บทที่ 39 บทลงโทษ

เมื่อซูเซิ่งเจเห็นว่าหยางหยิงหยิงอาเจียนออกมาอย่างรุนแรงขนาดนั้น จึงพลันนึกไปว่าเธอไปดื่มเหล้ามาอีกแล้ว

“ไม่ได้ไปดื่มเหล้ามาแน่นอน พวกเราแค่กินเข้าไปเยอะมากเท่านั้น เยอะมาก!” หยางหยิงหยิงอาเจียนจนรู้สึกว่าท้องไส้สบายขึ้นมากทีเดียว

“คุณกินมากเกินไปอีกแล้วเหรอ” ซูเซิ่งเจไม่รู้ว่าตัวเองควรจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี ผู้หญิงคนนี้เพี้ยนไปแล้วหรือไง เวลากินอะไร ก็ต้องกินแค่สัก 80% เท่านั้นถึงจะพอดีไม่ใช่หรือไง

“อื้อ” หยางหยิงหยิงมองดูเขาอย่างน่าสงสารจับใจ รู้สึกทรมานตั้งมากขนาดนี้ ยังจะไม่รู้จักปลอบโยนเธออีก

“ยังทรมานอยู่ไหม” ซูเซิ่งเจเข้าใจความหมายในแววตาที่เธอส่งมาให้

“ดีขึ้นมานิดหน่อยแล้ว แต่พอได้ยินคุณพูดประโยคนั้นออกมา ฉันก็รู้สึกดีขึ้นมากเลย” ตราบใดที่หยางหยิงหยิงเห็นว่าซูเซิ่งเจปฏิบัติต่อเธอดีสักเล็กน้อย เธอก็จะพยายามทำเป็นลืม ๆ ไปว่าเขาปฏิบัติต่อเธอไว้แย่มาก

ซูเซิ่งเจมองดูเธออย่างช่วยไม่ได้ ดวงตาบริสุทธิ์อันปราศจากสิ่งสกปรกเจือปน นี่คือท่าทางของผู้หญิงที่มีกลอุบายแยบยลซ่อนไว้จำนวนมากเหมือนที่น้องสาวของเขาเคยพูดเอาไว้อย่างนั้นหรือ ทำไมเขาที่อ่านคนออกมานับไม่ถ้วน กลับคาดเดานัยน์ตาของเธอไม่ออกเลย หรือว่าเธอจะปิดบังซ่อนตัวเองเอาไว้ได้ลึกจนเกินไป ทักษะการแสดงระดับนี้สามารถขึ้นรับรางวัลชนะเลิศได้เลยทีเดียว

เสี่ยวหวางขับรถมาถึงแล้ว ซูเซิ่งเจประคองหยางหยิงหยิงขึ้นรถ ครั้งนี้เสี่ยวหวางเป็นคนขับรถ จึงไม่ได้ขับเร็วขนาดนั้นอีกแล้ว หยางหยิงหยิงเอนกายพิงเบาะหลังอย่างสบายตัว และรู้สึกเจ็บปวดอย่างลับ ๆ จ่ายเงินซื้อของกินพวกนั้นไปตั้งมาก แต่ก็อาเจียนออกมาจนหมดแล้วเมื่อครู่นี้ คุ้มหรือไม่คุ้มกันเนี่ย

เมื่อกลับมาถึงคฤหาสน์อันแสนหรูหรามโหฬาร ท้องของหยางหยิงหยิงก็รู้สึกหิวขึ้นมาเสียแล้ว อยากจะรีบเข้าไปทำอะไรกินเสียหน่อย เธอรีบเดินเข้าบ้านไป จนไม่ได้สังเกตรถสปอร์ตคันใหม่ที่เพิ่งซื้อมา ซึ่งจอดเอาไว้อยู่ในสวน

เดิมทีซูเซิ่งเจอยากบอกกับเธอว่าเขาซื้อรถมาให้เธอ แต่ทว่าเธอกลับเดินผ่านรถคันนั้นไปโดยไม่มีปฏิกิริยาเลยสักนิดเดียว ซูเซิ่งเจจึงรู้สึกว่าตัวเองล้มเหลวอย่างมาก ใบหน้าของเขาร้อนขึ้นมาทันที หลังจากมองบั้นท้ายอันเย็นชาของเธอเดินผ่านไป

ในเมื่อไม่ชอบก็ช่างมันแล้วกัน ซูเซิ่งเจก็เดินตามเข้าไปในห้องนั่งเล่น และไม่พูดเรื่องนี้ขึ้นมาอีก

เมื่อเข้าไปในห้องนั่งเล่น หยางหยิงหยิงโยนกระเป๋าไว้บนโซฟา และเดินตรงไปยังห้องครัวในทันที

เมื่อครู่นี้ตัวแทบจะแตกอยู่แล้วไม่ใช่หรือไง อาเจียนออกไปแล้วนิดหน่อย

“ทำอะไรกินสักหน่อย ฉันอาเจียนออกจนหมดพุง ตอนนี้หิวแล้วล่ะ” หยางหยิงหยิงเปิดเตาต้มน้ำอย่างคล่องแคล่ว

คนแบบนี้สามารถส่งผลกระทบต่อ IQ

ฉันก็เลยจำเป็นต้องใส่เขาไปนิดหน่อยนี่นา” หยางหยิงหยิงกลอกตาขาวใส่ซูเซิ่งเจ เหตุผลออกจะง่ายดายขนาดนั้น ทำไมเขาถึงไม่เข้าใจได้นะ

ซูเซิ่งเจรู้สึกพ่ายแพ้ต่อหยางหยิงหยิง เมื่อได้ยินเธอพูดแบบนี้เข้า คล้ายกับว่าเรื่องนี้มันฟังดูสมเหตุสมผลแน่นอน

“ทำเผื่อผมด้วย” ซูเซิ่งเจพูดประโยคดังกล่าวออกไป ก็เดินออกไปนั่งดูทีวีที่ห้องนั่งเล่น

เชอะ ทำมาเป็นว่าฉัน ตัวเองก็อยากกินใช่ไหมล่ะ

จากนั้นจึงนำมาทอดจนกลายเป็นเกี๊ยวทอด กลิ่นหอมลอยฟุ้งไปไกล จนซูเซิ่งเจที่อยู่ในห้องนั่งเล่นทนนั่งต่อไปไม่ไหวแล้ว

เป่าสักสองสามครั้ง และใส่เข้าไปในปากของตัวเธอ เมื่อครั้นได้กัด น้ำมันก็ไหลออกมาจากปากของเธอ

ไม่มีใครแย่งคุณเสียหน่อย” ซูเซิ่งเจเดินไปยกจานเกี๊ยวทอด และเดินไปทางห้องอาหาร แต่ทว่าระหว่างทางนั้น เขาก็อดใจไม่ไหว และแอบกินไปหนึ่งชิ้นก่อน อืม อร่อยมากจริง ๆ

จานเกี๊ยวทอดขนาดยักษ์สองจานวางอยู่บนโต๊ะ หยางหยิงหยิงยังคงทำแกงจืดใส่ผักเล็กน้อยด้วย

ทั้งสองคนกินกันคนละหนึ่งจาน ราวกับว่าเป็นการแข่งขันอย่างไรอย่างนั้น พวกเขากินหมดอย่างรวดเร็ว

เมื่อท้องตึง

“ผมล้างให้เอง คุณไปล้างหน้าบ้วนปากเถอะ” ซูเซิ่งเจหยุดหยางหยิงหยิงเอาไว้ และเป็นคนเก็บถ้วยชามไปเอง

สมดังคำปรารถนา หยางหยิงหยิงไม่อยากล้างจานเอาเสียเลย

ต่อซูเซิ่งเจเล็กน้อย “ต้องขอโทษด้วยนะคะที่ทำให้คุณลำบาก

เมื่อหยางหยิงหยิงพูดจบ ก็รีบขึ้นไปชั้นบนในทันที เธอกลัวว่าซูเซิ่งเจจะถอนคำพูด

ง่วงนอนเหลือเกิน ถ้าไม่ใช่เพราะซูเซิ่งเจเป็นโรครักความสะอาด

Bình Luận ()

0/255