หลังจากได้รับความช่วยเหลืออย่างจริงใจจากครอบครัวของอัคคี บิดามารดาของพีรดาก็เกิดความละอายใจ เอ่ยขอโทษทุกคน โดยเฉพาะพ่อเลี้ยงธิปรก

“เอ่อ...เราสองคนขอโทษ ที่มาทำให้พ่อเลี้ยงและครอบครัวต้องเดือดร้อน”

“ไม่เป็นไรค่ะ ตอนนี้ฬานาเป็นลูกสะใภ้ เป็นลูกสาวของพวกเราอีกคน ดิฉันและพ่อเลี้ยงต้องดูแลฬานาให้ดีที่สุดค่ะ”

แม่เลี้ยงรดาเอ่ยยิ้มๆ จากนั้นก็สะกิดให้อัคคีทำในสิ่งที่ควรทำ

“ไฟ”

“ครับ คุณแม่”

อัคคีคลี่ยิ้มขณะรับคำ รู้ว่าตนเองต้องทำอย่างไร จากนั้นก็เดินเข่าเข้าไปนั่งใกล้ๆ กับบิดามารดาของพีรดา ก่อนจะกราบลงไปบนหัวเข่าของท่านทั้งสอง

“คุณพ่อ คุณแม่ครับ ตอนนี้ฬานาเป็นภรรยาของผมแล้ว และก่อนหน้านี้ไม่กี่สิบนาที คุณแม่ได้ให้แหวน เพื่อให้ผมหมั้นกับฬานา ซึ่งผมตั้งใจว่าในวันพรุ่งนี้ จะพาคุณพ่อ คุณแม่เดินทางไปกรุงเทพฯ เพื่อสู่ขอฬานาให้ถูกตามประเพณี แต่ในเมื่อคุณพ่อ คุณแม่มาอยู่ตรงนี้แล้ว ผมขออนุญาตแต่งงานกับฬานา ผมสัญญาด้วยเกียรติว่าจะรักและดูแลฬานาให้ดีที่สุดครับ”

บุพการีทั้งสองท่านของพีรดายกมือรับไหว้อัคคี ก่อนที่อมลจะตบเบาๆ บนบ่ากว้างของลูกเขยป้ายแดง เอ่ยบอกจากใจจริงแกมสำนึกผิด

“พ่อเชื่อในคำสัญญาของคุณไฟ ในขณะที่พ่อและแม่สร้างปัญหาให้กับฬานา แต่คุณไฟกับครอบครัวกลับช่วยแก้ไขปัญหา ทั้งๆ ที่ไม่ใช่เรื่องของคุณไฟ นาทีพ่อรู้แล้วว่าคงไม่มีผู้ชายคนไหนที่จะดูแลฬานาได้ดีเท่ากับคุณไฟ”

สรุตามองลูกสาวด้วยแววตาเสียใจ พอทุกอย่างจบลง อารมณ์เครียดเรื่องจะถูกยึดบ้านได้จางหายไป ก็รู้สึกเสียใจที่ตนเองได้ทำรุนแรงกับลูกสาว

“ฬานา มาหาแม่สิ”

“ค่ะ คุณแม่”

พีรดาเดินเข่าเข้าไปหามารดา ก่อนจะถูกท่านรวบตัวไปสวมกอดไว้แน่น พร้อมกับเอ่ยขอโทษเสียงสั่นเครือ

“แม่ขอโทษที่ทำร้ายฬานา”

“ไม่เป็นไรค่ะ ฬานาไม่โกรธคุณแม่ค่ะ แต่ฬานาอยากขอร้องให้คุณพ่อคุณแม่เลิกเล่นการพนัน เลิกไปคาสิโนจะได้ไหมคะ”

ทำเอาทั้งสองท่านนึกอับอายพ่อเลี้ยงธิปรกและแม่เลี้ยงรดา

“ถ้าไม่มีห่วงที่กรุงเทพฯ คุณพ่อ คุณแม่มาอยู่กับฬานาที่ฟาร์มของเราไหมครับ

บ้านหลังนี้ใหญ่โต อยู่ร่วมกันอีกสี่ห้าคนได้สบายๆ

แม่เลี้ยงรดาเอ่ยชวนจากใจจริง คลี่ยิ้มหวานให้ในตลอดเวลาที่พูดกับบุพการีของพีรดา

สรุตาหันมองหน้าสามีราวกับต้องการปรึกษากัน และอมลก็เอ่ยตอบแทนภรรยาอย่างตัดสินใจดีแล้ว

และคุณไฟไม่ต้องสร้างบ้านหลังใหม่ให้เปลืองเงินหรอก พ่อกับแม่อยู่บ้านของคุณไฟได้

โตกว่าบ้านของพ่อที่กรุงเทพฯ ซะอีก”

“ถ้ายังงั้นวันไหนว่างๆ ก็มาเล่นหมากรุกกับผมและคนงานในไร่นะครับ”

พ่อเลี้ยงธิปรกเอ่ยชวน

“ได้เลยครับพ่อเลี้ยง ผมไม่ได้เล่นหมากรุกนานแล้ว

ที่ไร่ของเรามีคนงานเล่นหมากรุกเก่งหลายคน คุณอมลจะได้ลับฝีมือกับพวกเขา

คำพูดของพ่อเลี้ยงธิปรกเรียกเสียงหัวเราะร่วนได้จากอมล

และก่อนทุกคนจะได้พูดคุยกันต่อ ก็เห็นอัคนีและสามทหารเสือเดินเรียงแถวกันเข้ามาในห้องนั่งเล่น แต่ละคนดวงตาแพรวพราว ฉีกยิ้มกันหน้าบานจนพ่อเลี้ยงธิปรกต้องเอ่ยถามด้วยความอยากรู้ระคนสงสัย

พาลูกทีมไปทำอะไรมา ทำไมถึงยิ้มหน้าบานหุบไม่ลง”

อัคนีไม่เอ่ยตอบบิดา แต่พยักพเยิดให้ลุงรามเป็นฝ่ายตอบแทน

“พวกเราเพิ่งกลับมาจากแก้แค้นให้กับคุณฬานาครับ”

“ด้วยวิธีไหน”

หันมามองสบตากับผู้เป็นภรรยา แล้วต่างก็อมยิ้มให้แก่กัน นั่นเป็นเพราะไม่เคยลืมวีรกรรมที่สามทหารเสือเคยทำเช่นนี้มาก่อนในอดีต เพื่อเป็นการแก้แค้นให้กับแม่เลี้ยงรดา

คราวนี้ลุงชาญเป็นฝ่ายเอ่ยตอบบ้าง “ก็วิธีเดียวกันที่เคยแก้แค้นให้กับแม่เลี้ยงครับ”

พีรดาและบุพการีทั้งสองยิ่งนัก

“ลุงแก้แค้นให้ฬานายังไงครับ” อัคคีเอ่ยถาม

และลุงสนก็ฉีกยิ้มแป้นเอ่ยตอบติดเสียงเหี้ยมว่า “ลุงก็เอาตะปูเรือใบไปโรยบนถนน พอรถของไอ้หน้าตี๋คนนั้นขับผ่านมาก็เละ!”

Bình Luận ()

0/255