บทที่ 69 คุณแพ้แล้ว

“แล้วคุณว่ายังไงครับ” เฟิงเวยฉงหวังว่าหยางหยิงหยิงจะไม่รับคำท้า

“แม้ว่าฉันจะตีกอล์ฟไม่เก่งเท่าไหร่ แต่ในเมื่อคุณเฟิงอยากแข่ง งั้นฉันก็คงต้องทำเต็มที่ค่ะ ถ้าฉันไม่รับคำท้า ก็แสดงว่าฉันขี้ขลาดแล้ว งั้นคงต้องขอให้คุณเฟิงออมมือให้แล้วค่ะ” ใบหน้าของหยางหยิงหยิงท่าทางกังวล ทำให้เฟิงวานยีคิดว่าผลวันนี้เธอได้เปรียบแน่นอนแล้ว

“งั้นให้ฉันก่อนแล้วกัน ทักษะของฉันไม่ดี ไร้ความสามารถแล้ว” เฟิงวานยีอยากข่มขวัญหยางหยิงหยิง กอล์ฟของเธอมีแต่อาจารย์ดังมีชื่อเสียงชี้แนะทั้งนั้น เธอมั่นใจในตัวเองมาก

“ได้ค่ะ พอดีฉันจะได้ศึกษาสักหน่อย ฉันเล่นไม่ค่อยเป็น” หยางหยิงหยิงยิ้มให้เฟิงวานยี

“คุณมั่นใจไหม” แม้ว่าซูเซิ่งเจจะรู้ว่าหยางหยิงหยิงตีกอล์ฟได้ แต่เขาไม่เคยเห็นเธอลงสนาม เกิดแพ้มาต้องร้องไห้ทำยังไง

“คุณเป็นห่วงฉันหรือว่าเป็นห่วงเธอ” หยางหยิงหยิงกดเสียงเบา

“ผมกลัวว่าคุณจะร้องไห้”

“งั้นฉันจะไม่ร้อง” สองคนก้มหัวคุยกัน เฟิงวานยีมองเห็นแล้ว ความโกรธก่อขึ้นในใจ ซูเซิ่งเจเป็นของเธอ ยัยหยางหยิงหยิงหน้าไม่อาย

“งั้นเรามาเล่นแมทซ์เพลย์กัน ดูว่าใครลงหลุมด้วยสโตรกที่น้อยที่สุด” เฟิงวานยีแกว่งไม้กอล์ฟ

“ก็คือตีลูกให้เข้าหลุมข้างหน้านั่นใช่ไหม” หยางหยิงหยิงเอ่ยถาม

“ก็ใช่น่ะสิ กอล์ฟก็ตีแบบนี้หมดไม่ใช่หรอ” เฟิงวานยีได้ยินคำถามของหยางหยิงหยิง เธอนึกขันอยู่ในใจ กระทั่งตียังไงก็ยังไม่รู้ ยังรับคำท้าอีก

“อ๋อ” หยางหยิงหยิงค่อยพยักหน้า จากนั้นใบหน้าเล็กจึงขมวดมุ่น

“เราช่างมันเถอะ วานยี เรามาเล่นเพื่อสนุก การแข่งขันนี้ก็เปลี่ยนบทลงโทษได้ ถ้าใครแพ้แล้วก็ร้องซักเพลงเถอะ” เฟิงเวยฉงก็ไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงได้เป็นห่วงหยางหยิงหยิงจะแพ้ขนาดนี้

“ร้องเหมือนหมาสามครั้งต่อหน้าทุกคนก็เบาแล้ว หยางหยิงหยิง คุณจะเดิมพันไหม” เฟิงวานยีคิดว่าตนเองชนะแล้ว เหมือนกำลังมองเห็นหยางหยิงหยิงกำลังร้องไห้ ร้องเหมือนหมาสามครั้งต่อหน้าทุกคน

เผื่ออีกสักพักลมจะพัด ฉันอาจจะชนะก็ได้ ฉันยังกลัวอยู่เลยว่าคุณเฟิงจะไม่ยอม” หยางหยิงหยิงทำหน้าตาน่ารัก

รับด้านมืดของพ่อมาซะเหมือนขนาดนี้

ถ้าฉันแพ้ ฉันจะยอมคลานกับพื้นร้องเหมือนหมาเลย เป็นไง เธอแพ้ก็ต้องทำเหมือนกัน”

ยิ่งทำให้เฟิงวานยีได้ใจ เธอจะให้หยางหยิงหยิงขายหน้าต่อหน้าทุกคน

ก็คลานกับพื้นแล้วร้องเหมือนหมา” เฟิงวานยีถูกหยางหยิงหยิงจูงจมูกเดินแล้ว

“งั้นก็เริ่มเลยเถอะ” ซูเซิ่งเจเฝ้ารอดูการแข่งขันของพวกเธอ

โดยเฟิงวานยีเป็นคนเริ่มก่อน ตีได้สวยมาก เป็นเส้นสวยอยู่กลางอากาศ

ทุกสโตรกล้วนมั่นคง ไม่เสียแรงที่เป็นศิษย์สอนโดยอาจารย์มีชื่อเสียง จากท่าทางจนถึงความแข็งแกร่งนั้นดีมาก

ทำให้ทุกคนในสนามต่างต้องปรบมือให้

มือยังทำท่าเรียนแบบเธอ อดไม่ได้ที่จะยิ้มหยัน

สุดท้ายเฟิงวานยีใช้ทั้งหมดยี่สิบสองสโตรกถึงตีลูกลงหลุมได้

ทั้งสนามกึกก้องไปด้วยเสียงปรบมือ

ก็รู้สึกปวดใจ

เธอก็ตีเสร็จแล้ว เราไปดื่มชากันเถอะ ทานอะไรหน่อย” เฟิงเวยฉงทำเป็นละเลยเรื่องนี้ไป

พี่ทำอะไร คุณหยางยังไม่ทันได้เริ่มเลย” เฟิงวานยีไม่รู้ว่าพี่ชายตัวเองเป็นอะไร ไม่ช่วยเธอเลยสักนิด

ถึงตาฉันแล้ว ฉันลืมไปเลย เหลียนเฉิง ไม้กอล์ฟนี่จับแบบนี้ไหม” หยางหยิงหยิงจับไม้กอล์ฟในมือแกว่งเล็กน้อย

กู้เหลียนเฉิงกลั้นหัวเราะ

ตรวจดูไม้กอล์ฟ ไม่มีปัญหาอะไร แล้วบอกกับเธอ “สู้ๆนะ”

หยางหยิงหยิงรู้สึกขอบคุณพวกเขาที่มั่นใจในตัวเธอ

เหมือนจะมาจากครอบครัวจนๆ ยังจะตีกอล์ฟ ท่าทางอาจจะเข้าท่า แต่ไม่รู้จะแพ้อย่างน่าเวทนาแค่ไหน

ลูกกอล์ฟก็ลอยออกไปอย่างไม่มีขั้นตอน

ผู้คนรอบข้างเริ่มเยาะเย้ยเธอ

เฟิงวานยีดื่มน้ำหนึ่งอึกเหยียดหยามหยางหยิงหยิง

สิบสโตรกแล้ว ลูกกอล์ฟยังอยู่ห่างจากหลุมอยู่มาก

วิ่งตามลูกกอล์ฟไปทั่ว ตลกสิ้นดี”

Bình Luận ()

0/255