love with plight เป็นหญิงชู้ของฉันไหม

บทที่ 36 บริษัทถูกซื้อกิจการ

บทที่ 36 บริษัทถูกซื้อกิจการ

ขณะที่หยางหยิงหยิงและดิงดางกำลังแอบวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างลับ ๆ ร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งที่เต็มไปด้วยเมฆครึ้มและความเย็นยะเยือกก็เข้ามาล้อมรอบตัวพวกเธอ

เมื่อหยางหยิงหยิงเงยหน้าขึ้นไปมอง ก็เห็นใบหน้าอันเยือกเย็นของซูเซิ่งเจ เธอจึงตัวสั่นขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ

“อาจารย์ คุณมาได้ยังไงคะ มา ๆ เชิญคุณนั่งตรงนี้” หยางหยิงหยิงรีบหยิบเก้าอี้ตัวเล็กที่อยู่ข้างตัวออกมา และใช้กระดาษเช็ดมันจนสะอาดอย่างรวดเร็ว

ซูเซิ่งเจก้าวเดินเข้าไปหา และนั่งลงที่ด้านข้างของหยางหยิงหยิง

“อาจารย์ คุณกินข้าวมาแล้วใช่ไหมคะ” ต่อให้ฆ่าหยางหยิงหยิงให้ตายยังไง เธอก็ไม่เคยคิดเลยว่าซูเซิ่งเจจะมาพาเธอออกไปทานข้าวด้วยกัน

“ยัง” ซูเซิ่งเจผู้ยิ่งใหญ่เผยอริมฝีปากสีแดงออกมาเล็กน้อย และมีคำเพียงคำเดียวกระโดดออกมา

“แล้วทำไมคุณยังไม่ไปกินล่ะคะ” หยางหยิงหยิงพูดประโยคนี้ออกมา และรู้สึกเสียใจในภายหลังขึ้นมา ผู้ชายคนนี้ไม่มีทางมาหาเธออย่างแน่นอน มีธุระอะไรหรือเปล่านะ

“คุณมาหาฉันมีธุระอะไรหรือเปล่าคะ” หยางหยิงหยิงถามอย่างระมัดระวัง

“อาหารมาแล้ว ทานกันก่อนสิ” ในตอนนั้น เจ้าของร้านยกของกินที่พวกหยางหยิงหยิงสั่งเอาไว้มาเสิร์ฟที่โต๊ะพอดี

กิจการร้านค้าขนาดเล็กแห่งนี้ดำเนินไปด้วยดีมาโดยตลอด เป็นที่โปรดปรานของพนักงานบริษัทหญิงจำนวนหนึ่งที่อยู่ในละแวกโดยรอบนี้

แต่แล้ววันนี้กลับมีชายหนุ่มหน้าตาดีรูปร่างสูงใหญ่เข้ามาในร้านอย่างกะทันหัน แถมยังสวมชุดที่ดูหรูหราขนาดนี้ สายตาที่ลุกโชนราวกับเปลวไฟ ทำให้หยางหยิงหยิงรู้สึกว่าตัวเองกำลังปะทะกับความหนาวและร้อนที่ผสมผสานกันอย่างรุนแรง

ดูเหมือนว่าซูเซิ่งเจจะคุ้นเคยกับสายตาเช่นนี้ตั้งนานแล้ว เขาเองก็ไม่ได้สนใจหยางหยิงหยิงและดิงดางที่กำลังตะลึงงันอยู่ ตัวเขาหยิบตะเกียบขึ้นมา คีบหม่าล่าทังจิ้มซอสปรุงรสจนชุ่มโชก และกินเข้าไปเสีย

แต่ถึงอย่างนั้น ถ้าคุณชอบก็กินเถอะ ฉันจะได้สั่งอีก” เดิมทีหยางหยิงหยิงคิดว่าจะให้ซูเซิ่งเจกินอาหารชุดต่อไป

เมื่อหยางหยิงหยิงไม่กิน ดิงดางเองก็ไม่กล้ากิน เห็นได้ชัดว่ามีป้ายห้ามยุ่งกับอาหารของฉัน ติดอยู่บนหน้าผากของผู้ชายคนนี้

ซูเซิ่งเจผู้ไม่ชอบการถูกจ้องมอง หันกลับไปมองพวกเธอด้วยรอยยิ้ม

ส่วนฉันจะไปสั่งอาหารเพิ่มสักหน่อย” ดิงดางลุกขึ้นยืน

“คุณเองก็กินด้วยสิ” ซูเซิ่งเจคีบชิ้นเนื้อที่จิ้มซอสปรุงรสแล้วจนชุ่มโชก มาวางไว้ในชามของหยางหยิงหยิง

” หยางหยิงหยิงคิดว่าจะรอให้ซูเซิ่งเจกินให้เสร็จและจากไปเสียก่อน เธอถึงจะกินได้โดยไร้ความกดดัน เขามานั่งอยู่ที่ข้างกายเธอแบบนี้ บรรยากาศล้อมรอบตัวเธอมันช่างแปลกประหลาดมาก

ๆ แห่งนี้มีคนอยู่เพียง 20 กว่าคนเท่านั้น แต่ทว่าในตอนนี้กลับมีคนมากกว่า 40 คนแล้ว ทุกคนล้วนแต่ยืนอยู่ที่ด้านหน้าประตู ล้อมวงมองดูซูเซิ่งเจ และยังคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูปเอาไว้ด้วย

“กินสิ!” ซูเซิ่งเจคีบมันฝรั่งแผ่นมาให้เธออีกครั้ง

หยางหยิงหยิงถึงจะพยักหน้า และค่อย ๆ

ผู้หญิงเหล่านั้นล้วนแต่กำลังมองซูเซิ่งเจ จึงไม่มีใครไปสั่งอาหารเลยสักคน ดังนั้น

มองดูอาหารที่ดิงดางสั่งมา หยางหยิงหยิงอยากจะยกนิ้วให้เธอเสียจริง ช่างสั่งเมนูเนื้อสัตว์มาได้เต็มชามดีมาก

แถมยังเป็นเรื่องยากที่จะกินหมดด้วย

ในที่สุด ในที่สุดเมื่อชามเนื้อมาถึง ซูเซิ่งเจก็กินจนเกือบอิ่มท้องแล้ว อาหารชามสุดท้ายนั้นจึงได้ตกถึงท้องของหยางหยิงหยิงและดิงดางเสียที

เขาก็จะกลับไปในทันที แต่ทว่าเขายังคงนั่งอยู่บนม้านั่งไม้ตัวเล็ก ๆ นั้นเช่นเดิม

หยางหยิงหยิงเตือนเขาด้วยความหวังดี เมื่อพวกเธอกินเสร็จแล้ว ก็ต้องไปทำงานต่อ

ไม่เป็นไร ผู้หญิงพวกนั้นยังถ่ายรูปอยู่เลย!” ซูเซิ่งเจไม่ยอมหันหลังกลับไป

เมื่อเห็นเทพบุตรคนนั้นชี้มาที่ตัวเอง ผู้หญิงเหล่านั้นก็ยิ่งรู้สึกตื่นเต้นมากขึ้นไปอีก จนทำให้เกิดความวุ่นวายไม่น้อยที่บริเวณหน้าประตูทางเข้า

ผู้ชายคนนี้ยังกล้ามานั่งจัดวางท่วงท่าต่าง ๆ ให้คนอื่นถ่ายรูปอีกหรือ

จึงเลิกสนใจเขา ไอ้คนหลงตัวเองเอ๊ย! ภาพของหยางหยิงหยิงที่กลอกตาขาวมองซูเซิ่งเจก็ถูกคนถ่ายเอาไว้ได้เช่นกัน

ซูเซิ่งเจมองดูหยางหยิงหยิงกินข้าวอยู่ที่นั่น และยังคอยใช้กระดาษทิชชู่เช็ดปากให้เธออยู่หลายต่อหลายครั้ง หยางหยิงหยิงสัมผัสได้ถึงปัญหาขนาดใหญ่เข้าเสียแล้ว วันนี้เขาไปโดนยาตัวไหนกระตุ้นมากันแน่เนี่ย

เดิมทีอยากจะกินสักครึ่งชั่วโมง

เมื่อจะออกจากร้าน ต้องเดินผ่านกำแพงมนุษย์ที่ซ้อนกันชั้นแล้วชั้นเล่าอีกด้วย นั่นสิถึงจะเรียกว่าความยากลำบาก

ทุกคนล้วนแต่เปิดทางให้เขาทั้งนั้น แต่สำหรับหยางหยิงหยิงและดิงดางที่ยืนอยู่ข้าง ๆ

Bình Luận ()

0/255