love with plight เป็นหญิงชู้ของฉันไหม

บทที่ 34 แอบฟังบทสนทนา

บทที่ 34 แอบฟังบทสนทนา

หยางหยิงหยิงชื่นชอบสวนแห่งนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ ทุกที ทั้งสวยสดงดงามและสนุกสนานเป็นพิเศษ

เธอนั่งเล่นอยู่บนเก้าอี้โยกสักพัก แล้วจึงย้ายไปเล่นที่ชิงช้าครู่หนึ่ง จากนั้นจึงเด็ดดอกไม้สดหลากสีสันจำนวนหนึ่งออกมาจากสวน พร้อมกับได้ช่อดอกไม้สดที่แสนงดงามออกมาหนึ่งกำมือ

หยางหยิงหยิงพลางฮัมเพลงไปด้วย พลางเดินกลับออกไป

ยังไม่ทันได้เข้าไปยังห้องนั่งเล่น ก็ได้ยินเสียงแหลมของผู้หญิงดังออกมาจากด้านในห้องนั่งเล่น

“พี่ชาย พี่เคยบอกฉันไม่ใช่เหรอว่าอยากจะแก้แค้นให้ฉัน พี่ลืมไปหมดแล้วเหรอไง ฉันเคยบอกพี่ไปไม่รู้ตั้งกี่รอบแล้ว หยางหยิงหยิงคนนั้นเป็นผู้หญิงชั้นต่ำ เธอยั่วยวนกู้เหลียนเฉิง จนทำให้กู้เหลียนเฉิงเลิกรากับฉัน ทำร้ายฉันจนทำให้ฉันไม่อยากจะมีชีวิตอยู่ต่อไป แต่ทว่าเมื่อวานพี่กลับอยู่กับมัน แถมยังดูแลปกป้องมันด้วย!” ซูซานกำลังร้องไห้ต่อหน้าซูเซิ่งเจ

“แม่เธอสิ เธอใช้ตาข้างไหนมองถึงเห็นว่าพี่ชายของเธอปกป้องฉันกัน เขาไม่ได้ช่วยฉันสักหน่อย พอใจหรือยัง” หยางหยิงหยิงซ่อนตัวที่อยู่หน้าประตู และก่นด่าอยู่ภายในหัวใจ

“ซูซาน ในเมื่อพี่รับปากเรื่องของเธอแล้ว พี่จะต้องทำให้ได้อย่างแน่นอน เธอไม่ต้องเป็นแบบนี้อีกต่อไปแล้วนะ เดิมทีร่างกายของเธอก็ไม่แข็งแรงเท่าไหร่อยู่แล้ว อย่าหวั่นไหวเกินไปเลยนะ” ซูเซิ่งเจกำลังปลอบโยนซูซาน

“พี่ชาย พี่จะต้องทรมานหยางหยิงหยิงให้สาหัสสากรรจ์ ทำให้เธอเจ็บปวดจนไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไป ให้เหมือนตอนที่ฉันต้องเลิกกับเหลียนเฉิง ให้เหมือนฉันทุกอย่างในตอนนั้น ถ้าไม่ได้พี่ ฉันคงตายซ้ำ ๆ ไปหลายต่อหลายครั้งแล้ว โฮ โฮ พี่ชาย พี่อย่ามองนังผู้หญิงคนนั้นมันว่านอนสอนง่าย แล้วลืมน้องสาวคนนี้สิ” ซูซานทั้งร้องไห้โฮทั้งส่งเสียงดังอยู่ภายในห้องนั่งเล่น

“พี่รู้น่าว่าควรจะทำอย่างไร ซูซาน เธอวางใจเสียเถอะ ไม่ต้องร้องไห้แล้วนะ” ซูเซิ่งเจเอาใจใส่และอ่อนโยนต่อน้องสาวของเขามากเสียเหลือเกิน แต่กลับแข็งกร้าวกับตัวเอง

“พี่ชาย ทำไมชีวิตของฉันถึงต้องเจ็บปวดขนาดนั้นด้วย กู้เหลียนเฉิงไม่ต้องการฉันแล้ว ส่วนตอนนี้ร่างกายของฉันยังจะมาอ่อนแอเสียอีก ต่อไปมันคงเป็นเรื่องยากที่ฉันจะหาสามีแสนดีในอนาคตได้แล้วล่ะ” ซูซานรู้ดีว่าพี่ชายของเธอปฏิบัติกับเธอเป็นอย่างดี จึงเริ่มทำตัวเอาแต่ใจขึ้นมา

“ไม่เป็นไรนะ น้องสาวคนนี้ของพี่ซูเซิ่งเจโตมาสวยขนาดนี้ เป็นสาวในฝันที่ผู้ชายตั้งไม่รู้เท่าไหร่ล้วนแต่เฝ้ารอคอยมองหา ทำไมจะหาสามีแสนดีไม่ได้กันเล่า”

เมื่อได้ยินบทสนทนาของทั้งคู่เดินทางมาถึงตอนจบแล้ว หยางหยิงหยิงจึงซ่อนตัวอยู่ที่ด้านหลังเสา เพื่อมองดูพวกเขาว่าจะนั่งกันอยู่ตรงนั้นต่อไปอีกนานแค่ไหน

อย่างที่คิดไว้ พวกเขาทั้งสองคนยังคงคุยกันต่ออีกสักพักหนึ่ง จากนั้นซูซานก็เตรียมตัวที่จะกลับไป

เมื่อเดินมาถึงประตู ซูซานมองกระจกและตบแต่งใบหน้าด้วยเครื่องสำอางเล็กน้อย ถึงแม้ว่าจะแกล้งร้องไห้ไปเมื่อสักครู่นี้ แต่เธอก็กลัวว่าจะทำให้เครื่องสำอางบนใบหน้าเลือนหายไป

จากนั้น ซูซานก็ขับรถ BMW ของเธอออกไป

ซูเซิ่งเจเองก็ไม่ได้บอกเธอ แต่จะว่าไปซูเซิ่งเจยังมีเรื่องอะไรที่ต้องแก้แค้นตัวเธอกันอีกนะ แก้แค้นเพียงพอแล้วน่า

เมื่อซูซานกลับไปแล้ว หยางหยิงหยิงจึงแสร้งทำเป็นเพิ่งเดินกลับมาจากสวนแห่งนั้น

ก็แสร้งทำเป็นประหลาดใจอย่างมาก “มีคนมาเหรอคะ แล้วแขกไปไหนเสียแล้วล่ะ

“คุณยืนฟังอยู่ที่ประตูตั้งนาน ไม่มีทางที่จะไม่ได้ยินหรอกใช่ไหม” ซูเซิ่งเจดื่มชาและเหยียดขาของเขาออกไป

แต่ว่าเขาเห็นได้อย่างไรว่าตัวเธออยู่ที่หน้าประตูกัน ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อรู้แล้วว่าตัวเธออยู่ที่หน้าประตู

หยางหยิงหยิงลองเดินไปที่ประตูและมองดูบ้าง ไม่ว่าอะไรก็มองไม่เห็นสักนิด แล้วเขารู้ได้อย่างไรกัน หรือว่าเขามีตาวิเศษที่มองทะลุได้กันนะ

ไม่ว่าอะไรก็ไม่ได้ยินทั้งนั้น อาจารย์คะ คุณทำงานของคุณไปเถอะ

เธอถือช่อดอกไม้เอาไว้ และขึ้นไปยังชั้นบน

เมื่อถึงชั้นบน หยางหยิงหยิงหาแจกันเซรามิกใบหนึ่ง และนำดอกไม้สดแสนสวยเหล่านั้นเสียบเข้าไปในแจกัน

ทั่วทั้งห้องล้วนแต่มีชีวิตชีวาขึ้นมาในทันที เมื่อเทียบกับรูปลักษณ์อันด้านชาไร้ชีวิตของซูเซิ่งเจแล้ว ไม่รู้ว่าดีขึ้นมากกว่าตั้งเท่าไหร่

เธอจึงเปิดเครื่อง หมายจะเล่นโทรศัพท์สักหน่อย

พล็อตของนิยายเรื่องนั้นซับซ้อนเป็นอย่างมาก ทั้งพระเอกและนางเอกต่างตกหลุมรักกัน

ๆ ๆ ” ขณะที่หยางหยิงหยิงกำลังอยู่ในสภาพหลงนิยายจนลืมตัว

“เข้ามาได้ค่ะ” เมื่อหยางหยิงหยิงตะโกนเชิญให้เข้ามา คนคนนั้นก็เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของเธอแล้ว

แถมยังร้องไห้เสียด้วย” ซูเซิ่งเจสบประมาทหยางหยิงหยิงภายในใจอีกครั้งหนึ่ง

“เที่ยงแล้วเหรอคะ” ใบหน้าของหยางหยิงหยิงที่เปื้อนน้ำตาช่างงดงาม ราวกับหยาดน้ำฝนบนดอกแพร์ ลำคอของซูเซิ่งเจที่กำลังมองดูเธอนั้นแน่นขนัดขึ้นมาทันที

คุณควรจะทำอาหารได้แล้วหรือเปล่า”

Bình Luận ()

0/255