“ข้อหนึ่ง...คุณมีผัวหรือยัง”

พีรดาอ่านคำถามตามที่อัคคีได้เขียนไว้ ขณะอ่าน...ใบหน้างามก็แดงซ่าน นึกก่นด่าเจ้าของฟาร์มอยู่ในใจ ที่ตั้งคำถามบ้าบอเหล่านี้เพื่อใช้สัมภาษณ์เธอ

อัคคีฉีกยิ้มกับคำถามที่พีรดาได้อ่านออกเสียงดัง และจากประสบการณ์รวมทั้ง ลอบสังเกตกิริยาที่หญิงสาวเผยออกมาโดยไม่รู้ตัว ทำให้ชายหนุ่มพอจะรู้คำตอบอยู่แล้ว กระนั้นก็ยังแสร้งเอ่ยแกล้งเมื่อหญิงสาวไม่ตอบสักที

“อ่านคำถามแล้ว ก็ให้คำตอบผมเร็วๆ สิ ฬานา แต่ก่อนจะตอบ กรุณาอ่านคำ

ถามที่เกี่ยวโยงกันเป็นลูกโซ่ให้ดีด้วย”

พีรดาตั้งใจจะโกหกว่ามีสามีแล้ว แต่พอเหลือบสายตาอ่านคำถามในข้อต่อไป ก็ต้องล้มเลิกความคิดที่จะโกหกอีกฝ่าย เพราะคำถามมีว่า

‘หากมีผัวแล้ว ให้ข้ามไปอ่านข้อสุดท้าย’

‘ข้อสุดท้าย...มีผัวแล้วไม่รับทำงาน’

“บ้าที่สุด”

พีรดาสบถออกมาเบาๆ อย่างเหลืออด ก่อนจะเอ่ยตอบกระแทกเสียงด้วยความโมโหว่า

“ยังไม่มีผัว!!!”

อัคคีหัวเราะร่วนถูกอกถูกใจกับคำตอบที่ได้ยิน แม้รู้ว่าพีรดาจงใจกระแทกเสียงตอบและเน้นคำในตอนท้ายก็ไม่คิดสนใจ จากนั้นก็เร่งเร้าให้อ่านคำถามในข้อต่อไป

“อ่านข้อสองสิ ฬานา ผมอยากรู้คำตอบ”

พีรดาแยกเขี้ยวใส่อัคคี ก่อนจะหลุบสายตาทำตามคำสั่งของอีกฝ่าย ซึ่งคำถามแบบลูกโซ่เขียนไว้ว่า

‘ถ้าไม่ผัว ให้อ่านข้อสอง’

และโจทย์คำถามต่อจากนี้คือ

“คุณมีแฟนหรือยัง”

อ่านคำถามไปแล้ว พีรดาก็ทำท่าจะพรุสวาทเจ้าของคำถามกวนประสาท แต่ก็ถูกอัคคีเอ่ยดักคอซะก่อน

“ตอบ ฬานา ถ้าอยากได้งานทำ ก็ต้องตอบคำถามให้ครบทุกข้อ”

“ก็ได้” พีรดารับคำอย่างไม่มีทางเลี่ยง “ฉันยังไม่มีแฟน”

“แล้วถูกจูบครั้งแรกเมื่อไร”

คราวนี้อัคคีเอ่ยถาม โดยไม่ต้องรอให้พีรดาอ่านจากกระดาษที่เขาได้เขียนไว้

พีรดาหน้าตึง อยากชกหน้าคนตรงหน้าซะเหลือเกิน “ฉันยังไม่มีแฟน แล้วจะถูกจูบได้ยังไงกัน”

อัคคียักไหล่ยียวนกับคำตอบที่ยอมรับว่าตนเองพึงพอใจเป็นอย่างมาก

“จะไปรู้รึ! สาวๆ บางคนไม่มีแฟน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เคยถูกจูบ และก็ไม่ได้ความว่าจะไม่เคยมีเซ็ก”

“ฉันไม่เคยทั้งสองอย่างตามที่คุณพูด พอใจหรือยัง”

“อืม...พอใจมาก” อัคคีพยักหน้ารับยิ้มๆ ก่อนจะเอ่ยตอบให้พีรดาคลี่ยิ้มออกมาได้บ้าง

“คุณผ่านการสัมภาษณ์แล้ว เหลือภาคปฏิบัติ ผมจะให้คุณทดลองขี่ม้าของผม ถ้าหากท่าทางในการขึ้นขี่ม้าไม่ดูเก้ๆ กังๆ ไม่ถูกม้าสะบัดตกภายในห้านาที ผมจะรับคุณเข้าทำงาน”

“คุณต้องรับฉันเข้าทำงานแน่นอนค่ะ คุณไฟ”

พีรดาเอ่ยอย่างมั่นอกมั่นใจ แต่กลับถูกอัคคีเยาะเย้ยกลับคืนว่า

“อย่าเพิ่งมั่นใจไป คุณสัตวแพทย์คนสวย”

“แล้วคุณจะได้เห็น”

พีรดาย้ำคำ ก่อนจะเดินตามอัคคีตรงไปหาลุงสน ลุงชาญ ซึ่งกำลังดูแลเจ้าอาชา

ไนยอยู่ตรงสนามหญ้า และเมื่อเดินไปถึง อัคคีก็ออกคำสั่งกับลุงๆ ทั้งสอง

“ลุง ไปเอาเจ้าพยศออกมาเดี๋ยวนี้”

“เอามาทำไมครับ” ลุงชาญเอ่ยถามด้วยความสงสัย

และก็ได้รับคำตอบว่า “ผมจะให้ฬานาทดลองขี่เจ้าพยศ”

คำตอบที่ได้ยินทำเอาลุงๆ ทั้งสองต้องเบิกตาโตด้วยความตกใจ

“ไม่ได้นะครับ...คุณไฟ เจ้าพยศมันพยศสมชื่อ และมันก็ให้คุณไฟขี่มันได้แค่คนเดียวเท่านั้น ขืนให้คุณฬานาไปขึ้นหลังของมัน...มันคงสะบัดคุณฬานาตกแน่ๆ”

ลุงสนร้องโวยวาย ไม่เห็นด้วยกับการทดสอบของอัคคี

“ใช่ครับ มันเอาคุณฬานาตายแน่ ให้คุณฬานาขี่ตัวอื่นเถอะครับ”

ลุงชาญเอ่ยห้ามเพราะเป็นห่วงความปลอดภัยของพีรดา แต่อัคคีกลับไม่ฟังนอกจากย้ำคำสั่งเดิมว่า

ลุง อยากให้คุณฬานาทำงานในฟาร์ไม่ใช่หรือ ถ้ายังงั้นก็ต้องทำตามที่ผมสั่ง”

“ก็ได้ครับ”

ก่อนจะทำตามคำสั่งของอัคคี วิ่งเร็วๆ ตรงไปยังคอกม้า เพื่อนำม้าพันธุ์อเมริกันควอเตอร์ฮอร์ส ซึ่งตัวสูงใหญ่และพยศที่สุดมาให้อัคคี

“เดี๋ยวจะรอดูตอนคุณปลิวตกจากหลังม้า” อัคคีเอ่ยเยาะ คาดเดาว่าจะต้องเป็นเช่นนั้น

รอกระทั่งลุงชาญนำม้าตัวใหญ่สีน้ำตาลสง่างามมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า จึงหันไปบอกกับอัคคีว่า

“อย่าลืมถ่ายรูปตอนฉันขึ้นนั่งบนหลังม้าไว้ด้วยนะคะ”

“แน่นอน ผมจะทำ”

ก็รู้สึกไม่พอใจสักเท่าไร กระนั้นก็หยิบโทรศัพท์ออกมาเพื่อกดถ่ายภาพของพีรดาเก็บไว้ ซึ่งอีกเหตุผลหนึ่งที่อยากถ่ายภาพของหญิงสาวเก็บไว้ ก็เพราะเริ่มชอบหญิงสาวเข้าแล้วนั่นเอง

“ม้าของคุณชื่ออะไรคะ” พีรดาเอ่ยถามขณะก้าวเดินเข้าไปใกล้เจ้าอาชาไนยตัวใหญ่

“พยศ!!!”

อัคคีตอบสั้น ทำเอาพีรดาต้องมองค้อนกับการตั้งชื่อม้าที่ตรงตัวซะเหลือเกิน

“มีชื่อให้ตั้งเยอะแยะทำไมไม่ตั้ง เรียกซะตรงตัวเลย”

ก็เจ้าพยศมันดื้อและพยศสมชื่อ ผมถึงเรียกมันแบบนี้ยังไงล่ะ

“ขอบคุณที่เตือนด้วยความหวังดีค่ะ”

พีรดาคลี่ยิ้มให้กับอัคคีอีกครั้ง ก่อนจะเดินตรงเข้าไปหาเจ้าม้าตัวสีน้ำตาลสง่างาม ซึ่งตัวใหญ่มากจนมิดหัวของเธอเลยทีเดียว

ก็ค่อยๆ เอื้อมมือไปแตะเบาๆ บนแผงลำคอ

กำลังตกงานอยู่ นายช่วยฉันหน่อยนะ

ความเป็นเพื่อนให้กับเจ้าสัตว์สี่เท้า สร้างความคุ้นเคยกับเจ้าพยศอยู่นานเกือบสิบนาที โดยหารู้ไม่ว่าขณะที่ตนเองกำลังพูดคุยกับเจ้าพยศอยู่นั้น

“แปลกชะมัด เจ้าพยศมันยืนนิ่งเฉยราวกับมันฟังคุณฬานารู้เรื่อง” ลุงชาญเอ่ยวิจารณ์

มันไม่แสดงอาการฮึดฮัดให้เห็น ปกติถ้ามีคนแปลกหน้าเข้าไปใกล้ มันก็จะสะบัดตัวและเดินหนี”

“สงสัยมันจะชอบคุณฬานาและยอมให้คุณฬานาขี่ง่ายๆ”

“ไม่มีทางหรอก ลุงชาญ”

แต่กระนั้นเขาก็ไม่อาจปฏิเสธในคำวิจารณ์ของลุงๆ

คุณไฟ ว่าคุณฬานาจะต้องขี่เจ้าพยศได้แน่ๆ” ลุงสนฉีกยิ้มขณะเอ่ยท้า

ลุงสน ผมให้ลุงๆ คนละหมื่นไปเลย ถ้าหากฬานาไม่ถูกเจ้าพยศสะบัดตกจากหลังของมัน”

“เรากำลังจะได้เงินหมื่นแล้วไอ้ชาญ”

ลุงสนฉีกยิ้มหน้าบานขณะหันไปพูดกับเพื่อนรัก ซึ่งพอได้ยินจำนวนเงินพนันก็ถึงกับรีบร้องเชียร์พีรดาในทันที

สู้ๆ คุณฬานาสู้ตาย เอาชนะคุณไฟให้ได้นะครับ” ลุงชาญร้องเชียร์เสียงดัง

พวกลุงๆ อยู่ทีมของคุณฬานาครับ”

“แหม! เจอกันไม่กี่นาที ก็เชียร์ออกนอกหน้าเลยนะ”

รู้สึกโมโหลุงทั้งสองซะจริงๆ ที่ชื่นชอบพีรดาทั้งๆ ที่เพิ่งเจอกัน แต่จะว่าไปแล้ว เขาเองก็ชอบพีรดาไม่แพ้กัน

และเมื่อมั่นใจว่าเจ้าพยศคุ้นเคยกับเธอแล้ว ก็ค่อยๆ ยกเท้าเหยียบบังโกลนม้า ก่อนจะดึงตัวขึ้น พอนั่งบนหลังเจ้าพยศได้

เต้นตุบๆ กลัวว่ามันจะสะบัดเธอตก

“เจ้าพยศ อย่าสะบัดฉันตกนะ”

พีรดาเอ่ยพูดกับเจ้าอาชาไนย พร้อมกับลูบบนแผงคอของมันไม่มีหยุด เมื่อมั่น

ก่อนจะกระทุ้งเท้าใส่สีข้าง ให้เจ้าพยศตะกุยพื้นดินวิ่งทะยานไปรอบๆ สนามหญ้าขนาดใหญ่

“ไปกันเลย เจ้าพยศ”

ก็บังคับให้มันวิ่งเหยาะๆ ก่อนจะยกมือขึ้นโบกสวยงามไม่ต่างจากนางงามที่ได้รับมงกุฎให้กับอัคคีด้วย

“เย้ๆ คุณฬานาทำได้”

ลุงชาญตบมือเสียงดัง กระโดดตัวลอยด้วยความดีใจ ที่พีรดาเอาชนะอัคคีได้อย่างสวยงาม

“เรามีเงินหมื่นอยู่ในมือแล้ว” ลุงสนฉีกยิ้มจนแทบเห็นฟันทุกซี่ ดีใจไม่แพ้กันกับชัยชนะของพีรดา

“ไอ้สน กูบอกแล้วว่าคุณฬานาต้องชนะคุณไฟ”

“เอ่อๆๆ รู้ยังงี้กูวางเงินเดิมพันสักสองหมื่น”

เห็นด้วย สายตายังคงจ้องมองไปยังพีรดาด้วยแววตาชื่นชม และพันธงว่าผู้หญิงคนนี้นี่แหละ เหมาะสมกับอัคคีที่สุด

อัคคีกลับตีหน้าหงิกหน้างอ เพราะแพ้พนันและถูกลุงๆ

“โบกมือให้ราวกับนางงามเลยวุ้ย!”

ทว่ากลับลอบอมยิ้มไม่ให้ใครเห็น ทั้งชื่นชม ทั้งแปลกใจ

‘จะว่าไปฬานาก็น่ารักเหมือนกัน แถมยังเก่งกาจเอาชนะเจ้าพยศได้ด้วย’

เขาต้องแอบชื่นชมอยู่ในใจ ไม่ยังงั้นจะถูกจับได้ว่าเริ่มชอบและถูกอกถูกใจพีรดาเข้าให้แล้ว

“คุณไฟ จีบคุณฬานาเลยครับ เธอเหมาะสมที่จะเป็นนายหญิงของที่นี่มากเลยครับ”

ลุงชาญเข้ามายุส่ง โดยมีเสียงสนับสนุนจากลุงสนอีกคน

“เหมาะมาก ไม่มีใครเหมาะเท่าคุณฬานาอีกแล้ว”

“เชียร์จังเลยนะ”

ก็รีบตีหน้ายักษ์ใส่

คุณไฟ เชื่อหรือยังว่าฉันสามารถขี่ม้าของคุณได้

ยังถูกพีรดาซ้ำรอยอีกคน

“ยอมรับว่าคุณแน่มาก ขนาดลุงสนกับลุงชาญยังถูกเจ้าพยศสะบัดตกมาแล้ว”

“คราวนี้จะรับฉันเข้าทำงานได้หรือยังคะ”

“แน่นอน ผมรับคุณเข้าทำงานเป็นสัตวแพทย์ประจำฟาร์มของผม คุณย้ายมาอยู่ในบ้านหลังนี้ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป”

“เอ่อ...ฉันขอไปกลับระหว่างฟาร์มกับในตัวเมืองได้ไหมคะ” พีรดาเอ่ยต่อรอง แต่มีหรือที่อัคคีจะยอม

แล้วให้เหตุผลว่า

“คุณก็ให้คนงานในฟาร์มไปรับฉันก็ได้นี่ค่ะ”

Bình Luận ()

0/255