จากที่ตั้งใจจุมพิตเพื่อปลอบประโลมและซับน้ำตาให้เหือดแห้ง แต่พอได้สัมผัสกับความหอมรวยระรินของกายสาว และความหวานกำซ่านที่แล่นเข้าสู่หัวใจ อัคคีก็ไม่อาจหักห้ามความต้องการตามที่หัวใจเรียกร้องได้

ริมฝีปากร้อนผะผ่าวมอบจุมพิตวาบหวามบนเรียวปากอวบอิ่ม สอดลิ้นร้อนเข้าไปสำรวจทั่วโพรงปาก และเมื่อสัมผัสได้ว่าพีรดาไม่ประสีประสาในรสสิเน่หา ก็คลี่ยิ้มด้วยความพึงพอใจ พร้อมสำหรับการทำหน้าที่เป็นผู้นำ พร่ำสอนบทเรียนรักให้กับหญิงสาว

พีรดาต้องมนต์ไปกับรสสวาท ตกอยู่ในภวังค์ของความหวานฉ่ำ หัวสมองลอยเคล้งไปกับบทเรียนที่อัคคีกำลังมอบให้ พอชายหนุ่มสอดลิ้นร้อนเข้าหา ก็เผยอปากออกด้วยความเต็มใจ มือเล็กยกขึ้นโอบกอดไปรอบลำคอ เอนร่างเข้าหากายกำยำอย่างไม่อาจหักห้ามไว้ได้

“ฬานา...”

อัคคีพึมพำเรียกชิดกับเรียวปากอิ่ม แม้จะไม่ได้เอ่ยบอกรักผ่านถ้อยวาจา กระนั้นดวงตาคมกริบก็เผยความรักภักดีให้เห็นหมดหัวใจ

พีรดารับรู้ถึงภาษากายที่อัคคีพร่ำบอก ร่างบางเอนตัวลงนอนบนเตียงตามแรงประคองของร่างใหญ่ เมื่อชายหนุ่มมอบจุมพิตวาบหวามให้อีกครั้ง ก็เผยอปากรอรับ และเริ่มเรียนรู้ในบทเรียนรักไปพร้อมๆ กัน

อัคคีค่อยๆ ปลดเสื้อผ้าของตนและพีรดาออกอย่างใจเย็น จากนั้นก็มอบจุมพิตหวานตั้งแต่หน้าผากมน ประทับจุมพิตบางเบาราวกับขนนกบนเปลือกตาทั้งสอง ก่อนจะไล่จุมพิตผ่านจมูกเล็กโด่งเป็นสัน และมอบความเร่าร้อนดูดดื่มบนเรียวปากอิ่ม ที่ช่างแสนหวานยิ่งนัก

ด้วยรู้ว่าพีรดาไม่เคยต้องชายใดมาก่อน และยังอ่อนหัดต่อบทเรียนรัก อัคคีจึงใจ

เย็น มอบจุมพิตประเล้าประโลมทั่วเรือนร่างอรชร ทุกนาทีที่กอดจูบ ทุกครั้งที่มอบแก่นกายเร่าร้อนเข้าสู่ดอกไม้หวาน เต็มไปด้วยความดื่มด่ำ และบอกให้พีรดารู้ว่าเขารักเธอมากเพียงใด

และเมื่อเพลงสวาทบรรเลงถึงบทสุดท้าย อัคคีก็สวมกอดร่างหอมละมุนไว้แน่นกดโจนจ้วงมอบแก่นกายเข้าออกรัวเร็ว กระทั่งจับจูงกันและกันให้โผทะยานเข้าสู่ความหฤหรรษ์หรรษาอันแสนหวานฉ่ำอย่างไม่มีสิ่งใดมาเปรียบได้

อัคคีสวมกอดร่างบางไว้แนบแน่น หลังจากพายุสวาทได้สงบลงแล้ว ชายหนุ่มเกยคางกับลาดไหล่เปล่าเปลือย พร้อมกับกดจุมพิตคลอเคลียไม่มีห่าง มือใหญ่ทั้งสองโอบกอดรอบเอว พึมพำเอ่ยบอกเสียงทุ้มนุ่มนวล

“ฬานา...สิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างเราสองคน มันไม่ใช่อารมณ์ชั่ววูบ แต่มันเกิดจากความรักที่ผมมีให้กับคุณ”

พีรดาเม้มริมฝีปาก หลุบสายตาลงมองสองมือใหญ่ที่โอบกอดและประสานกันอยู่บนหน้าท้องของเธอ ก่อนจะเอ่ยค้านเสียงแผ่วเบา

“จะเป็นไปได้หรือคะที่คุณจะรักฉัน ในเมื่อเราเพิ่งเจอกันได้แค่ไม่กี่สัปดาห์เท่านั้นเอง คุณรักฉันเร็วถึงเพียงนั้นเลยหรือคะ”

อัคคีผละใบหน้าออกจากลาดไหล่นุ่มเนียน พลางจับยึดร่างบางให้หันมามองสบตากัน เผยความรักผ่านดวงตาทั้งคู่ขณะเอ่ยจากส่วนลึกของหัวใจ

“ความรัก ไม่มีคำว่าช้าหรือเร็วหรอกครับ ขอแค่เพียงใจเราตรงกันและรักกัน เท่านั้นก็เพียงพอแล้วครับ”

“แต่...”

“คุณจำคำพูดของคุณพ่อผมได้ไหมครับ”

อัคคีเอ่ยถามก่อนพีรดาจะค้านออกมา พอหญิงสาวพยักหน้ารับ ก็คลี่ยิ้มให้

แล้วเอ่ยย้ำถึงความรักที่บิดามารดาของตนได้มอบให้แก่กันและกัน

“คุณพ่อรักคุณแม่ตั้งแรกพบ หลังจากนั้นท่านก็มอบหัวใจให้กับคุณแม่แค่เพียงคนเดียว ตั้งแต่จำความได้ ผมไม่เคยเห็นคุณพ่อนอกใจคุณแม่แม้แต่ครั้งเดียว ดวงตาของท่านมองคุณแม่ด้วยความรัก ไม่ว่ากี่ปีผ่านไป ท่านก็มองคุณแม่ด้วยแววตาเช่นเดิมเหมือนแรกพบ ซึ่งผมก็เป็นลูกไม้ที่หล่นไม่ไกลต้น หากปักใจรักใครแล้ว ผมก็จะมอบหัวใจให้กับเธอผู้นั้นเพียงคนเดียว”

อัคคีหยุดพูดชั่วขณะ ก่อนจะจับมือเล็กทั้งสองมาจรดริมฝีปาก ทอดมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวย แล้วเอ่ยบอกเสียงอ่อนโยน

“ผมรักคุณ ฬานา...วันแรกที่คุณมาสมัครงาน ผมนึกชอบคุณ และหากไม่ชอบ ไม่ถูกชะตากับคุณ ผมไม่มีทางรับคุณเข้าทำงานด้วยแน่ เมื่อได้อยู่ใกล้ชิดคุณ ยิ่งทำให้ผมชอบคุณ กระทั่งแปรเปลี่ยนมาเป็นความรัก ได้โปรด...ฬานา ไม่ต้องสงสัยในความรักของผม อย่าใช้เวลามาเป็นตัวท้วงติง ขอให้คุณรู้และมั่นใจว่าผมจะรักและมอบหัวใจให้กับคุณแค่เพียงคนเดียวเท่านั้น”

“ฉัน...ฉันยังตั้งตัวไม่ติดเลยค่ะ ที่จู่ๆ ก็ถูกคุณบอกรัก”

ยอมรับว่าตกใจและคาดไม่ถึง ว่าอัคคีจะรักเธอเช่นเดียวกัน

และด้วยอดใจไม่ไหว จึงกดจุมพิตเร่าร้อนลงบนเรียวปากอิ่มอันแสนหวานฉ่ำ ตักตวงความหวานจนเป็นที่พอใจแล้วจึงผละริมฝีปากออก

นับตั้งแต่วินาทีแรกที่ผมรับคุณเข้าทำงานแล้ว และตอนนี้คุณเป็นดั่งชีวิตและลมหายใจของผม คุณกำลังเจอปัญหาใหญ่ ซึ่งแน่นอนว่าผมไม่มีทางให้คุณต้องเจอกับปัญหานี้แค่เพียงลำพัง

แต่งงานกับเขา”

คราวนี้พีรดาถึงกับเบิกตากว้าง งุนงงว่าอัคคีรู้เรื่องที่เธอสนทนากับมารดาได้อย่างไรกัน

“เอ่อ...คุณไฟรู้เรื่องนี้มาจากไหนคะ”

โทรศัพท์ในบ้านพ่วงเข้าหากันทุกเครื่อง

สีหน้าเต็มไปด้วยความทุกข์กังวล

“ฉันถูกคุณแม่บังคับให้แต่งงานกับคุณเมธัส ทางครอบครัวของเขาเสนอว่าหากฉันแต่งงานกับลูกชายของเขา ก็จะสร้างโรงพยาบาลสัตว์ให้ฉัน เพื่อเป็นสินสอดในการแต่งงานครั้งนี้”

และหนีมาหางานทำที่นี่ใช่ไหมครับ” อัคคีเอ่ยคาดเดา

แต่เมื่อได้ยินคุณพ่อกับคุณแม่พูดกันว่าได้เอาเงินของคุณเมธัสมาถึงสี่ล้านบาท ฉันเลยทำตัวเป็นลูกอกตัญญูหนีออกจากบ้าน

“เพราะคุณรู้ว่าเมธัสเป็นคนยังไง คุณถึงไม่ต้องการแต่งงานกับเขา”

เขาเป็นเสือผู้หญิง เปลี่ยนผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า บางเดือนก็จัดปาร์ตี้มั่วยา มั่วผู้หญิง

หากคุณแต่งงานกับเมธัส

“เพราะเหตุนี้ฉันถึงหนีออกจากบ้าน และก็รู้สึกผิดที่ปล่อยให้คุณพ่อกับคุณแม่ต้องเป็นทุกข์กับเรื่องนี้”

อัคคีประคองใบหน้างามติดหมองเศร้าไว้ด้วยมือทั้งสอง กดจุมพิตหนักๆ บนเรียวปากอิ่มพร้อมกับเอ่ยปลอบประโลม

และผมจำได้ว่า คุณแม่คุณบอกว่าเอาเงินไปเล่นในคาสิโนหมดแล้ว”

พีรดาก้มหน้างุด รู้สึกละอายกับสิ่งที่อัคคีได้ยิน บิดามารดาของเธอเป็นผีพนันกระทั่งขายลูกทางอ้อม

“ค่ะ เหมือนที่คุณไฟได้ยินค่ะ”

อัคคีเชยใบหน้าหมองเศร้าให้มองสบตากัน พลางเอ่ยบอกถึงแผนการที่ผุดขึ้นในหัว หลังจากได้ดักฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้น

“ไม่ต้องห่วงเรื่องเงินสี่ล้านนะครับ เดี๋ยวผมจัดการกับเรื่องนี้เอง”

“แต่...”

และอัคคีก็ปิดกั้นน้ำเสียงที่กำลังจะหลุดออกมาด้วยริมฝีปากร้อนผะผ่าวของเขา กระทั่งพีรดานิ่งเงียบอยู่ในอ้อมแขนแล้วจึงผละริมฝีปากออก

แม่เลี้ยงก่อน ผมต้องการบอกให้ท่านทราบว่าตอนนี้คุณเป็นสะใภ้เล็กของตระกูลวัจนากาญจ์แล้ว และให้ท่านหาฤกษ์แต่งงานของเรากับเจ้าเพลิงและหมามุ่ยให้เร็วที่สุด

พีรดาถึงกับน้ำตาซึมหลังจากได้ยินแผนการที่อัคคีเอ่ยบอก หญิงสาวยกมือไหว้ขอบคุณสำหรับสิ่งที่ชายหนุ่มกำลังจะช่วยแก้ไขปัญหาให้กับเธอ

คุณไฟ ถ้าเป็นไปได้ ฉันอยากให้คุณพ่อคุณแม่มาอยู่ที่นี่ด้วย

มีห้องว่างอีกตั้งหลายห้อง

ถ้าท่านยอมมาอยู่ที่ฟาร์ม ให้ท่านพักให้บ้านหลังนี้นี่แหละค่ะ คุณจะได้ไม่ต้องสิ้นเปลืองด้วย”

“ไม่สิ้นเปลืองหรอกครับ ขอแค่เพียงท่านเอ่ยปาก ผมก็พร้อมทำให้ในทันที”

อัคคีเอ่ยยิ้มๆ สวมกอดร่างบางหอมละมุนไว้แนบแน่น ยิ่งพีรดาตกเป็นของตนเองแล้ว

“ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องเงินที่คุณพ่อคุณแม่คุณไปเอามาจากเมธัส ผมจะจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยเอง

“ค่ะ คุณไฟ” พีรดารับคำ

“อืม...ยิ้มหวานๆ และจูบผมสักฟอดใหญ่ได้ไหมครับ”

พีรดาเอ่ยตอบพร้อมกับหน้าแดงซ่าน ทว่าไม่ทันได้ทำตามที่อัคคีร้องขอ

กริ๊งๆๆ

“สงสัยแม่เลี้ยงโทร.มาแน่ๆ เลย เพราะไม่เห็นเราสองคนไปกินข้าวกับท่าน”

อัคคีเอ่ยคาดเดา พอหยิบโทรศัพท์ออกมามาดูหมายเลขที่โทร.เข้า ก็เป็นเช่นดั่งที่พูดไม่มีผิด

“สวัสดีครับ แม่เลี้ยง”

อัคคีกดเปิดลำโพงเพื่อให้พีรดาได้ยินด้วย จากนั้นก็เอ่ยทักทายมารดาพร้อมกับ

Bình Luận ()

0/255