นายเป็นพ่อของลูก

ตอนที่10 เธอเห็นหมดทุกอย่าง

ตอนที่10 เธอเห็นหมดทุกอย่าง

ซีซั่นเพิ่งจะเลิกเรียนก็มีชายแปลกหน้าสองคนขับรถลีมูซีนหรูตรงเข้ามาหา

ประยงนั่งอยู่ข้างในอย่างใจเย็น

ซีซั่นเข้าไปข้างในรถแล้ววางกระเป๋าใบเล็กลง นั่งอยู่ตรงข้ามประยงด้วยท่าทางที่คล้ายๆ กัน

“คุณมาหาผมทำไม ?”

ประยงมองดูใบหน้าของซีซั่นอย่างละเอียด ยิ่งมองเท่าไหร่ก็ยิ่งรู้สึกว่าเหมือนมากเท่านั้น

แต่มองโฉมหน้าของเขากับโฉมหน้าชุติภาสก็มีส่วนคล้ายอยู่บ้าง แต่ก็สามารถพึ่งสิ่งลักษณะที่ปรากฏมายืนยันได้โดยตรง

“บอกความจริงฉันมานะ ว่าพ่อของเธอเป็นใคร?”เขาพูดและถามไปตรงๆ ก่อน

ซีซั่นเบือนหน้าหนี ส่งเสียงฮึมออกไปหนึ่งครั้งแล้วพูดว่า “คุณจะไปถามถึงคนที่ตายแล้วทำไม?”

ประยกยกสายตาขึ้น: “ไม่ใช่ชุติภาสบอกว่าเขาเป็นพ่อของเธอหรอกหรอ? แล้วเธอก็เราว่าเขาว่าเป็นคนตายเนี่ยนะ ?”

ซีซั่นขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิด จึง่รู้ว่าตัวเองพูดผิดไปแล้ว

“นั่นมันไมเกี่ยวอะไรกับคุณ” เขาเชิดคางขึ้นอย่างหงุดหงิดและหันหัวไปทางอื่น ไม่ได้พูดอะไรต่อไปอีก

รถค่อยๆ ขับไปเพื่อที่จะทำการตรวจที่โรงพยาบาล

ซีซั่นมองไปที่ชื่อโรงพยาบาลก็รู้ว่าประยงจะทำอะไร ดวงตาสีดำของเจ้าหนูก็มองไปรอบๆ ทันใดนั้นก็เผยรอยยิ้มอันกลับกลอกออกมา

ประยงไม่ให้คนเอาจิ้มนิ้วมือของซีซั่นเพื่อเอาไปตรวจ แต่ให้เอาเส้นผมส่งไปแทน

ผลตรวจจะออกได้เร็วที่สุดในวันพรุ่งนี้ ประยงมองไปยังซีซั่นที่นั่งเงียบๆ อยู่บนเก้าอี้ ปากบางก็เอ่ยออกไปตรงๆ: “พาขากลับไปที่คฤหาสน์จนกว่าผลตรวจจะออกมา อย่าปล่อยให้เขาหนีไปได้”

ซีซั่นไม่ได้ส่งเสียง เพียงแค่พยักหน้าอย่างเชื่อฟัง ใบหน้าเล็กๆ นั้นเงยขึ้นพูด: “งั้นผมขอโทรหาหม่ามี๊หน่อยได้ไหม ไม่งั้นหม่ามี๊จะเป็นห่วง”

ประยงเอ่ยปากตกลงไปว่า “ได้”

จริงๆ แล้วเขาไม่ได้จงใจติดต่อหาผู้หญิงน่ารังเกียจคนนั้น

ถ้าหล่อนจะเป็นห่วงก็ให้หล่อนเป็นห่วงไปเลย

ซีซั่นมองประยงออกอย่างไม่คาดคิด

“อย่าพยายามโกหกผมเลย ให้ผมโทรหาหม่ามี๊เดี๋ยวนี้ไม่งั้นผมจะไม่ไปกับคุณ”

ประยงหรี่ตาลงเล็กน้อย อธิบายอารมณ์ไม่ถูก: “นายขู่ฉันงั้นหรอ ?”

ซีซั่นตอบกลับไปด้วยใบหน้าอันบริสุทธิ์: “ถูกต้องล่ะ ผมขู่คุณ งั้นคุณจะลงโทษเด็กห้าขวบอย่างผมไหมล่ะ?”

คำพูดนั้นปลิวออกมาทำให้ประยงไม่สามารถตอบกลับได้

เขาเป็นคนโตเต็มวัยย่างสามสิบแล้ว เขาจะปัญญาอ่อนไปสู้กับเด็กได้ยังไงกัน?

ครั้งแรกในชีวิตของประยงที่รู้สึกเสียเปรียบโดยการถูกซีซั่นควบคุม จึงหยิบโทรศัพท์ออกมาพิมพ์ข้อความแล้วส่งให้ญาอี๋

ในตอนนั้นญาอี๋กำลังวุ่นอยู่กับการจัดการเอกสารเกี่ยวกับการลอกเลียนแบบและไม่เห็นข้อความที่ส่งมา ก่อนที่เธอจะรู้ทุกอย่างมันก็เป็นตอนเที่ยงคืนไปเรียบร้อยแล้ว

ส่วนซีซั่นก็ถูกนำตัวไปที่คฤหาสน์ของประยง

เมื่อคิดถึงตอนที่เจอกันสองครั้งก่อน ครั้งล่าสุดพฤติกรรมของประยงดุเดือดและหยาบคาย ญาอี๋รู้สึกหวาดหวั่นมาก ไอ้สัตว์นรกนั้นมันจะทำอะไรกับลูกชายของเธอหรือเปล่าล่ะเนี่ย ?

เฆี่ยนตี ขาย รังแก ?

ทุกการดคาดเดานี้ทำให้ญาอี๋ขนลุกด้วยความกลัว

ถึงจุดที่เธอรอต่อไปไม่ไหวจึงคว้ากระเป๋า ขึ้นแท็กซี่ตรงไปยังคฤหาสน์ของประยงในทันที

แต่ก็ไม่น่าแปลก เธอถูกผู้รักษาความปลอดภัยกันไว้ที่น่าประตู

ญาอี๋ไม่คิดว่าจะเธอจะเสียเวลาอยู่กับผู้ดูแลความปลอดภัยหน้าประตู เธอจึงเลือกวิธีที่มีประสิทธิภาพและเข้าไปได้ง่ายๆ – ปีนกำแพง

ปีนกำแพงสูงขึ้นไปแล้วก็สไลด์ตัวลงมากับต้นไม้เก่าๆ แล้วเข้าไปในสวน มองไปรอบๆ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครอยู่ที่นั่นและมุ่งหน้าตรงไปยังคฤหาสน์หลัก

อีกด้านหนึ่ง บอร์ดี้การ์ดที่ซ่อนอยู่ในเงามืดเห็นทุกการกระทำของญาอี๋กับตา และหลังจากนั้นก็โทรศัพท์ไปหาประยง

“นายครับ คุณญาอี๋ปีนกำแพงเข้ามาข้างในครับ”...... ในขณะที่เขาพูดอยู่ เขาก็เห็นอย่างชัดเจนว่าเธอกำลังปีนกำแพงขึ้นชั้นสองอยู่

และห้องที่เธอปีนอยู่นั้นก็ตรงห้องนอนของประยง

“ปล่อยหล่อนทำต่อไป”ประยงแช่อย่างในอ่างอาบน้ำอย่างสบายและพูดอย่างไร้อารมณ์ แววตาดำมืดเต็มไปด้วยแสงแห่งความเย็นชา

ผู้หญิงคนนั้นกล้ามากที่ยังมาหาอีก โอเค งั้นก็คอยดูว่าฉันจะลงโทษเธอยังไง

ไม่งั้นผู้หญิงคนนั้นจะไม่รู้สึกตัวสักนิดเดียว

บอร์ดี้การ์ดที่อยู่ข้างนอกก็มองดูการของญาอี๋ที่กำลังปีนหน้าต่างเข้าไปในห้องอาบน้ำ บอร์ดี้การ์ดก็ปิดปากแล้ววางสายโทรศัพท์ลง

นายสั่งว่าไม่ต้องไปยุ่ง ถ้ามองเห็นสิ่งมึควรจะมองเห็น ก็ไม่เกี่ยวอะไรกับเขา.....

ไม่นานเขาก็ได้ยินเสียงกรีดร้องเสียงแหลมออกมาจากห้องอาบน้ำ

ญาอี๋มองเข้าไปสังเกตเข้าไปในห้องน้ำได้เพียงครึ่งตัว ใบหน้าเล็กก็แดงขึ้น คนที่อยู่ข้างหน้าของเธอคือร่างของชายแช่ในน้ำที่ใสสะอาด

ผิวสีน้ำผึ้ง กล้ามเนื้อเต่งตึง แขนขายาว...... ทุกสิ่งทุกอย่างเข้ามาอยู่ในสายตา

Bình Luận ()

0/255