวตีแบบไม่ให้ตั้งตัวทันที

ไม่ได้ทำอะไรน่าเกลียดอย่างที่คุณกล่าวหา”

“บริสุทธิ์ใจจนถึงขนาดมายืนกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอย่างไม่อายใครอย่างเมื่อกี้น่ะเหรอ” ปฏิภาณย้อนถามเสียงห้วนปนเยาะหยัน

ดวงตาเครียดเขม็งจนดูน่ากลัว

“มันก็แล้วแต่คุณจะคิด แล้วมันเรื่องอะไรของคุณไม่ทราบคะ”

คำพูดเหมือนไม่แยแสและแสนอวดดีไม่ต่างอะไรกับการเอาน้ำมันถังใหญ่ๆ ราดลงบนกองไฟที่กำลังร้อนระอุ

เห็นท่าทางติ๋มๆ ทำเป็นใสซื่อบริสุทธิ์

ก็ยกขึ้นเตรียมจะฟาดลงไปที่ใบหน้าหล่อคมเพื่อสั่งสอนให้เขารู้ซึ้งบ้างว่าอย่ามาพูดจาพล่อยๆ กับหล่อน แต่ยังไม่ทันที่มือข้างนั้นจะปลิวเข้าไปกระทบใบหน้าของเขา ก็ถูกมือใหญ่รวบเอาไว้เสียก่อน

“ทำไม? พูดแทงใจดำแล้วทนฟังไม่ได้หรือไง”

ใบหน้าหล่อโน้มลงมาหา ลมหายใจร้อนผ่าวพ่นรดริมฝีปากอิ่มในระยะประชิด จนรามาวตีรู้สึกสะท้านและขนลุกซู่ไปทั้งร่าง

“ถึงฉันจะบ้าผู้ชายแค่ไหน แต่ผู้ชายคนเดียวที่ฉันไม่คิดจะพิศวาสก็คือคุณ” เสียงหวานสบถใส่พลางเชิดหน้าขึ้นจ้องตาอย่างท้าทาย

“ถ้าอย่างนั้นเรามาพิสูจน์กันหน่อย ว่ามันจะจริงอย่างที่คุณพูดหรือเปล่า”

จบคำริมฝีปากหยักก็โฉบลงมาบดขยี้จูบไปทั่วใบหน้างดงาม รามาวตีดิ้นรนสุดเรี่ยวแรง พยายามเบี่ยงใบหน้าหลบการระดมจูบอย่างตื่นตกใจ

มือทุบตีระรัวเข้าที่แผงอกแกร่ง หากแต่ร่างหนาไม่สะทกสะเทือนสักนิด ริมฝีปากร้อนรุ่มยังคงระดมจูบอย่างป่าเถื่อนรุนแรง มือหนาข้างหนึ่งสอดขึ้นที่ท้ายทอยได้รูป ตรึงเอาไว้ไม่ให้ขยับ

ใช้ความชำนาญพลิกพลิ้วแทรกไซ้ไปทั่วทุกอณูดูดดื่มกวาดเซาะเอาความหอมหวานแล้วถ่ายเทความเร่าร้อนรัญจวนใส่เข้าไปแทน

สัมผัสอันหวามหวานนั้นเหมือนจะสูบเอาเรี่ยวแรงของหล่อนไปจนหมดสิ้น พยายามเตือนสติตัวเองไม่ให้ยอมพ่ายแพ้ แต่ทว่าในวินาทีนั้นสมองคล้ายจะหยุดสั่งการไปชั่วขณะ สองแขนบอบบางเลื่อนปะป่ายขึ้นไปตามอกแกร่งจนกระทั่งเอื้อมตวัดรัดรอบต้นคอเขาเอาไว้แน่น พลางเผยอรับการจุมพิตดูดดื่มเร่าร้อน

“อืม”

น้อยๆ

Bình Luận ()

0/255