รถคันนั้นแล่นออกจากลานจอดรถของโรงแรมไปตามถนนซึ่งเป็นทางเข้าบ้านของรามาวตี อีกยี่สิบนาทีต่อมาก็ตีวงเข้ามาจอดอย่างนุ่มนวลที่หน้าคฤหาสน์หลังใหญ่รูปทรงทันสมัย ซึ่งตั้งอยู่ในอาณาเขตกว้างขวางกว่าสองไร่ ทัศนียภาพรอบๆ ถูกตกแต่งอย่างสวยงามโอ่อ่าหรูหราราวกับพระราชวังก็ไม่ปาน

ร่างสูงสง่าก้าวลงจากรถโดยไม่ได้สนใจความโอ่อ่าหรูหราและทัศนียภาพแสนสวยเหล่านั้นเลยสักนิด นอกจากก้าวตามหญิงสาวเข้าไป

รามาวตีพาเขาไปยังห้องนั่งเล่น ซึ่งคุณรามและคุณเรณูนั่งรออยู่ก่อนแล้ว

“สวัสดีครับคุณอา”

ชายหนุ่มยกมือขึ้นไหว้ผู้ใหญ่ทั้งสองด้วยท่าทางนอบน้อม แต่กระนั้นทั้งคุณรามและคุณเรณูต่างก็สังเกตเห็นความหยิ่งทะนงและแววตาที่มุ่งมั่นเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจในตัวเอง ซึ่งนั่นก็ไม่น่าแปลกเพราะปฏิภาณได้ชื่อว่าเป็นคนหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย เขาเป็นเจ้าของไร่องุ่นขนาดใหญ่ด้วยการบุกเบิกและสร้างทุกอย่างขึ้นมาด้วยน้ำพักน้ำแรงผนวกกับสมองอันชาญฉลาดของตัวเขาเอง

“นั่งก่อนสิคุณปฏิภาณ” คุณรามผายมือไปยังโซฟาอีกตัวที่อยู่ใกล้ๆ กัน

ร่างสูงทรุดตัวลงนั่งโดยมีรามาวตีตามมานั่งข้างๆ

“คุณคงทราบจากยัยเรแล้ว เรื่องข่าวระหว่างคุณกับลูกสาวของผม” คุณรามเปิดฉากพูดขึ้นก่อนอย่างตรงไปตรงมา

“ทราบแล้วครับ” ชายหนุ่มตอบน้ำเสียงสุภาพราบเรียบ

“คุณบอกพ่อกับแม่ฉันไปสิว่าเราไม่ได้มีอะไรกัน ข่าวนั่นมันไม่จริง ทุกอย่างเป็นเรื่องเข้าใจผิด” เสียงหวานแทรกขึ้นอย่างเร่งเร้า

ใบหน้าหล่อคมปรายตามองมาทางหล่อนครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปทางคุณราม “ถ้าคุณอาทั้งสองไม่รังเกียจ ผมยินดีรับผิดชอบการกระทำของผมทุกอย่าง”

คำตอบของเขาทำให้ผู้ใหญ่ทั้งสองต่างพอใจ แต่กลับทำให้รามาวตีถึงกับอ้าปากค้าง ใบหน้าเนียนใสเผือดสีลงราวกับกระดาษทันที

“ผมอยากจะให้คุณมาหมั้นยัยเรไว้ก่อน เพื่อปกป้องชื่อเสียงและศักดิ์ศรีของลูกสาวผม” คุณรามเอ่ยขึ้นและแน่ใจว่าคำตอบที่รับจากปฏิภาณจะไม่ทำให้เขาผิดหวัง

“ตกลงครับ ผมจะให้ผู้ใหญ่มาสู่ขอลูกสาวของคุณอาอย่างเป็นทางการ ผมจะขอหมั้นคุณรามาวตีไว้ก่อน

“ไม่ต้องพิธีรีตองอะไรมากหรอกนะ ขอแค่ทำทุกอย่างให้ถูกต้องและให้เกียรติยัยเร ทางเราก็พอใจแล้ว” คุณรามพูดอย่างพอใจ

“ครับ”

รามาวตีหันไปมองคนนั้นคนนี้คล้ายไม่อยากเชื่อหูตัวเองที่เหตุการณ์กลับตาลปัตรไปหมดแบบนี้ คำพูดของบิดาดุจสายฟ้าที่ฟาดลงมาใส่ตัวหล่อน

“ไม่นะคะคุณพ่อ เรไม่หมั้นนะ” เสียงหวานโวยวายขึ้นเมื่อตั้งสติได้

“มันเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับลูกนะเร” ผู้เป็นบิดาพูดเสียงอ่อนโยน

เรไม่ได้รักคุณปฏิภาณ และเขาก็ไม่ได้รักเรเช่นกัน”

“คุณจะเอาอะไรไปปฏิเสธ ในเมื่อหลักฐานมันก็ชัดอยู่แล้ว” เสียงทุ้มตอบกระด้าง สายตานิ่งเฉยอย่างคนที่มีวุฒิภาวะซึ่งสามารถรับมือกับสถานการณ์ได้ดีกว่า

“แต่ฉันจะไม่ยอมหมั้นกับคุณเด็ดขาด!” รามาวตีโวยลั่นก่อนจะผุดลุกขึ้นหมายจะเดินหนีให้พ้นจากสถานการณ์บ้าบอนี้

“นั่งลงรามาวตี!” ปฏิภาณปรามขึ้นด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดก่อนที่หล่อนจะก้าวเท้า

ไม่อยากจะเชื่อว่าจะถูกเขาตะคอกต่อหน้าพ่อแม่ของตนเอง ริมฝีปากเรียวสวยเม้มเข้าหากันแน่น

“คนป่าเถื่อน!” หล่อนหันไปตวัดเสียงใส่เขา

“เลิกทำตัวเป็นเด็กมีปัญหาเสียที ไม่เห็นหรือไงว่าทุกคนกำลังช่วยกันทำให้สถานการณ์มันคลี่คลายไปในทางที่ดี”

“ด้วยการหมั้นกับคุณน่ะเหรอ บ้าที่สุด”

“คุณคิดว่าผมอยากจะมีห่วงผูกคอมากนักหรือไง?”

มือเล็กๆ กำเข้าหากันแน่น ก่อนจะมองหน้าเขาด้วยสายตาเขียวปัด

ลึกๆ แล้วรามาวตีเป็นคนดื้อเงียบและไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ

“เป็นอันว่าตกลงตามนี้นะคุณปฏิภาณ” คุณรามสรุปในที่สุด ท่ามกลางความโล่งใจของคุณเรณูเมื่อเห็นว่าลูกสาวมีท่าทีที่อ่อนลงและยอมรับการตัดสินใจครั้งนี้

จึงเปิดโอกาสให้หนุ่มสาวทั้งสองได้อยู่กันตามลำพังอีกครั้ง เมื่อคล้อยหลังผู้ใหญ่

ระหว่างทางที่ขับรถมาส่งว่าที่คู่หมั้นกลับโรงแรม หญิงสาวเอาแต่นิ่งเงียบมาตลอดจนกระทั่งรถแล่นเข้ามาจอดยังลานจอดรถของโรงแรมแล้วจึงหันไปพูดกับเขาด้วยประโยคที่วนเวียนอยู่ในสมองตลอดหลายนาทีที่ผ่านมา

ไม่เคยรัก และไม่คิดจะรัก

ปฏิภาณหันไปมองเสี้ยวหน้าสวยหวานชั่วขณะ “ข้อนั้นผมรู้แล้ว แต่การหมั้นมันก็เป็นทางออกที่ดีที่สุดในตอนนี้”

“ไม่ดีเลยสักนิด ใครจะอยากเป็นคู่หมั้นของผู้ชายกักขฬะอย่างคุณ ฉันเกลียดๆ เกลียดคุณได้ยินมั้ย”

Bình Luận ()

0/255