love with plight เป็นหญิงชู้ของฉันไหม

บทที่ 31 สวนของ ซูเซิ่งเจ

บทที่ 31 สวนของ ซูเซิ่งเจ

หยางหยิงหยิงทำหน้าบึ้งตึงและถามซูเซิ่งเจออกไปว่าเขามียาแก้ท้องอืดท้องเฟ้อในบ้านบ้างหรือไม่ ซูเซิ่งเจส่ายหัวปฏิเสธ “ไม่มี”

“คุณพอจะออกไปซื้อให้ฉันหน่อยได้ไหม ฉันท้องจะแตกอยู่แล้ว” หยางหยิงหยิงอดกลั้นจนน้ำตาไหล

“คุณไม่สบายตัว แต่ก็ยังกินเข้าไปเสียตั้งมากขนาดนั้น” ซูเซิ่งเจรู้สึกชื่นชมหยางหยิงหยิงเสียจริง ๆ เขาเพียงแต่พูดเรื่อยเปื่อยโดยไม่ได้คิดอะไร แต่เธอกลับคิดเป็นจริงเป็นจัง และบริโภคอาหารจำนวนมากทั้งหมดนั้นเสียจนเกลี้ยงจาน

“คุณเป็นคนให้ฉันกินเองไม่ใช่เหรอ ทีนี้คุณกลับมาบอกฉันอีกว่าไม่ว่าฉันจะทำอะไร ก็ไม่ถูกใจคุณไปเสียทุกอย่างสินะ ถ้าหากคุณไม่ชอบฉัน คุณจะยังปล่อยให้ฉันมาขวางหูขวางตาคุณอีกทำไมกัน” เมื่อหยางหยิงหยิงได้อยู่กับซูเซิ่งเจแล้ว เป็นอันต้องรู้สึกโกรธขึ้นมาเสมอ

“ผมชอบ” ซูเซิ่งเจพูดออกมาสองคำ

“ออกไปเดินเล่นข้างนอกสิ” กินยาแก้ท้องอืดท้องเฟ้ออะไรกัน สู้ออกไปยืดเส้นยืดสายให้อาหารมันย่อยดีกว่า

“ฉันขยับตัวไม่ไหวแล้ว ฉันว่าฉันต้องอุ้มท้องของฉันเอาไว้ ถ้าเกิดปล่อยมือเข้า มันอาจจะตกลงไปอยู่ใต้เข่าก็เป็นได้” หยางหยิงหยิงอุ้มท้องของเธอเอาไว้อย่างเล่นใหญ่

ในความเป็นจริงแล้ว ท้องของเธอไม่ได้ใหญ่เลยสักนิดเดียว หากแต่เป็นจิตใจต่างหากที่ทำให้เธอคิดเช่นนั้น

ซูเซิ่งเจไม่สนใจคำพูดของเธอ เขาเดินไปพยุงตัวเธอขึ้นมา และไล่ให้เธอออกไปเดินเล่นข้างนอก

หยางหยิงหยิงอยากจะร้องไห้แต่กลับร้องไม่ออกของจริง ความคิดงี่เง่านี่คือการลงทัณฑ์อย่างนั้นสินะ คนปวดท้องจะตายอยู่แล้ว กลับยังบังคับให้ออกไปเดินเล่นข้างนอกอีก ออกไปเดินเล่นกับผีน่ะสิ

แต่อย่างไรก็ตาม เธอทำได้แต่เพียงเดินตามเขาออกไป เมื่อได้อยู่กับซูเซิ่งเจ ทั้งหน้าตาและวิญญาณของเธอกลับหายไปหมดแล้ว เหลือทิ้งไว้แต่เพียงกายหยาบเท่านั้น

คฤหาสน์ของซูเซิ่งเจช่างใหญ่โตมโหฬารเหลือเกิน ปกติแล้วมักจะไม่มีเวลาได้มาสำรวจเท่าไหร่ แต่พอได้มาเดินกลับไม่มีอะไรน่าสนใจมากนัก พวกเขาเดินไปถึงสวนแห่งหนึ่ง มีดอกไม้พืชพรรณแปลกตาปลูกอยู่ภายในสวนเป็นจำนวนมาก แต่อย่างไรก็ตาม นอกจากดอกไม้พืชพรรณที่เห็นได้ตามทั่วไปจำนวนหนึ่งแล้ว 90% ของที่ปลูกอยู่นั้นเป็นพันธุ์ที่หยางหยิงหยิงไม่รู้จักแทบทั้งสิ้น

และศาลาพักผ่อนทรงจีนตั้งอยู่

เมื่อเดินเข้ามาภายในสวน ความรู้สึกวุ่นวายใจทั้งหมดของหยางหยิงหยิงก็หายไปมากทีเดียว ที่แห่งนี้ช่างสวยสดงดงามเสียเหลือเกิน

มีปลาคาร์ปจำนวนมากแหวกว่ายอยู่ภายในลำธาร ทั้งสีแดง สีขาว

ๆ อาจารย์ ดูสิคะ ดูสิ มีปลาเต็มไปหมดเลย ปลาพวกนี้กินได้ไหมคะ มันดูอ้วนท้วนเนื้อแน่นดีจังเลย” ขณะที่ปากของหยางหยิงหยิง พูดอยู่นั้น

ปลาคาร์ปเหล่านั้นเองต่างก็จ้องมองหยางหยิงหยิงอย่างโง่เขลาเช่นกัน โดยหวังว่าเธอจะให้อาหารพวกมันกินเสียหน่อย

ว่าแต่เมื่อกี้คุณยังดูปวดท้องจนทนไม่ไหวอยู่เลย ทำไมพอเห็นพวกมันเข้าถึงยังอยากกินขึ้นมาอีกได้ล่ะ” ซูเซิ่งเจรู้สึกงงงวยไปหมด เมื่อสักครู่นี้ใครกันนะที่บอกว่าปวดท้องจนขยับตัวออกไปเดินไม่ไหวแล้ว

ไม่ได้มีความหมายอะไรหรอกค่ะ” เมื่อหยางหยิงหยิงได้เห็นวิวทิวทัศน์ที่แสนงดงามนี้ อารมณ์ของเธอก็ดีขึ้นมากเป็นพิเศษ

เจ้าปลาโง่ มานี่เร็ว ๆ แกนั่นแหละ เจ้าปลาสีแดงตัวนั้น มานี่สิ” จากนั้น

ซูเซิ่งเจเอนตัวและพิงไปที่อีกด้านหนึ่งของสะพานขนาดเล็กนั่น มองดูหยางหยิงหยิงที่กำลังเป็นบ้าอยู่ตรงนั้น

กล่องตรงปลายเท้าของคุณมีอาหารปลาอยู่ข้างใน

เธอหยิบขึ้นมาหนึ่งห่อ

เมื่อเจ้าปลาเห็นว่าการรอคอยที่แสนยาวนานของมันไม่สูญเปล่า ในที่สุดก็มีอาหารอันโอชะโปรยลงมาจนได้ จึงรีบตะเกียกตะกายแย่งชิงอาหารกันอย่างไม่ลดราวาศอก

ไม่ต้องรีบ ๆ ยังมีให้กินอีกนะ” หยางหยิงหยิง กำอาหารขึ้นมาอีกครั้ง และโปรยลงไปยังเบื้องล่าง ครั้งนี้ปลากลับว่ายมาออกันมากขึ้นกว่าเดิม

ฮ่า ๆ ๆ สนุกจังเลย

ขืนให้อาหารมันต่อไปแบบนี้ อาจจะท้องแตกตายก็ได้”

“ท้องแตกตายอย่างนั้นเหรอ ทำไมเจ้าปลาตัวนี้มันถึงได้โง่จังเลยล่ะ” หยางหยิงหยิงจำไม่ได้ว่าเมื่อสักครู่นี้ตัวเองก็เพิ่งกินจนท้องเกือบแตกมาเหมือนกัน

ซูเซิ่งเจลงไปนั่งยอง ๆ

ก็พูดไม่ใช่เหรอว่ากินสมองปลาแล้วจะฉลาดน่ะ ตอนที่ฉันยังเล็ก แม่จะเอาสมองปลามาให้ฉันกิน

ซูเซิ่งเจมองดูเธออย่างมีนัยสำคัญ ภายในใจคิดว่าในเมื่อเธอโง่แล้ว คงเป็นเรื่องยากที่จะต้องอธิบายอะไรออกไปอีก

มีทั้งเก้าอี้ มีทั้งชิงช้า

Bình Luận ()

0/255