หลังจากส่งมอบเจ้าอาชาไนยราคาแพง ให้กับลูกค้าที่ติดต่อซื้อขายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อัคคีก็พาพีรดาเดินทอดน่องจากฟาร์มของตน เพื่อไปรับประทานมื้อเที่ยงกับบิดามารดาที่ไร่ธิปรก

เมื่อเดินมาถึงที่บ้าน ก็เป็นเวลามื้อกลางวันพอดี ซึ่งตอนนี้ทุกคนรอแค่เพียงเขากับพีรดาเท่านั้น

“มาแล้วหรือลูก มาๆ มานั่งตรงนี้ ให้แม่สัมภาษณ์หน่อย”

แม่เลี้ยงรดากวักมือเรียกให้สะใภ้เล็กมานั่งใกล้ตนเอง ซึ่งพีรดาก็ทำตามแต่โดยดี

อัคคีปล่อยมือของพีรดาเพื่อให้หญิงสาวไปนั่งใกล้กับมารดาของตน ส่วนตัวเขานั้นนั่งลงใกล้ๆ กับพี่ชาย พร้อมกับเอ่ยถามแกมแสร้งเหน็บแนมว่า

“นี่ เจ้าเพลิง งานการไม่มีทำหรือยังไงกัน ถึงกลับบ้านแต่หัววัน”

“ไอ้บ้า! พูดยังกับที่ทำงานของพี่อยู่ไกลนัก แค่ไร่ส้มกับบ้าน เดินไม่ถึงยี่สิบนาทีก็ถึงแล้ว อีกอย่างตอนนี้มันเป็นเวลากินข้าวเที่ยง นายจะไม่ให้พี่กลับมากินข้าวเลยหรือยังไงกัน” อัคนีตอบกลับรัวเป็นชุดใหญ่

และอัคคีก็ยังไม่เลิกเหน็บพี่ชายต่อ “แล้วทำไมไม่ไปกินข้าวกับหมามุ่ย ปกติก็ไปกับข้าวเที่ยงกับหมามุ่ยไม่ใช่หรือ”

“อืม...ใช่ แต่วันนี้ต้องงดสักวัน เพราะอยากรอดูว่าแม่เลี้ยงจะให้แหวนเพชรกับนายเม็ดเป้งขนาดไหน เพื่อเอามาหมั้นกับฬานา”

อัคนีเอ่ยบอกไม่ตรงกับความเป็นจริงเอาซะเลย เพราะจริงๆ แล้ววันนี้คู่หมั้นของเขาติดเลี้ยงมื้อกลางวันกับลูกค้า เขาจึงต้องอยู่กินข้าวเที่ยงที่บ้านแทน แต่ก็แสร้งพูดถึงเรื่องแหวนเพชร เพื่อให้น้องชายด่าเล่นก็เท่านั้นเอง

อัคคีรู้ว่าพี่ชายไม่ได้จริงจังกับเรื่องแหวนเพชร ที่มารดาจะให้เขาหมั้นกับพีรดา แต่กระนั้นก็ยังคงเล่นไปกับตามน้ำเพื่อความสนุกสนาน

“น่าจะเม็ดใหญ่กว่าที่นายสวมให้กับหมามุ่ย เดี๋ยวพอนายกลับไปทำงานแล้ว เราจะอ้อนให้พ่อเลี้ยงยกสมบัติให้ลูกของเรา ตอนนี้น่าจะมาเกิดในท้องของฬานาแล้ว”

“เฮ้ย! อะไรจะรวดเร็วปานนั้น เพิ่งทำแต้มไปเมื่อคืนเอง เจ้าไฟจูเนียร์ไม่มาเกิดเร็วขนาดนั้นหรอกน่า...”

“ว่าไม่ได้นะไอ้พี่ชาย แค่คืนเดียวเจ้าไฟจูเนียร์ก็อาจจะมาเกิดแล้ว และที่รู้ๆคือ พี่ไม่มีทางตามผมทัน เพราะขืนแอบปีนเข้าห้องของหมามุ่ยก่อนแต่งงาน คงได้กินลูกตะกั่วจากลุงรามแน่ๆ”

“ไม่ใช่แค่ลุงรามนะเว้ย มีอีกสองทหารเสือที่คอยเฝ้าหมามุ่ยด้วย”

คำตอบของอัคนีทำเอาทุกคนต้องหัวเราะออกมาด้วยความขบขำ และแม่เลี้ยง

รดาก็เอ่ยแทรก ก่อนที่สองพี่น้องจะงัดข้อกันไปเนิ่นนานกว่านี้

แต่คงได้ฤกษ์อีกหลายสัปดาห์กว่าจะแต่งงานได้ ระหว่างนี้แม่จะให้ไฟสวมแหวนให้กับฬานาก่อน

ฬานารู้ว่าพ่อกับแม่เต็มใจและยินดีต้อนรับฬานาเป็นสะใภ้เล็ก เป็นลูกสาวของพ่อและแม่อีกคน”

“ไฟ มารับแหวนไปจากแม่สิลูก”

พ่อเลี้ยงธิปรกเอ่ยบอกลูกชายคนเล็ก ซึ่งรีบนั่งคุกเข่ากับพื้นพรม เดินเข่ามายกมือไหว้และรับแหวนไปจากมารดา

“ไฟกราบขอบพระคุณคุณพ่อ คุณแม่มากครับ”

อัคคีกราบลงไปบนหน้าตักของบิดามารดา จากนั้นก็หันไปคลี่ยิ้มให้กับพีรดา ซึ่งได้เคลื่อนตัวลงมานั่งบนพื้นพรมใกล้ๆ กับเขาแล้ว

อัคคีก็ไม่ลืมแกล้งพี่ชายเล่น ด้วยการชูแหวนเพชรให้พี่ชายดู พร้อมกับเอ่ยสัพยอกว่า

“เพชรเม็ดเป้งเลย ไอ้พี่เพลิง”

รีบสวมแหวนให้ฬานาได้แล้ว

“ขอบคุณครับ ไอ้พี่ชาย”

อัคคีเอ่ยตอบพร้อมด้วยรอยยิ้มกว้าง จากนั้นก็จับมือเล็กทั้งสองของพีรดามาจรดริมฝีปาก เอ่ยบอกรักด้วยน้ำเสียงอบอุ่นให้หญิงสาวต้องน้ำตาซึม

ฬานา

พีรดายิ้มหวานทั้งน้ำตาเอ่อคลอเบ้า แม้ไม่ได้เอ่ยบอกรักกลับคืน ทว่า...ดวงตาคู่สวยที่ทอดมองสบตากับอัคคี

เมื่ออัคคีสวมแหวนหมั้นให้เรียบร้อยแล้ว พีรดาก็ยกมือไหว้ขอบคุณคู่หมั้นป้ายแดง

“ฬานากราบขอบพระคุณที่พ่อเลี้ยงและแม่เลี้ยงเอ็นดูเมตตาฬานา...ฬานาไม่รู้จะพูดอะไร ตอนนี้ตื้นตันใจไปหมดเลยค่ะ”

โดยไม่ลืมยกมือปาดน้ำตาตรงหางตาของตนเองด้วย

มีเจ้าไฟจูเนียร์ให้พ่อเลี้ยงกับแม่เลี้ยงเร็วๆ พ่อเบื่อทำไร่ทำสวนแล้ว อยากอยู่เลี้ยงหลานเหมือนคนอื่นบ้าง”

“นั่นนะสิ แม่เลี้ยงก็อยากเลี้ยงหลานแล้ว

ว่าที่คุณปู่คุณย่าต่างก็เอ่ยบอกและยิ้มอย่างมีความสุข เมื่อพูดถึงหลานๆ ที่กำลังจะถือกำเนิดมาให้ท่านทั้งสองได้เลี้ยงดู

อยากพูดถึงเรื่องงานแต่งงานของตนและพี่ชาย

“คุณพ่อ คุณแม่ครับ ผมอยากรบกวนให้คุณพ่อช่วย...”

“คุณไฟครับ”

ก็มีเสียงของลุงชาญเอ่ยเรียกดังมาจากประตูหน้าบ้าน ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินเข้ามาอย่างรีบเร่ง

“มีอะไรหรือเปล่าครับ ลุงชาญ”

“ครับ คุณไฟ”

Bình Luận ()

0/255