พีรดากลับมาถึงฟาร์มของนายไฟอีกครั้งในตอนบ่ายคล้อย และหลังจากนั้นอัคคีก็ให้เธอเข้าไปจัดห้องพัก โดยเลือกห้องภายในบ้านพักหลังใหญ่ได้ตามที่ใจต้องการ กว่าจะจัดห้องและอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อย ก็ถึงเวลามื้อค่ำพอดี

เมื่อเดินออกมาจากห้องพักในตอนเย็น ก็เห็นอัคคีนั่งรออยู่ในห้องรับแขก ซึ่งชายหนุ่มรีบลุกขึ้นยืนในทันทีพร้อมกับเอ่ยบอกว่า

“จัดห้องเรียบร้อยแล้วใช่ไหม เดี๋ยวผมจะพาคุณไปหาคุณพ่อคุณแม่ของผมที่ไร่ธิปรก”

“ค่ะ ฉันจัดห้องเรียบร้อยแล้วค่ะ” พีรดาเอ่ยรับคำ และไม่ทันตั้งตัวก็ถูกอัคคีคว้าข้อมือมากุมไว้ขณะเจ้าตัวเอ่ยบอก

“ถ้ายังงั้นไปกันเลย ตอนนี้ทุกคนกำลังรอคุณอยู่”

พีรดากระตุกมือหนี ไม่เข้าใจว่าทำไมอัคคีถึงชอบจับกุมมือของเธอให้เดินไปด้วยกัน และเมื่ออดใจไม่ไหว ก็เค้นเสียงเอ่ยถามอีกฝ่ายติดห้วนๆ

“นี่คุณ ทำไมต้องจับมือฉันด้วย”

อัคคียักไหล่ใส่ แล้วเอ่ยตอบแบบสั้นๆ เหมือนมะนาวไม่มีน้ำ “ก็ชอบ ถึงได้จับมือคุณไว้”

พีรดาขมวดคิ้วเข้าหากันยุ่ง ฟังคำตอบแล้วมันทะแม่งๆ แปลกๆ แต่ไม่ทันได้เอ่ยถามต่อ ก็ถูกอัคคีซักถามขึ้นมาซะก่อน

“ทำไมคุณถึงมาหางานทำในต่างจังหวัด การเป็นหมอในต่างจังหวัดอาจจะได้เงินเดือนน้อยกว่าในกรุงเทพฯ มาก”

เป็นคำถามที่สร้างความลำบากใจให้กับคนที่ถูกถามยิ่งนัก พีรดานิ่งเงียบไปหลายอึดใจ ก่อนจะเอ่ยโกหกออกมา

“ฉันเบื่อกรุงเทพฯ นะคะ ก็เลยอยากหางานทำในต่างจังหวัด เพื่อจะได้สูดอากาศที่ไร้มลพิษบ้าง”

“อืม...คุณแน่ใจหรือว่าคุณจะอยู่ที่นี่ได้นาน”

“ทำไมหรือคะ”

“ก็ที่นี่ไม่มีผับ บาร์ ไม่มีแสงสีเสียงเหมือนในกรุงเทพฯ ตกค่ำ คุณก็จะได้ยินแค่เสียงจักจั่นเรไร หรือในวันที่ฝนตก คุณก็จะได้ยินแค่เสียงอึ่งอ่างร้องระงมไปทั่วทุ่ง ไม่มีสาวๆ คนไหนเขาชอบฟังเสียงเหล่านี้หรอก”

“ผู้หญิงคนอื่นอาจจะไม่ชอบ แต่นั่นไม่ใช่ฉัน เพราะฉันชอบความเป็นธรรมชาติเหล่านี้มากกว่าหลอดไฟนีออนในกรุงเทพฯ ซะอีก”

“ถ้ายังงั้นผมก็ได้แต่หวังว่าคุณจะอยู่ที่นี่ได้นานๆ”

“ก็ถ้าคุณไม่ไล่ฉันออกซะก่อน ฉันก็มั่นใจว่าจะสามารถอยู่ได้นานจนคุณคาดไม่ถึงเลยค่ะ”

“คุณหมายความว่าอยู่ได้นานตลอดทั้งชีวิตเลยยังงั้นหรือ”

อัคคีหยุดเดิน ดวงตาคมกริบทอดมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวย เผยความรู้สึกบางอย่างให้พีรดาได้เห็นขณะเอ่ยถามเป็นนัยๆ

“ก็อาจจะทั้งชีวิต หากทำงานแล้วสบายกาย สบายใจ ฉันก็ไม่คิดจะไปหางานที่อื่นทำ”

พีรดาไม่รู้เลยว่าคำตอบของตนนั้นสร้างความพึงพอใจให้กับอัคคีเป็นอย่างมาก กระทั่งเอ่ยบอกหญิงสาวด้วยความมั่นใจว่า

“คุณเตรียมย้ายสำมะโนครัวมาอยู่ที่นี่ได้เลย เพราะหลังจากได้ทำงานกับคน

งานในไร่ธิปรก และคนงานในฟาร์มของนายไฟแล้ว คุณจะไม่อยากไปอยู่ที่ไหนอีกเลย”

พีรดาไม่ได้เอ่ยตอบอัคคี เพราะเมื่อเดินตามชายหนุ่มกระทั่งมาถึงหน้าบ้านหลังใหญ่ ที่อีกฝ่ายบอกว่าเป็นบ้านของบิดามารดาของเขา ก็ต้องเบิกตาโตกับความสวยงาม

ซึ่งปลูกดอกไม้จนบานสะพรั่ง พอตกค่ำเปิดแสงไฟสลัวๆ

“บ้านของคุณพ่อคุณแม่คุณน่าอยู่จังเลย”

“ครับ ถ้าคุณอยากมาพักอยู่ที่นี่ก็ได้นะครับ จากไร่ธิปรกเดินไปที่ฟาร์มของผมใช้เวลาไม่เกินสิบนาที”

เมื่อเห็นคนรับใช้ออกมาเมี่ยงมอง พอเห็นเขากับพีรดาเดินมาใกล้ถึงตัวบ้าน

“พ่อเลี้ยงคะ แม่เลี้ยงคะ คุณไฟกับแฟนมาถึงแล้วค่ะ”

และไม่ใช่แค่เพียงอัคคีเท่านั้นที่ได้ยินคำตะโกนบอกของเด็กรับใช้ พีรดาก็ได้ยินเช่นเดียวกัน และเมื่อหันซ้ายมองขวาก็ไม่มีใครเดินคู่กับอัคคีนอกจากเธอเพียงคนเดียว จึงเอ่ยถามชายหนุ่มด้วยความสงสัยว่า

“แฟนของคุณไฟ คงไม่ได้หมายถึงฉันใช่ไหมคะ”

“ไม่รู้เหมือนกันครับ อาจจะใช่หรือไม่ใช่ก็ได้”

ก่อนจะยึดมือเล็กไว้แน่นแล้วพาเดินเข้าไปในตัวบ้าน ณ

และพ่อเลี้ยงธิปรก พอรู้จากลูกชายคนโตว่ามีหญิงสาวมาสมัครงานในฟาร์มของอัคคี และดูหน่วยก้านแล้วน่าจะเป็นเนื้อคู่ของอัคคีแน่นอน ก็อยากเห็นว่าหญิงสาวคนดั่งกล่าว

แม่เลี้ยงรดาเอ่ยถามย้ำกับเด็กรับใช้

และก็ได้ยินเสียงห้าวทุ้มของอัคคีเอ่ยตอบมาว่า “มาถึงแล้วครับ แม่เลี้ยง”

อัคคีเอ่ยตอบขณะเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่น และเมื่อเห็นผู้คนที่นั่งรอเขาอยู่ ก็อดเอ่ยแซวออกมาไม่ได้

“โอ้โห นี่มากันหมดทั้งไร่ เพื่อมารอผมกับฬานาหรือครับ ทั้งลุงสน

“ใช่ๆ ค่ะ ก็คุณน้าอยากเห็นแฟนของคุณไฟนี่คะ”

คู่หมั้นของอัคนี เอ่ยตอบเป็นคนแรก และลุงราม บิดาของธีราดาก็รีบเอ่ยเสริมทัพผู้เป็นภรรยาว่า

มาอวดให้ฟังว่าคุณฬานาเป็นผู้หญิงคนแรกที่ขี่เจ้าพยศได้ จริงหรือเปล่าครับ

อัคคีพยักหน้ารับ พร้อมกับโอดครวญไปในตัวด้วย “จริงครับลุงราม

ไม่ว่าจะเป็นบิดามารดาของเขาเอง รวมทั้งอัคนีและธีราดาด้วย

“ไฟ พาหนูฬานามาให้แม่เลี้ยงกับพ่อเลี้ยงรู้จักสิลูก”

แม่เลี้ยงรดาเอ่ยเรียก พร้อมกับคลี่ยิ้มเอ็นดูให้กับพีรดา

“ครับ แม่เลี้ยง”

แล้วเอ่ยแนะนำว่า

“คุณพ่อ คุณแม่ครับ นี่พีรดา หรือฬานาครับ

พ่อเลี้ยง แม่เลี้ยง ฬานาขอฝากตัวด้วยนะคะ”

ฝากไว้ชั่วชีวิตเลยลูก แม่เลี้ยงยินดีมากๆ เลยจ้ะ”

เอ่ยตอบไปแล้วก็หันมามองหน้าสามีอย่างรู้กันว่า คนนี้นี่แหละ! เนื้อคู่ของอัคคีเลย

“ฬานา นั่นลุงรามกับคุณน้าหนูนา คุณพ่อคุณแม่ของหมามุ่ยครับ”

“สวัสดีค่ะ ลุงราม คุณน้าหนูนา”

และทั้งสองท่านก็รีบรับไหว้กลับคืน ซึ่งอักษราภัคชมเปาะไม่หยุดปาก

ทั้งสวย ทั้งเก่ง

“ขอบคุณค่ะ คุณน้าหนูนา”

พีรดายกมือไหว้ขอบคุณ ยิ้มแห้งๆ กับประโยคแรกของคุณน้าอักษราภัค ขณะ

เดียวกันก็เริ่มงุนงงกับท่าทีของทุกคนว่า ตกลงแล้วให้เธอมาเป็นสัตวแพทย์ประจำฟาร์ม หรือมาเป็นแฟนของอัคคีกันแน่

“แม่เลี้ยงครับ พรุ่งนี้ไปหาฤกษ์แต่งงานให้ผมกับเจ้าไฟเลยนะครับ”

อัคนีเอ่ยบอกหลังจากนั่งฟังอยู่นาน ทำเอาผู้เป็นน้องชายฝาแฝดต้องร้องโวย

วายขึ้นมา

“เฮ้ย! ไอ้พี่เพลิง มันจะเร็วไปหน่อยไหมครับ ผมกับฬานาเพิ่งเจอกันได้ไม่ถึง 24 ชั่วโมงเลย จะให้แม่เลี้ยงหาฤกษ์แต่งงานให้ผมแล้วหรือครับ”

ก่อนจะบอกต่อพร้อมด้วยรอยยิ้มกว้าง “ตอนพ่อเลี้ยงเจอแม่เลี้ยงครั้งแรกก็ตกหลุมรักทันที พ่อบอกกับตัวเองว่า ผู้หญิงคนนี้นี่แหละ ใช่เลย! เธอคือผู้หญิงที่พ่อรอมาทั้งชีวิต

ที่ตกหลุมรักกันตั้งแต่แรกพบ

แม่เลี้ยงรดาพยักพเยิดไปยังบุคคลทั้งสองที่ถูกกล่าวถึง ซึ่งต่างก็นั่งกุมมือกันฉีกยิ้มแป้นหุบไม่ลง

“ลุงรามก็เป็นเหมือนพ่อเลี้ยงหรือครับ”

อัคคีเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ เพราะไม่เคยรู้เรื่องราวความรักของท่านทั้งสองมาก่อน

Bình Luận ()

0/255