love with plight เป็นหญิงชู้ของฉันไหม

บทที่ 25 แย่งชิงอาหาร

บทที่ 25 แย่งชิงอาหาร

ยกของวางไว้ในรถเรียบร้อย หยางหยิงหยิงนึกได้ว่าตัวเองยังไม่มีเสื้อผ้าใส่

“เอ่อ ศาสตราจารย์คะ คุณกลับไปก่อน ฉันจะไปที่ซุ้มสักหน่อย” หยางหยิงหยิงบอกให้ซูเซิ่งเจกลับไปก่อน

“ซุ้ม อะไรคือซุ้ม?” ซูเซิ่งเจไม่เคยได้ยินคำนามนี้มาก่อน

“ก็คือที่ขายเสื้อผ้า เสื้อผ้าของฉันถูกคุณฉีกไปเยอะแล้ว ฉันจะไปซื้อสักสองสามตัว” หยางหยิงหยิง อธิบาย

“คุณยังจะซื้อเสื้อผ้าอะไรอีก หรือว่าเสื้อผ้าที่ผมซื้อให้พวกนั้นคุณไม่ชอบ” พวกนั้นเป็นแบรนด์เนมทั้งนั้น ส่วนใหญ่เป็นแบบลิมิเต็ด

“ความหมายของคุณคือ เสื้อผ้าที่อยู่ในตู้เป็นของฉัน เป็นของฉันทั้งหมด?” เสื้อผ้าพวกนี้ชิ้นเล็กๆน้อยๆราคาก็ทำให้คนต้องตกใจจนพูดไม่ออกได้เลย เธอจะกล้าใส่ไปทำงานที่บริษัทได้ยังไง

“ใช่สิ ผมให้เลขาซื้อให้คุณ กระเป๋าและรองเท้าก็ให้คุณใส่คู่กัน หรือว่าคุณยังไม่ชอบ ถ้ายังไม่ชอบงั้นไปซื้อใหม่อีกสักกี่ตัว ผมไปกับคุณ” ซูเซิ่งเจคิดว่าเธอคงไม่ชอบเสื้อผ้าพวกนั้น

“ฉันชอบมาก แต่ว่ามันแพงไป ฉันไม่กล้าใส่ไปบริษัท” ตอนเย็นยังต้องไปตั้งแผงขายของ มีใครเคยเห็นคนใส่กุชชีกับชาเนลไปยืนขายผัดกุ้งมังกรที่แผงกัน

“ก็ไม่เป็นไรหนิ คุณไม่พูดพวกเขาก็ไม่รู้” ได้ยินหยางหยิงหยิงบอกว่าชอบ ความมั่นใจของซูเซิ่งเจก็แทบระเบิด คุณคิดว่าคนเขาโง่หรือไง แต่หยางหยิงหยิง ก็ไม่กล้าพูด

“คุณภาพเป็นไปตามราคา เสื้อผ้าพวกนั้นคุณภาพดีขนาดนั้น พวกเขาดูออก” หยางหยิงหยิงยกมือขึ้นดูเวลา ตอนนี้สิบโมงแล้ว ไปตอนนี้ก็กลับมาทำอาหารเที่ยงไม่ทัน

“ช่างเถอะ ไม่ไปแล้ว ฉันยังต้องกลับไปทำกับข้าว เดี๋ยวตอนเย็นฉันไปซื้อที่ตลอดกลางคืนก็ได้” หยางหยิงหยิงเร่งรัดให้ซูเซิ่งเจกลับ

ได้ยินว่าหยางหยิงหยิงรีบกลับไปทำกับข้าวให้ตัวเอง หัวใจของซูเซิ่งเจรู้สึกดี แทบจะลอยขึ้นมาได้

ตอนเย็นผมไปตลาดกลางคืนกับคุณ” ซูเซิ่งเจพยักหน้า

ทั้งคู่ขับรถที่ยัดจนเต็มกลับมา คฤหาสน์หลังใหญ่มีเพียงพวกเขาสองคน

หยางหยิงหยิงก็คิดซะว่าตัวเองได้เป็นสาวงามที่ถูกซ่อนเอาไว้ก็แล้วกัน ถ้าซูเซิ่งเจอยู่บ้านคนเดียวคงต้องมีสาวใช้มากมายคอยปรนนิบัติ ที่นี่ คงเป็นเพียงที่พักชั่วคราวของเขา

เก็บของเข้าไปทั้งหมดแล้ว หยางหยิงหยิงก็เริ่มทำกับข้าว

ให้ซูเซิ่งเจทำงาน เธอคงปวดหัวตาย

ผู้หญิงที่สองปีก่อนทำอะไรไม่เป็น ตอนนี้กลับกลายมาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านงานครัวซะแล้ว

คฤหาสน์หลังนี้เป็นที่ที่เขารอคอยเธอ ห้องครัวนี้มีเงาของเธอที่กำลังวุ่นวาย

ท่าทางของหยางหยิงหยิงนั้นรวดเร็ว ไม่นานก็ทำกับข้าวออกมาได้สามอย่างพร้อมอีกหนึ่งซุป

ซูเซิ่งเจช่วยเธอยกกับข้าว หยิบถ้วยหยิบตะเกียบ

“ศาสตราจารย์ คุณชิมดูก่อน รสชาติเป็นยังไง?” หยางหยิงหยิงยื่นตะเกียบให้ซูเซิ่งเจ

ซูเซิ่งเจรับตะเกียบมา ชิมต้มเนื้อวัว เผ็ด แต่อร่อยมาก

ชิมปีกไก่โคล่าอีก มันฝรั่งซอยดอง ไม่เจอกันสองปี ฝีมือการทำอาหารของเธอดีมากจริงๆ

ดื่มน้ำซุปแกงฟักเขียวกุ้ง ความอยากอาหารของซูเซิ่งเจนั่นได้ถูกดึงดูดแล้ว

ฉันยังไม่ได้ทานเลย” เห็นท่าทางสง่างามของเขา

แต่แขนของเธอไม่ยาวเหมือนซูเซิ่งเจ ท่าทางก็ไม่เร็วเหมือนเขา ดวงตามองข้าวของเธอที่ยังทานไม่หมด

หยางหยิงหยิงจึงวางตะเกียบเสียเลย มองซูเซิ่งเจทาน

“ทำไมไม่แย่งแล้วล่ะ” หยางหยิงหยิงถอยออกจากสนามรบ ซูเซิ่งเจก็รู้สึกว่าไม่สนุกแล้ว เขาชอบท่าทางจดจ่อจะแย่งของของเธอ

“ไม่มีแล้วจะแย่งอะไรล่ะ” หยางหยิงหยิงขัดเคือง ซูเซิ่งเจก็เจริญอาหารเกินไปหรือเปล่า อาหารตั้งเยอะถูกเขาทานจนหมดแล้ว

ซูเซิ่งเจมองไปบนโต๊ะ ดูเหมือนจะไม่มีอาหารอะไรแล้ว นี่จะโทษเขาก็ไม่ได้ ใครใช้ให้เธอทำกับข้าวอร่อยแบบนี้ล่ะ?

ผมไม่แย่งกับคุณแล้ว คุณค่อยๆทาน”

เมื่อสักครู่มัวแต่แย่งอาหารกับหยางหยิงหยิง รู้สึกสนุก ไม่ได้สนใจว่าท้องของตัวเองใกล้จะแตกแล้ว

หยางหยิงหยิงชูนิ้วกลางตามหลังซูเซิ่งเจ ทำหน้าตาน่ารังเกียจ

ไม่แย่งกับฉันแล้ว นี่นอกจากผักและน้ำซุปก็ไม่เหลืออะไรแล้ว ก็ไม่ต้องแย่งแล้วสิ

Bình Luận ()

0/255